2007/Jul/22

ธรณีเพยงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 9

กลางหุบเขาสูงในทะเลทรายที่แสนจะแห้งแล้งไม่มีสัตว์ตัวใดจะอาศัยอยู่ได้ ดินแดนนี้ไม่มีฝนตกลงมานานนับปี ต้นไม้แม้เพียงกระบองเพชรสักต้นยังมิอาจถูกค้นพบ ส่งผลให้ผืนดินและขอบหินผาล้วนมีแต่ความกันดาร แสงแดดที่ส่องลงมาเป็นประกายวูบวาบเพราะไม่มีอะไรมาบดบังทำให้ที่แห่งนี้มีสมญานามว่านครทองสีเหลืองแห่งซีร็อค

เฮ้ยเฟตา เจ้ายังไม่กลับอีกเหรอวะ ชายหนุ่มที่นั่งพิงกำแพงหินอยู่ใกล้ๆ เขาถามขึ้น วันนี้มีงานฉลองครบรอบ 20 ปีที่พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะอะไรงั้นเหรอ ไม่หรอก ไม่มีใครกล้ารู้มากกว่า ถึงแม้จะมองภายนอกว่าพวกตนนี้เป็นเพียงแค่ขบวนนักเดินทางเร่รอนที่มาปักหลักพักอาศัยหากแท้จริงแล้วแต่ละคนนั้นมีศักดิ์เป็นถึงนักฆ่ามืออาชีพที่ทางการได้แต่ชายตามองไม่กล้าทำอะไร

ด้วยชื่อเสียงของที่นี่ประกอบการคงอยู่ของพวกตน เพชรฆาตเลือดเย็นเหล่านั้นจึงได้เดินทางหลั่งไหลกันเข้ามาเมื่อต้องการพักผ่อนและออกไปทำงานตามหน้าที่หมุนเวียนผละเปลี่ยนกันแบบนี้เรื่อยไปและเฟตาก็เป็นหนึ่งในนั้น

แล้วทำไมข้าต้องรีบกลับด้วยฌามา ร่างเพรียวบ่นอุบไม่ค่อยพอใจนัก

เสียงฮาจากรอบวงที่นั่งกันเป็นวงกลมดังลั่น โอ้ย เฟตา ถ้าเจ้าไม่รีบกลับเดี๋ยวเมียบังเกิดเกล้าก็เล่นเอาหรอก บอกก่อนนะว่าพวกเราไม่ช่วยเจ้าแน่ บาฮาดีชายหนุ่มร่างกำยำหนวดเฟิ้มกล่าวติดตลก

ใช่ๆ เมียเจ้าน่ะเก่งยังกะอะไรดี ใครจะไปกล้าสู้วะ เสียงใครก็ไม่รู้แถวๆ นั้นเสริม

เฟตาชักเริ่มโมโหเลือดขึ้นหน้า ปกติเขาเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วด้วยและนี่เพิ่งจะกรอกเหล้าลงไปเป็นถังอีก เดี๋ยวได้มีเรื่องแน่ พูดงี้หมายความว่าไง ข้ายังไม่มีสักหน่อยมามง มาเมียอะไร! เขาฉุนจัดกระชากคอเสื้อไอ้คนปากเสียเมื่อกี้ขึ้น

อ้าว เรื่องไรมาลงที่ขะอ๊ะ! พูดปุ๊บก็มาปั๊บเลยวะ เฟตายักคิ้ว โน่นไง ร่างหนาชี้นิ้วออกไปนอกวง

เซดิล! เฟตาวิ่งเข้าไปหาปล่อยไอ้คนที่โชคร้ายเมื่อก้นกระแทกพื้นเพราะไม่ทันระวังตัว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยคม เชิดคอขึ้นยืนกอดอก รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว! เฟตาสะดุ้งโหยงเดินเข้าไปก้มปะล่อกๆ

แหม..ก็..มันแค่.. เขายิ้มแหยๆ ไม่นึกว่าเพื่อนตนจะโกรธขนาดนี้

ไม่คงไม่แค่จำได้มั้ยว่าพรุ่งนี้วันอะไร ร่างที่สูงกว่าถ้ามองดูให้ดีๆ จ้ำเท้าเข้าไปใกล้

พรุ่งนี้..ง่า เขากลิ้งลูกตากรอกไปมา วันอะไรวะ

ร่างโปรงชักเลือดขึ้นหน้าสะบัดตัวเดินหนีทันที เฟตาเห็นก็รีบวิ่งเข้าไปจับข้อมือเพื่อนตนไว้ เฮ้ย! เดี๋ยวสิจะไปไหน เส้นความอดทนของเซดิลชักเริ่มขาดพึง เขาอ้าปากเตรียมจะด่าไอ้คนความจำสั้นนี่สักฉอด

แหมๆ เฟตาเค้าก็แค่กลับดึกนิด ๆหน่อยๆ แค่เนี่ยถึงกับฉุนไม่มองหน้าใครเชียว โกรธง่ายแบบนี้ระวังจะเหี่ยวเร็วนะ เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวแต่งอค์ทรงเครื่องอะร้าอะร่ามในวงนั่นพูดประชด หล่อนไม่

ค่อยชอบใจนักกับท่าทางง้องอนของเฟตา เพราะหล่อนก็เคยหมายตาเขาเอาไว้ถ้าไม่มีไอ้คนๆ นี้เข้ามาแทรก

ใคร เจ้าว่าใครเป็นคนโกรธง่าย พูดให้มันระวังปากไว้บ้างก็ดีนะจิลา ถ้าไม่อยากให้หน้าเหี่ยวๆ นั่นย่นลงไปอีก เซดิลดึงมือของเฟตาออกเพื่อเดินเข้าไปประจัน

ลองดูไหมล่ะ หล่อนเชิดหน้าเขย่งเต็มที่

ไม่เอาน่า ทั้งคู่แหละ บาฮาดีเข้าไปห้ามกลางวงของทั้งคู่ ขืนได้สู้กันจริงๆ ยายจิลานี่เน่าแน่เพราะเซดิลมันทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงและเด็กตัวเล็กๆ

เชอะ! หล่อนนั่งลงที่เดิม บ่นอุบไปมา คอยดูนะ ถ้าข้ามีโอกาสเจ้าได้เจอดีแน่

เซดิล~! เฟตารีบวิ่งตามไปประกบขอโทษไอ้เพื่อนยากแทบไม่ทัน คนอะไรวะเดินเร็วฉิบ

ณ วงล้อมแค้มป์ไฟที่เดิม ทุกคนกำลังนั่งมองตาค้างอยู่แบบนั้น บทจะไปก็ไป บทจะมาก็มาเรอะ

ฮึๆ ฮ่าๆ บาฮาดีหัวเราะลั่นยกมือขึ้นตีหน้าผากไปมา พวกเขาหันกลับไปมอง คราวนี้อะไรอีกล่ะ

เฮ้ย ขำไรวะ

ก็กำลังนึกถึงวันที่ไอ้เซดิลมาไง จำไม่ได้เรอะ พวกแกงี้หน้าตาหื่นยังกับไม่เคยเห็นคนจนโดนไอ้เฟตาถล่มซะยับเยิน พวกคนในเหตุการณ์นั้นนึกตามแล้วก็หัวเราะออกมาบ้าง

นั่นดินะ แต่แหมตอนนั้นไอ้เซดิลมันสวยจริงๆ นี่หว่า เอวบางร่างน้อย ถึงแม้ตอนนี้มันจะสูงขึ้น แข็งแรงขึ้นแต่ก็ยังสวยฉิบหายอยู่ดี พูดแล้วก็นึกถึงตอนที่มันฟื้นขึ้นมานะ ฌามาพูดเสริม

ใช่ๆ ตอนนั้นออกจะน่ารัก เรียบร้อยแต่อยู่ๆ ไปมันชักยังไง ห่ามๆ เหี้ยมๆ ไม่รู้ติดนิสัยใครมา คนที่นั่งอยู่แถวๆ นั้นพูดต่อโดยที่ไม่ได้รู้เอาซะเลยว่าคนที่เฟตาเก็บมานั่นนิสัยเป็นจากหน้ามือเป็นหลังตีนได้ขนาดนี้ก็เพราะพวกมันเองนี่แหละ

อืม 3 ปีแล้วสินะ บาฮาดีนลูบหนวดที่เริ่มจะยาวเป็นเคราแพะไปมา ตั้งแต่เซดิลมา ดูเฟตามันจะสงบเสงี่ยมเปลี่ยนไปเยอะ ทำไงได้ เป็นใคร ใครก็หงอวะ สวยดุขนาดเคยฆ่าล้างตระกูลชาวบ้านซะขนาดนั้นนี่นะ

นี่ เจ้าก็บอกให้รู้เรื่องสิว่าพรุ่งนี้น่ะมันวันอะไร! เฟตาสบถเมื่อกลับเข้ามาในกระโจมที่พักแล้ว ไม่ว่าจะง้อยังไงไอ้เพื่อนคนนี้มันก็ไม่หายงอนซะทียังงี้ต้องเจอไม้ตาย เฮ้ย ถ้าขืนเจ้ายังทำท่าแบบนี้เรื่อยๆ คนเค้าก็หาว่าเจ้าน่ะเป็นเมียข้ามากขึ้นนะโว้ย ได้ผลชายหนุ่มชะงักกึก

ใคร ใครมันบังอาจ อ้าวซวยแล้วไง ร่างเพรียวคิด

เอ่อ เปล่าอ่ะ เปล้าไม่มี แค่พูดเฉยๆ ว่าแต่โกรธข้าเรื่องอะไรเนี่ยบอกได้ยัง

ว่าแล้ว สมองปลาทองความจำสั้นอย่างเจ้าคิดไป 100 ปีก็นึกไม่ออกหรอก เฟตาไม่สนใจ เขาทำเป็นไม่ได้ยินโดนไอ้เพื่อนคนนี้มันด่ามาซะ 3 ปีแค่นี้น่ะเรื่องเล็ก

ก็มันเรื่องอะไรล่ะ เขาไม่ตอบหากกลับเอามือแหวกผมยาวดำสลวยนั่นเปิดต้นคอเนียนที่มีรอยนูนของตราประทับอะไรซักอย่างออก

นี่ไง สมองอันแสนน้อยนิดของเฟตามีแสงสว่างทันที ไอ้รอยบ้าๆ นี่น่ะเหรอ

เออ นึกออกแล้วใช่ไหม

ยังว่ะ เซดิลแทบทรุด เขาหยิบมีดจ่อคอหอยไอ้เพื่อนรักทันที นึกออกหรือยัง

นึกนึกออกแล้วจ้า ร่างเพรียวชักเริ่มเหงื่อตก คนอะไรล้อเล่นหน่อยเดียวเองอ่ะ

ยังไง

เอ่อ นัยน์ตาสีน้ำตาเฉมองทางอื่น ใช่แล้ว! เรื่องที่ว่าจะพาเจ้าไปหานักทำนายมุสตาปานั่นใช่ไหม? ชายหนุ่มมองดูเพื่อนตนสักพักก่อนลดดาบลง รอดไปได้นะ

เจ้าน่ะมันพวกกินไม่เลิก ถ้าไม่ไปตามอีก 10 ชั่วโมงก็ไม่จบ เขาหันหลังไปจัดที่นอน เอ้า เอาไป โยนหมอนกับผ้าห่มให้กับร่างเพรียวที่ทำหน้าเหรอหราทันที คราวนี้อะไรอีกวะ

ลงโทษ คืนนี้นอนพื้นนั่นแหละ

หา!

ค่ำคืนในหุบเขานี้หนาวเย็นจนเข้ากระดูกดำ เสียงเอะอะโหวกเหวกข้างนอกเงียบลงบ้างแล้ว เซดิล ร่างเพรียวหงกหัวขึ้นมาเรียกเพื่อนตนว่าหลับไปหรือยัง

อะไร

นอนคนเดียวไม่หนาวเหรอให้ข้าขึ้นไปกอดไหมจ๊ะ อ๊ากกก! ผ้าห่มผืนใหญ่โยนลงมาใส่คนพูดแทบไม่ทัน

โธ่ ตัวเองอย่างอนแบบนั้นสิ เมียจ๋าแอ๊ก! หมอนหนุนตามไปอีกหนึ่ง

ไม่ชอบเหรองั้นเปลี่ยนเป็นผัวขาก็ได้อ่ะ คราวนี้เซดิลล้มลงมาทับเองเนื่องจากไม่มีอะไรจะปาแล้ว เฟตายิ้มแหยงๆ เจ็บเหมือนกันนะโว้ย

พูดปุ๊บก็จะเอาปั๊บเลยเหรอจ๊ะทูนหัว แกล้งแหย่ต่อแต่ผลที่ตามมานั่นคือหมัดลุ่นๆ ที่หลบแทบไม่ทัน ทั้งคู่ตะลุมบอนกันไปพาจนฝุ่นคลุ้ง

เฟตาพรุ่ ชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งเปิดผ้ากระโจมออกเห็นภาพที่ดูแล้วเข้าใจผิดสุดๆ เข้า

ง่าขะขอโทษ เชิญตามสบายนะ ฮะๆ เขาหายใจแรงมีเรื่องเล่าแล้วโว้ยแต่เอ๊ะ! ทำไมเซดิลถึงอยู่ข้างบนล่ะ คิดเองหน้าแดงเอง อนุโลมเสร็จศัพท์ว่าถ้าตนยังอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวพวกเขาจะเกรงใจไม่กล้าทำต่อเลยสาวท้าวยาวๆ ไปอย่างเร็ว

คนในห้องทั้งคู่ที่ตกเป็นเชลยจำยอมอยู่มองค้างตามไอ้คนเมื่อกี้แล้วกลับมาจ้องตากัน เฮ้ย! เซดิลลุกซะทีสิมันหนักนะโว้ย~ ดูดิยิ่งเข้าใจผิดกันไปใหญ่เลย

ก็เพราะใครล่ะ หาเรื่องเอง ชายหนุ่มชักเซ็ง พรุ่งนี้ต้องโดนล้อแต่เช้าแน่ ไม่อยากจะคิด พอๆ นอนกันได้แล้ว เขาประคองร่างตัวเองกลับขึ้นไปบนเตียง

ไรกัน ข้าผิดด้วยเรอะเอ๊ะ! แล้วสรุปนี่ต้องนอนพื้นจริงๆ เหรอ

รุ่งเช้ามาเยือนที่นี่อีกครั้ง เหล่าซากอะไรซักอย่างที่ดูเหมือนคนนอนเกลือกกลิ้งกันบนพื้น ขาก่ายกันแทบพัน งานเลี้ยงเมื่อคืนคงจะมันส์จนไม่ยอมเลิกแน่ๆ เซดิลคิดขณะเดินผ่านไป

เป็นไข้! เสียงสามเสียงแทบประสานกันดังลั่น

ร่างโปร่งยกมือขึ้นกันน้ำลายที่กระเด็นมาทันที ใช่ ต้องพูดซ้ำอีกเหรอ เนี่ย เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่เช้าแล้วตื่นขึ้นมาก็ต้องมาเจอหน้ายายเหี่ยวจิลานั่นเป็นคนแรกเพราะบาฮาดีให้มาตามเฟตาไปพบ แล้วสิ่งที่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ก็คือเฟตาที่กำลังนอนตัวร้อนจี๋อยู่อีก สงสัยเพราะให้นอนพื้นเมื่อคืนแหงๆ เสียชื่อนักฆ่ามือหนึ่งจริงๆ ไอ้หมอนี่นิ

แล้วทีนี้จะทำยังไงดี บาฮาดีชักกลุ้ม ลูกค้าเจาะจงเป็นไอ้หมอนี่หรือคนที่มีฝีมือใกล้เคียงซะด้วยสิ แล้วไอ้คนที่มีฝีมือใกล้เคียงนี่ก็ออกไปทำงานกันหมดเลยเหลือแต่

มีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอ ร่างหนาส่ายหัวไปมา บอกไม่ได้เด็ดขาด ขืนเจ้านี่รู้เค้ามีหวังต้องเสนอตัวทำแทนแน่ๆ เซดิลชักเอะใจ ร้อนรนแบบนี้ต้องเกี่ยวกับธุรกิจของเฟตาชัวร์ มีงานเข้ามาใช่มั้ย?

ทั้งสามเสตาไม่กล้ามองสบ เขาชักทนไม่ได้ กระชากคอเสื้อของใครสักคนที่ใกล้ตัวที่สุดขึ้นจนคนนั้นตัวลอย ตอบมา!

ไม่รู้ด้วยแล้วโว้ย ไอ้หมอนั่นคิด มีงานเข้ามาน่ะ ฆ่าผู้สำเร็จราชการแคว้นมาเจาร์

เซดิลขมวดคิ้ว งานง่ายๆ แค่นี้ทำเองก็ได้ไม่น่าจะเดือดร้อนถึงเฟตานี่นาช่างเถอะ ข้าทำเอง

เฮ้ย!!

ไม่เป็นไรน่า บาฮาดี ข้ารู้นะว่าพวกท่านกังวลอะไรอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ข้าฝึกกับเฟตามาอย่างดีแล้ว น่า เชื่อกันบ้างสิ เขาทำหน้าหวานออดอ้อนออเซาะ เจอลูกนี้เข้าเป็นใครก็ยอมตกหลุม

รายละเอียดเดี๋ยวค่อยมาคุย เดี๋ยวข้ากลับมาไปเตรียมของเดินทางก่อนรอตรงนี้แหละ เขาวิ่งฝุ่นกระจุยหายไป

หลังลับร่างชายหนุ่มไป คนทั้งสามก็มานั่งกลุ้มใจ ไม่น่าไปหลงคารมเลยจริงๆ นึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นที่พวกตนพาเซดิลออกไปทำงานด้วยครั้งแรกแล้วหนาว แรกๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่จู่ๆ บ้าอะไรขึ้นมาไม่มีใครรู้ เห็นเลือดปุ๊บดันเกิดอาการอยากฆ่าล้างโคตรเค้าเสียเฉยๆ นึกถึงใบหน้าที่แสนโหดเหี้ยมนั่นแล้วสยอง จะห้ามก็ไม่กล้า หันไปขอความเชื่อเหลือจากเฟตาก็ไม่ได้เรื่องเพราะเจ้านี่เวลาได้ลงมือฆ่าคนแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นกัน ต่างกันเพียงยังมีสติรับรู้เท่านั้น

คิดแล้วกลุ้ม ไม่เข้าใจไอ้สองคนนี่เลยจริงๆ เวลาอยู่เฉยๆ ก็ออกจะกะล่อนไปวันๆ ไม่สมกับหน้าตาแต่ไฉนเวลาทำงานจึงเหมือนกำลังสนุกเวลาได้ฆ่าเสียมากกว่า

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 10

นัยน์ตางามกระพริบปริบมองเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งจ้องตนเขม็ง เจ็บเขาขยับทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ตัวงอ จุกที่หน้าท้องไปหมด

อย่าเพิ่งลุกสิ เจ้าโดนแทงมานะ คนตรงหน้ายันไหล่เขาลงนอนที่เดิม

ที่นี่คือที่ไหนกัน เขาถาม บรรยากาศไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

กลางหุบเขาที่กันดารที่สุดแห่งหนึ่งน่ะสิ ชายหนุ่มยื่นแก้วที่บรรจุน้ำสีแปลกๆ ให้ ดื่มซะ มันจะช่วยให้นายดีขึ้น

เขารับมา ทำหน้าบึ้งเมื่อลิ้มรส ยาอะไรเนี่ย ขมจัง

อ้าวก็ยาน่ะสิไม่ใช่ขนมถึงได้หวาน ไม่เคยกินยาขมๆ หรือไง ทำตัวยังกับพวกคนในวังไปได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นไปจัดของใส่ย่ามเสร็จแล้วจึงหันมาพูดกับร่างบางต่อ

เจ้าชื่ออะไรน่ะ ทำไมถึงโดนแทงซะขนาดนั้น

ข้าชื่อชื่อ เด็กหนุ่มใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ก็ยังนึกอะไรไม่ออก คิ้วเรียวขมวด ชื่ออะไร? อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้ เฮ้ย! เป็นอะไร

ร่างบางขยับมือเข้ากอดตัวเองเหมือนคนกำลังเกรงอะไรสักอย่าง เขากำลังกลัว ภาพเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันแวบผ่านไปมาในมโนสำนึก ลมหายใจเริ่มจะหอบระรัว เหงื่อเม็ดใสๆ ผุดขึ้นตามใบหน้า ชายหนุ่มเห็นอาการนั้นแล้วชักใจเสีย

เฮ้ย! เฮ้ย! เขาเขย่าตัวร่างบางไปมา เหมือนจะได้สติแล้ว เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาไปมา

นี่ข้า..?

เจ้านี่ จริงๆ เลยนะ เขาเกาหัว ช่วยคนผิดจริงๆ เรา ไม่ต้องทำหน้ายังกะโลกจะแตกก็ได้ จำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าเฟตา ชี้นิ้วไปที่อกแนะนำตัว

ooooooooooooooooooooo

เลือดสีแดงสดสาดกระจายไปทั่วพื้นพรมเพราะเส้นเลือดใหญ่ถูกปาดฉึบ ร่างหนาของชายหนุ่มล้มลงทาบทับแนบอกของหญิงสาวที่นอนอยู่ด้านล่างทันที

กรี๊ดดดดด! นางกรีดร้องดังลั่น ฝ่ามือเรียวได้รูปจับยกท่อนแขนหนาให้พลิกตัวกับมาเพื่อจะนำชิ้นส่วนบางอย่างไปเป็นหลักฐาน

จำเอาไว้ ถ้าเจ้านำเรื่องนี้ไปบอกใครข้าจะตามล่าเจ้าแบบเงาตามตัว ใบหน้าคมงานหันไปสั่งเสียพยานเมื่อทำงานเสร็จสิ้น

โอ๊ย! อุตส่าห์เก๊กมาดเข้มแต่สุดท้ายก็สะดุดชนขอบเก้าอี้จนกระดาษบนโต๊ะหล่นลงมา

ตรานี่! รูปประทับที่ด้านล่างทำเอาเขาต้องเอามือเข้าลูบที่ต้นคอ คล้ายกันเลย นี่มันสัญลักษณ์อะไรน่ะ เขาถามหญิงสาวที่สั่นเป็นจ้าวเข้าอยู่

หล่อนก้มหน้าก้มตา เอาแต่นั่งร้องไห้ จนเขาทนไม่ได้ ตอบมา! นางสะดุ้งเฮือก ตะ..ตราประทับประจำเมืองอะไรสักอย่างละมั้ง ขะ..ข้าไม่รู้

ชายหนุ่มเห็นแล้วก็สังเวช เห็นท่าว่าหล่อนคงจะไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ อย่างว่าเป็นแค่อีหนูเท่านั้นเองจะไปรู้อะไรได้ เขาถอนหายใจหยิบกระดาษแผ่นนั้นติดมือแล้วหายตัวไปต่อหน้าต่อตาของหญิงสาวนางนั้น

เฮ้ย นั่นเซดิลนี่ ทำไมกลับมาเร็วจังวะ ดูบานชี้ไปหาร่างโปร่งที่เดินเข้ามาพร้อมของในมือ

ไงฆ่าไปกี่คนล่ะ เฟตายิ้มแซวขณะยื่นมือรับถุงใส่เงิน เซดิลไหวไหล่เดินผ่านเข้าไปหยิบน้ำขึ้นดื่มอึกๆ

ดูบาน เจ้าออกไปก่อนได้ไหม ความที่เป็นเพื่อนรู้ใจกันมามีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าเซดิลต้องการจะพูดบางอย่างกับตน

ว่าไงล่ะ มีอะไร กระดาษแผ่นบางๆ ที่ร่างโปร่งหยิบติดมือมาด้วยถูกเขวี้ยงใส่เฟตาเต็มๆ หากเฟตานั้นกลับรับได้หวุดหวิด กระดาษ? ทำไม? ..ตรานี่! เขาชะโงกหน้าขึ้นมองเซดิลแทบไม่ทัน

ใช่เหมือนมากแต่ไม่ใช่ อีหนูของเจ้าแก่ที่ข้าฆ่าไปบอกว่าเป็นสัญลักษณ์เมืองอะไรสักอย่าง เจ้าคิดว่าไง?

เจ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้ไหมล่ะ เฟตาค่อนแคะ

เฮ้อมันก็จริงล่ะนะด้วยรูปร่าง หน้าตาและมันสมองอันแสนจะเลอเลิศยอดเยี่ยมราวกับพระเจ้าสร้างขึ้นแบบข้าจนใครๆ ไม่อาจมาแทบได้ยังคิดไม่ออกแล้วอย่างเจ้าจะมีปัญญาได้ยังไง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ถามผิดคน เขาทำท่าสังเวชตัวเอง

เฟตาที่เสื้อหลุดโชว์ไหล่ไปแล้วข้างนึงเพราะไม่นึกว่าร่างเพรียวจะเล่นมุขนี้ขึ้นมา เออข้ามันไม่ดี

เพิ่งรู้เรอะ ชายหนุ่มพูดขรึมๆ

นี่เซดิล ข้าสังเกตเห็นนะว่า 2-3 วันมาเนี่ยเจ้าไม่ค่อยยิ้ม เที่ยวไปกวนประสาทชาวบ้านเค้าอย่างเมื่อก่อน เป็นอะไรไปหรือเปล่า

เซดิลเสมอง ก็เพราะใครล่ะบอกว่าจะพาไปเจอนักทำนายบ้าบออะไรนั่นแล้วก็ดันเป็นไข้ขึ้นมาเดือดร้อนเพื่อนที่แสนดีต้องออกไปผจญชะตาตามลำพังคิดแล้วก็น่าเศร้า เขายกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา

เฟตาเห็นอาการตอแหลของเพื่อนแล้วชักอยากถีบ สรุปข้าก็ไม่ดีอีกสิ

ใช่ เรียบง่ายและได้ใจความสุดๆ

ทำไมเราถึงเก็บเจ้าบ้านี่มานะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เอาวะ แกล้งซะหน่อย งั้นก็แย่สิเพราะตอนแรกกะว่าจะทำบุญไถ่โทษ พาไปหามุสตาปาซะหน่อย ดูท่าเจ้าคงอยากเล่นบทนักแสดงมากกว่าจะไปนะ

ว่าไงนะ ไปสิ ไป ไปเดี๋ยวนี้เลย เซดิลไม่พูดร่ำทำเพลงลากแขนเรียวนั่นออกไปทันที

เฮ้ย เบาๆ หน่อยสิวะ เฮ้ย~! กลิ่นกำยานหอมตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ ที่นี่คือถ้ำที่เกิดจากการกัดกร่อนของลมจนกลายเป็นชะง่อนหินเว้าเข้าไปภูเขาสูงที่แสนจะแห้งแล้งไม่แพ้ที่ๆ พวกเขาอยู่

ข้ากำลังคิดว่าจะไปตามเจ้าอยู่เชียวเฟตา เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคนทั้งคู่ดังขึ้น เซดิลมองอย่างนึกทึ่ง ผิดคลาดไปแยะแฮะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นผู้เฒ่ารุ่นแง้มฝาโลงซะอีก

มีอะไรหรือพ่อหนุ่ม? มุสตาปาถามขึ้น ร่างเพรียวจึงได้รู้ว่าเสียมารยาท เขาหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ เฟตาเห็นแล้วอดกระทุ้งสีข้างเพื่อนสนิทตัวเองไม่ได้

ทำตัวดีๆ สิ นั่นท่านมุสตาปานะโว้ย ไม่ใช่คนที่จะมาเล่นด้วยได้

มุสตาปายกมือขึ้นปราม ไม่เป็นไรหรอก ทางนี้สิต้องขอโทษเพราะไม่สามารถต้อนรับได้สมกับฐานะของพระองค์ ชายหนุ่มทั้งคู่แปลกใจกับสรรพนามที่แปลกออกไป พระองค์?

ไม่เห็นต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย พระชายา คราวนี้ตาแทบถลนออกมานอกเป้า พระชายา!

ไหนไหนกันท่าน ข้าไม่เห็นใครเลยนะนอกจากพวกเรา เซดิลหันมองซ้ายขวา ...อย่าบอกนะว่าข้า นิ้วเรียวชี้ไปเข้าที่อกตัวเอง ส่วนเฟตาก็ผงกหัวเห็นด้วยทันที

เหตุใดข้าจึงต้องหลอกด้วย สัญลักษณ์ที่คอของท่านเป็นเครื่องหมายได้อย่างดี ท่านซามิลรา มือแกร่งยื่นสัมผัสที่หลังคอเนียน

ซามิลราเฟตายกมือขึ้นปิดปาก เขารู้จักชื่อเสียงของพระชายาองค์นี้ดี ทะ..ท่านมุสตาปา อย่าล้อเล่นแบบนี้น่า ชื่อนี้เป็นชื่อต้องห้ามที่ไม่ควรจะเอ่ย ท่านก็รู้

แม้เซดิลจะไม่รู้เรื่องอะไรแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อนัก นั่นสิ พระชายาเชียวนะ ข้าคงไม่ใช่หรอก

ตา

เอ๋?

สีตาของท่านก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่ง

บะบ้าน่าตาข้าก็เหมือนคนทั่วๆ ไป

อย่าโกหกข้า พระชายาน่ะก่อนที่จะถูกปลงพระชนม์ได้ถูกโรยผงยาสลบอย่างแรงไว้ที่นัยน์ตา ดังนั้นฤทธิ์จึงมีผลข้างเคียงทำให้พระองค์มีตาสีน้ำตาลทองในเวลากลางวัน สีทองในเวลากลางคืน

ถูกปลงพระชนม์! หมายความว่าถูกฆ่าเหรอ ไม่ใช่หนีไปพร้อมชายชู้งั้นรึเนี่ย! เฟตาโพลงออกมาด้วยความลืมตัว

ชู้! หมายความว่ายังไง! ชายหนุ่มตะโกนลั่นแม้จะไม่แน่ว่าตัวเองคือ ซามิลราจริงๆ หรือเปล่าก็ตาม

ใจเย็นๆ ทั้งคู่นั่นแหละ มุสตาปาปรามอีกรอบ ชายหนุ่มทั้งสองได้ฟังก็สงบลง

แล้วมันยังกันแน่

ไม่ ท่านต้องหาคำตอบด้วยตัวของท่านเอง พระชายา แสงตะเกียงถูกลมพัดไปมาจนไหววูบและดับลง

ตกลง เซดิลหยุดคิดสักครู่ก่อนตอบ แต่บอกก่อนนะว่าข้ายังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด

มันเป็นความจริงพระองค์ แหวนที่มือนั่นก็คือหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง

บ้าน่า เฟตาจ้องหน้ามุสตาปาเขม็ง ท่านมุสตาปาลองคิดดูสิ หากเจ้านี่เป็นเจ้าชายซามิลราจริงจะมีนิสัยแบบนี้เหรอ เท่าที่เคยได้ยินท่านออกจะเรียบร้อยปานนั้น แม้จะเป็นการเถียงข้างๆ คูๆ แต่มันก็เป็นการขัดกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ซึ่งเซดิลเห็นด้วยในข้อนี้เช่นกัน

แล้วทำยังไงพวกท่านถึงจะเชื่อ

ข้าจะไปพบสุลต่านชาเซนาน ไปถามเค้าด้วยตัวเอง

เฟตาแทบผงะ ฮ้าาาา!

ใช่ข้าอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของสุลต่านชาเซนานเอง เขาอาจจะเคยเป็น ซามิลราที่แสนดี แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เขาคือเซดิล นักฆ่ารับจ้างคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูสีกับมือหนึ่งอย่างเฟตา!

เมื่อตกลงปลงใจกันได้ว่าจะออกเดินทางไปแคว้นอัลลัลคาวา ทั้งสองจึงเอ่ยลาและขอตัวจา

กไปโดยทิ้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ไว้เล็กน้อยเป็นสินน้ำใจ

มุสตาปาเดินไปส่งพวกเขาถึงหน้าปากถ้ำ รอจนร่างเพรียวทั้งสองหายไปจึงพูดขึ้นกับใครบางคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น แน่ใจหรือว่าทำแบบนี้จะถูก ท่านอาจารย์

ร่างสูงก้าวเดินออกมา เขาไม่เอ่ยอะไรนอกจากแหงนหน้ามองดวงดาวที่ส่องประกายสลัวอยู่บนฟากฟ้า ไม่มีใครรู้อนาคตได้ มุสตาปา ไม่มีใครรู้

แม้แต่ท่านมาดีนาย?

ใช่

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 11

สายสร้อยทองคำแท้ยาวที่มีอัญมณีสีฟ้าจางๆ ประดับล้อมรอบด้วยเม็ดไข่มุกขาวบริสุทธิ์ถูกมือแกร่งจับยกขึ้นหลังจากมันถูกเก็บไว้ในที่ลับนานถึง 3 ปี ร่างสูงมองผ่านมันนึกถึงยังเจ้าของล่าสุดที่เคยสวมใส่มันแล้วนัยน์ตาคมก็มีประกายกร้าวขึ้น ข้ารู้นะว่าเจ้ายังไม่ตายซามิลรา กลับมาสิ กลับมาให้ข้าฆ่าเจ้าด้วยมือคู่นี่อีกครั้ง

ท่านพ่อ ชาเรลเรียกซ้ำเมื่อครั้งแรกไม่ได้ผล ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาก็พูดกับชายหนุ่มน้อยลงและแทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลยถ้าไม่จำเป็น ดูเหมือนบิดาตนจะเปลี่ยนไปมาก เงียบขรึมขึ้นกว่าแต่ก่อนจนใครๆ ก็อุปโลกน์ไปว่าพระองค์ตัดใจจากพระชายาไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันจะเป็นเช่นนั้นหรือ?

เอ่อ..ท่านพ่อ จายาสให้มาเชิญไปที่ห้องประชุม ชาเซนานวางของในมือลงแล้วเดินออกไป เด็กหนุ่มไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งนั้นนักจึงก้าวขาเข้าไปเพื่อดูให้เต็มตา สร้อยของท่านซามิลรา! ชาเรลหันกลับไปมองร่างสูงที่หายลับตาไปแล้ว

ท่านพ่อ ท่านคิดอะไรอยู่กันแน่

แสงตะวันแดดแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ อากาศที่ร้อนระอุแผดเผาโลมเลียผู้คนที่กำลังสันจรไปมาจนต้องยกผ้าคลุมขึ้นมาปกปิดส่วนต่างๆ กันเป็นทิวแถว ประตูเมืองใหญ่แห่งแคว้นอัลลัลคาวาเปิดกว้างให้บรรดาพ่อค้า นักท่องเที่ยวผ่านไปมากันอย่างขวักไขว่

ว้าว เฟตาแหงนหน้ามองตึกรามบ้านช่อง สมแล้วจริงๆ กับคำล่ำลือ ข้าไปมาตั้งหลายเมืองแล้วไม่เคยเห็นที่ๆ เจริญเท่านี้มาก่อนเลยนะ เขาหันหลังมาพูดกับเพื่อนของตน คิดว่างั้นไหม? ร่างโปร่งไม่ตอบตอบคำถามนั่นเพียงแต่บอกให้รีบๆ หาที่พักก่อนที่จะค่ำเท่านั้น

พ่อหนุ่มสองคนตอนดึกๆ อย่าออกมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ล่ะ โจรมันชุก สาวแก่เจ้าของตึกเก่าๆ ที่พอดูจะเป็นที่นอนได้บอกกล่าวก่อนที่พวกเขาจะขึ้นห้อง

เฟตาวางย่ามสัมภาระก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ไม่น่าเชื่อจริงๆ เลยว่าที่พักแถวในตัวเมืองจะเต็มหมดขนาดนั้น แต่ดูสภาพห้องนี่ก็ยังพอใช้ได้นะ เซดิลเซดิล!!

เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ว่ะ ว่าไง

เจ้านั่นแหละว่าไง เป็นอะไรขึ้นมาอยู่ๆ ก็นั่งเหม่อ เซดิลไม่ตอบเพราะเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่ย่างกลายเข้ามาที่เมืองนี้หัวใจเขาก็เต้นแรง เจ็บหน้าอกแปร๊บๆ อยู่ตลอดเวลา

นี่เซดิล ถามจริงๆ นะ ถ้าเกิดว่าเจ้าเป็นพระชายาจริง เจ้าจะทำยังไงต่อไป

ทำยังไงแล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไงล่ะ ไปอ้อนวอนของไอ้สุลต่านนั่นว่าข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าเถิด ให้ข้ากลับเข้าวังเหอะนะ หรือยังไง เขาขมวดคิ้ว ที่ข้าลงทุนมาที่นี่ก็แค่อยากจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองแต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมนี่พอเหอะ นอนดีกว่า เขาทำท่าจะล้มตัวลงนอนถ้าไม่ขัดที่คนข้างๆ ดึงไว้

อะไรอีกล่ะ เขาสะบัดแขนออก เจ้าเฟตามันเป็นอะไรของมันนะทำท่าอ้อนเค้าตั้งแต่เริ่มออกเดินทางแล้ว

ป่ะ เปล่าๆ นอนเหอะ เขาอยากจะบอกว่าถึงแม้เซดิลคิดกลับไปเป็นเหมือนเก่า เขาคนนี้แหละที่จะเป็นคนขัดขวางเองถึงแม้จะต้องทำร้ายกันบ้างก็เหอะ

แล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง เฟตาและเซดิลตกลงกันว่าจะลอบเข้าไปคืนนี้ ดังนั้นทั้งคู่จึงจำเป็นต้องศึกษาแผนที่วังให้เสร็จก่อนค่ำ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงนักฆ่าชั้นยอดอยู่ก็ตาม ทั้งกำลังพลที่แน่นหนา ความกว้างใหญ่และซับซ้อนของสถานที่ แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นห้องนอนขององค์สุลต่านซึ่งมีกระจายอยู่ประมาณ 3-4 ที่

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ชาววังปกติเค้าไม่ได้นอนกันที่เดียวหรือไงนะ

ไม่ต้องหันมามองเลย ข้าจะไปรู้ได้ยังไง เซดิลบ่น ข้าว่าข้าจะไปห้องนี้ก่อน เขาชี้นิ้วลงบนแผนที่ที่ได้มา เราจะเรียงลำดับตั้งแต่ห้องในสุดออกมาจนกระทั่งนอกสุด เจ้าว่าดีไหม?

คิ้วเรียวขมวดเข้าอย่างคนใช้ความคิด เรื่องแบบนี้มันเสี่ยงมากพอดูทีเดียว ห้องในสุดนั่นก็หมายถึงพระราชฐานด้านในซึ่งมีกำลังพลตรวจตราเข้มงวด ทำไมต้องเริ่มจากในสุดด้วยล่ะ

อ้าว! ถ้าพวกนั้นเริ่มจะระแคะระคาย เค้าก็ต้องเพิ่งเวรยามให้มากขึ้นแล้วเอ่อ เอาเป็นว่าข้าจะเริ่มจากข้างในละน่าอย่าถามมากเลย ตัดบทเอาดื้อๆ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันแหละว่าทำไมเพียงแต่ตัดสินใจไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง

เฟตาได้แต่มามองตาปริบๆ นึกทึ่งในความตัดบทของเพื่อนตนแต่ก็ช่างมันเหอะ เขาไหวไหล่ และแล้วแผนการบุกวังก็เป็นอันเสร็จสิ้น ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดดำรัดกุมทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้

มือเรียวตะปบเข้าจับชายเสื้อเพื่อนตนเพื่อดึงเข้าหลบกองขบวนทหารขนาดย่อมๆ ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเวรยามแค่นี้จะไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้แต่การไม่ประมาทเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้

แสงจันทร์นวลส่องกราดเข้าทั่วบริเวณช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกันแล้วน่ะเฟตา สะกิดคนข้างๆ หลังจากวิ่งกันเข้ามาหลบในพุ่มไม้แห่งหนึ่งได้

เดี๋ยวนะอ๊า! เขาอุทานเบาๆ ขณะกำลังยกแผนที่ขึ้นดู นั่นไงละจุดนัดพบของพวกเรา นิ้วเรียวชี้ไปตามทางเดินที่ลาดยาวบรรจบเป็นห้องๆ หนึ่ง

แต่แปลก ทำไมไม่เห็นมีคนเฝ้าหน้าห้องเลย?

จะไปรู้เรอะ เอาน่าลองเข้าไปดูเหอะ เซดิลเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนออกเดินนำหน้าอาดๆ ออกไปทิ้งให้เฟตาวิ่งตามอยู่ข้างหลัง

นี่ข้าว่าพวกเราเข้าทางหน้าต่างไม่ดีกว่าเรอะ

ooooooooooooooooooooo

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ดังขึ้นติดๆ กัน พวกเขาลอบเข้าไปในวังนั่นมา 2 ครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่พบคนที่ต้องการเลย คว้าน้ำเหลวทุกครั้งเหมือนกับว่าคนๆ นั้นรู้ว่าเขาจะมาอย่างไรอย่างนั้น นี่มันอะไรกันนะ!

อาการนั้นไม่สามารถพ้นสายตาของคนอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องเช่นกันได้ เขาลอบยิ้ม สงสัยว่ากลับไปเจ้าเซดิลคงต้องไปฝึกลางสังหรณ์ใหม่ซะแล้ว ครั้งจะเอ่ยปากพูดร่างโปร่งนั่นก็ลุกขึ้นทำท่าจะออกจากห้องไปซะก่อน

เฮ้ย! เซดิลนี่เจ้าจะไปไหนน่ะ

นัยน์ตาคมหันขวับมา เบื่อเซ็ง จะออกไปเดินเล่น!

งั้นข้าไปด้วย รอเดี๋ยวนะไปหยิบผ้าคลุมก่อน ตอนนี้แดดมันร้อนเดี๋ยวผิวสวยๆ ของข้าจะไหม้ซะหมด ถึงแม้ว่าจะพูดอย่างงั้นหากที่จริงแล้วผ้าคลุมผืนนั้นเฟตาก็ไม่ได้เป็นคนใช้ เขาบังคับให้ซาดิลห่มเอาไว้โดยอ้างว่าใบหน้าเนียนนั่นดูซีดเซียวเหมือนคนกำลังจะไม่สบาย

ทั้งสองคนต่างพากันเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดมุ่งหมายจนกระทั่งแสงแดดเริ่มจะแรงกล้าขึ้นทุกที นี่แวะร้านโน้นกันเหอะ ข้าว่าจะซื้อผ้าใหม่ๆ อยู่พอดี เฟตาหาข้ออ้างจูงข้อมือบางนั่นออกเดิน ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะพาเซดิลมาหลบร้อนเท่านั้นแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะความหลากหลายของสีสรรพวกนี้

ผ้าไหมหนาเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มถูกยกรื้อขึ้นดู ผืนนี้คงจะเหมาะกับเซดิลไม่น้อยทีเดียว ชายหนุ่มแอบยกขึ้นเทียบดู ตายจริง นายท่านนี่สายตาดีจริงๆ นะคะ ผ้าผืนนั้นข้าสั่งทอมาจากดินแดนอันไกลโพ้น เนื้อผ้าก็ละเอียดนุ่ม ใส่แล้วเย็นสบาย ต้องเหมาะกับท่านแน่นอน หญิงสาวร่างท้วมที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านเดินนวยนาดเข้ามาจีบปากจีบคอ

เฟตายิ้มเจื่อนๆ คือข้าไม่ได้ซื้อให้ตัวเองหรอกว่าจะดูให้คนนั้นน่ะ ท่านว่าเหมาะไหม?

หล่อนหันไปหาเซดิลที่ยืนมองสีผ้าแปลกๆ ทันที เหมาะสิคะเอ๊ะ!! ท่านหน้าตาคุ้นๆ นะ

คราวนี้เป็นฝ่ายเซดิลเองที่หันกลับมามอง ท่านรู้จักข้าหรือ?

ฮ๊า!! หล่อนอุทานดังลั่น แหมคนสวยๆ อย่างท่านมีหรือที่ข้าจะจำไม่ได้ ตอนนี้เซเลเป็นอย่างไรบ้างล่ะ

เซเล?ใครอีกล่ะเนี่ย เซดิลปั้นหน้ายุ่ง เซเล? ท่านหมายถึง

แหมๆ เซเลที่เป็นคู่หมั้นของท่านไง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ข้าไม่ได้เห็นเขามาเกือบจะ 3 ปีเห็นจะได้ตั้งแต่คราวที่เค้าพาท่านมาอวดข้านั่นแหละ คู่หมั้น!! ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันทันที หมายความว่ายังไงกัน?

เอ่อ ท่านป้าช่วยกรุณาเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยจะได้ไหมว่าเซเลนี่เป็นใคร เฟตาพูดขึ้น

หญิงสาวยักคิ้วขึ้นเป็นอาการเฉพาะตัวเวลามีเรื่องสงสัย เซเลก็พ่อค้าอัญมณีที่เทียวไปเทียวมาแคว้นนี้อยู่เรื่อยๆ ข้าก็ไม่ได้สนิทอะไรนักแต่ที่รู้จักก็เพราะว่าสาวๆ แถวนี้เค้าเล่าให้ฟังว่าหน้าตาหล่อเหลาหาตัวจับยากอีกทั้งวาจาที่แสนสุภาพ หล่อนนิ่งไปชั่วครู่ แต่เริ่มมารู้จักกันจริงๆ ก็ตอนที่เค้ามาหาซื้อผ้าไหมอย่างดีให้คนรักของเค้า ข้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ ความจริงท่านน่าจะรู้ดีกว่าข้าอีกนะ

เซดิลฝืนยิ้มก่อนจะขอตัวออกไปทิ้งให้เฟตาหาเหตุผลมาอ้างสารพัดเองตามลำพัง ดูท่าการเดินตลาดคราวนี้จะให้อะไรมากกว่าที่คิดซะแล้วสิ

ดวงตะวันค่อยๆ ลับแสงลงจากขอบฟ้า คืนนี้ก็ควรจะเป็นอีกคืนหนึ่งที่พวกเขาจะเข้าไปในวังหากแต่ไม่ขัดที่ข่าวซึ่งได้ยินมาว่าองค์สุลต่านจะเดินทางออกนอกเมืองไปสักพักกว่าจะกลับก็อีกประมาณ 3 วันจึงเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งคู่จะได้ติตรองถีงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วย

เซดิลเฮ้ย! มือผอมกระชากใบหน้าเนียนนั่นให้หันกลับมาหลังจากเอ่ยปากเรียกไปแล้วสองสามครั้งก็ไม่เป็นผล

อ่ะ..อะไรกันเจ้านี่!!

เจ้าแหละอะไรกันกลับมาก็นั่งเหม่ออีกล่ะ เขาลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามเพื่อให้การสนทนานี้สะดวกขึ้น

ข้ากำลังคิด

คิด? คิดนี่นะ? คิดทำไม ไม่เห็นต้องคิดเลย เรื่องมันก็ออกจะลงตัวอยู่แล้วนี่ เซดิลทำหน้าเบ้ไม่เข้าใจ โธ่เจ้าน่ะเป็นชายาของสุลต่านชาเซนานแต่ว่าดันไปมีชู้กับไอ้คนชื่อเซเลซึ่งปัจจุบันนี้อาจจะกลายเป็นซากศพแถวๆ ทะเลทรายไปแล้วโทษฐานล่วงเกินเบื้องสูง จำได้ไหมว่าตอนที่เข้าพบเจ้าๆ ก็สะบัดสะบอมจะตายอยู่แล้ว เรื่องมันออกจะลงตัวขนาดนี้ง่ายจะตายไป

พูดอะไรบ้าๆ ท่านชาเซนานก็คือเซเลนั่นแหละ อ๊ะ!? เซดิลตกใจไม่น้อยกับคำพูดของตัวเอง ทำไม? เขารู้ได้ยังไงกัน?

เฟตาก็เช่นเดียวกับ นั่นทำให้เขายิ่งแน่ใจขึ้นมาอีกว่าเซดิลอาจจะเป็นซามิลราจริงๆ มือเรียวกำแน่นพยายามบังคับอารมณ์ที่เริ่มครุขึ้น

ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเขาพยายามยืดเวลาไม่ให้เซดิลสืบเรื่องตัวตนที่แท้จริงของตัวเองก็เพราะเกรงว่าคนตรงหน้านั้นจะจากไป ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่เริ่มรู้จักกับเซดิล แต่ก่อนเขาไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ไม่เคยมีเพื่อน ไม่รู้จักความสุข เอาแต่ตีสองหน้าว่าเป็นคนสนุกสนาน แต่เซดิลเป็นคนเปลี่ยนทุกอย่างให้กับเขาแล้วจู่ๆ คนๆ นี้จะมาหายไป เขาจะทนได้หรือ!!

เฟตานั้นเอาแต่นั่งเงียบลงไปจนเซดิลชักเริ่มกลัว ตอนนี้เขาเองก็กำลังสับสนไม่แพ้กัน ถ้าเกิดว่าเขาเป็นซามิลราจริง เขาจะทำอย่างไร? เฟตาข้าออกไปข้างนอกเดี๋ยวมานะ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิเสธเซดิลก็ถือว่านั่นเป็นการตอบรับ ชายหนุ่มหยิบผ้าคลุมขึ้นสวมกันอากาศที่แสนหนาวเหน็บข้างนอก

สายลมพัดโกรกเข้าปะทะร่างโปร่งหลายครั้งจนเขาต้องกระชับผ้าคลุมให้หนาแน่นขึ้น เวลาแบบนี้มันไม่แปลกนักหรอกที่จะไม่มีผู้คนเดินสวนมายิ่งเขากำลังเดินอยู่ในตรอกเล็กๆ เท่านั้นด้วย

ขณะที่เซดิลกำลังเดินเหม่ออยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกคล้ายเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เซดิลนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าแถวนี้มีโจร คงจะถูกปล้นอยู่ละมั้งเขาค่อยๆ เดินเลียบเคียงเข้าไปใกล้คนกลุ่มนั้นอย่างช้าๆ อืม 1 2 3 มีแค่ 3 คน คงจะจัดการไม่ยากนัก

หากขณะที่มือเรียวจะชักดาบออกมา เสียงร้องโหยหวนของโจรทั้ง 3 คนนั่นก็ดังขึ้นซะก่อน เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! เซดิลเผลอตัวเดินออกมาจากที่กำบังทันที

คนๆ นี้!! เขาจำได้เขาเคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ร้อน! แหวนที่นิ้วด้านขวาของเขาเปล่งประกายวูบวาบขึ้นมาทันทีที่คนๆ นั้นหันหน้ากลับมาเพราะรู้สึกว่ามีคนมอง

ร่างโปร่งในเงามืดนั่นเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ แสงจันทร์ค่อยๆ ฉายใบหน้าคมให้เด่นชัดขึ้น เซดิลหัวใจเต้นระทึก มือไม้สั่น ทางด้านอีกฝ่ายนั้นก็เช่นกัน แค่เพียงแว่บเดียวเขาก็จำได้ คนๆ นี้ยังมีชีวิตอยู่ เขาพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในจิตใจ กลัวว่ามันจะเป็นเพียงภาพลวงตาอย่างที่เคยเป็นมา

ท่ะท่านซามิลรา เซดิลสะท้อนใจวูบ แม้ว่าเขาจะไม่จำไม่ได้แต่เขาแน่ใจว่าเขารู้จักคนตรงหน้าอย่างแน่นอน

ค่ะคามีล เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าเอ่ยชื่อนั้นออกมาได้อย่างไร ความรู้สึกของตนเองตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ มันทั้งดีใจ แปลกใจ และ สะท้อนใจ

บางทีนะถ้าข้าไม่ออกมาเดินข้างนอก ไม่เจอกับชายผู้นี้ ทุกอย่างอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

ท่านซามิลรา คามีลโอบกอดร่างโปร่งนั้นอย่างแนบแน่นกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปอีกคราว คามีลเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักหยุด สิ่งที่เคยเสียไป เขาได้กลับคืนมาแล้ว

วันนี้แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า คืนฟ้าโปร่งแบบนี้ทำเอาเขาใจไม่ดีเอาซะเลย ท่านพ่อก็ไปราชการที่ชายแดนพร้อมกับจายาส ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับเหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อนไม่มีผิด

อ๊ะ! ชาเรลสะดุ้งเฮือกยกนิ้วขึ้นดูรอยเลือดเล็กๆ เขาดึงหนามกุหลาบที่ติดมาด้วยออก อาการเจ็บเมื่อครู่นั่นทำให้ชาเรลรู้สึกตัวว่าเดินเพลินมาจนถึงห้องที่เคยเกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้น จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ตั้งแต่ที่ท่านซามิลราจากไปที่นี่ก็ไม่มีคนอยู่อีกเลย ท่านพ่อขับไล่พวกนางในฮาเร็มออกไปหมด ยกเลิกข้อห้ามที่เคร่งครัดต่างๆ จนสิ้น เวรยามนั้นก็มีอยู่เพียงเล็กน้อย

แต่ยังมีสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับเขาอยู่ นั่นคือ บางครั้งบางครั้งที่ท่านพ่อจะเข้ามานอนที่ห้องนี้ ทั้งๆ ที่เคยพูดเอาไว้แล้วว่าจะไม่เข้ามาอีก ยิ่งสร้อยคอของท่านซามิลราอีก มันยิ่งทำให้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าท่านพ่ออาจจะมีใจให้กับท่านซามิลราแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

เปิดประตู ข้าจะเข้าไป สั่งนายทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูที่มีทีท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะยอมทำตามคำสั่ง ชาเรลมองกราดไปทั่วห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ท่านพ่อไม่ยอมให้เหล่านางกำนัลมาเคลื่อนย้ายของสิ่งใดออกไป ทุกอย่างยังไงบ่งชี้ถึงการคงอยู่ของท่านซามิลราได้อย่างดี

ชาเรลเหลือบมองไปยังต้นเสาที่เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์นั้น เขายังคงจดจำสีหน้าท่านซามิลราที่มองมาทางเขาได้อย่างดี ผ้าเขาหยิบผ้าที่ปลายเท้าขึ้นดู คล้ายกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ

ใครน่ะ!! เหยี่ยวสีดำตัวใหญ่บินโฉบเข้ามาเกาะไหล่เขา นี่มันของคามีลนี่ ชาเรลแกะกระดาษที่ผูกติดมากับข้อเท้าเจ้าเหยี่ยวตัวใหญ่นั่นออก

นี่มัน!!

ooooooooooooooooooooo

เฟตาปรับอารมณ์ไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้ยิน เซดิลก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่อะไรบางอย่างในตัวของเขาบอกว่ามันคือเรื่องจริง เขาคือซามิลราอย่างแน่นอน

แล้วคามีล เกิดอะไรขึ้นกับข้า ทำไมข้าถึงถูกกล่าวหามีชู้ล่ะ คนตรงหน้านั้นเอาแต่เล่าเรื่องครั้งสมัยที่เขายังเป็นเด็กให้ฟังเท่านั้น ไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขาอยากจะรู้จริงๆ สักทีจนเซดิลชักจะทนไม่ไหว

คามีลสะดุดกึก เขาไม่อยากให้ท่านซามิลราเจ็บปวดกับเรื่องราวที่แสนเลวร้ายนั่นอีก แต่จะยืดเวลาออกไปก็เท่านั้น จะเร็วจะช้ายังไงท่านก็ต้องรู้ คามีลขยับปากทำท่าจะเล่าให้ฟังแต่จู่ๆ เซดิลก็ขัดขึ้นซะก่อน

พอเหอะ ไม่ต้องเล่าดีกว่า ข้าว่าไปถามจากท่านชาเซนานแหละดีที่สุด

ไม่ได้นะ! คามีลลุกขึ้นยืน ท่านไปพบเขาไม่ได้ ข้าไม่อยากสูญเสียท่านไปอีกแล้ว! ท่านต้องกลับไปกับข้า กลับไปเชเฮราชาด!

ไม่! ข้าไม่ยอมให้เซดิลไปไหนทั้งนั้น! จู่ๆ เฟตาที่นั่งนิ่งมานานก็ตะโกนขึ้น เขาคว้าดาบยาวที่วางอยู่บนโต๊ะมา ทางด้านคามีลแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริงเขาก็หยิบดาบที่สีข้างออกมาบ้าง

เฟตาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน แต่เขาก็ประมาทคามีลเกินไป คามีลก็เช่นกัน เขาประมาทอีกฝ่ายเกินไปเพราะเห็นว่าอายุน้อยกว่า คามีลก้มตัวหลบดาบที่สะบัดพลิ้วไปมา เขาพยายามทำสมาธิเพื่อหาช่องว่างในการโจมตีและแล้วก็เจอ ชายหนุ่มพุ่งตัวไปเข้าอย่างรวดเร็วจนเฟตาตั้งตัวไม่ทัน

หยุดนะ!! เลือดสีแดงฉานสาดกระเด็นไปโดนใบหน้าของเซดิล บุคคลทั้ง 3 นิ่งงันกันไปชั่วครู่แต่เซดิลเป็นฝ่ายที่รู้สึกตัวก่อน เขากระวีกระวาดไปหยิบผ้าสีขาวสะอาดมาห้ามเลือดให้กับคามีลทันที

บ้าจริง ทั้งเฟตาแล้วก็ท่านด้วย ทำบ้าอะไรกันนะ เขาบ่นพึมพำขณะทำแผล

เฟตาผู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเดินเข้ามา เมื่อครู่ตอนที่เซดิลตะโกน ด้วยความเร็วขนาดนั้นไม่มีทางจะหยุดดาบได้แน่นอน แต่คามีลกลับใช้แขนอีกข้างนึงรับคมดาบของตัวเองไว้แทน บอกไว้ก่อน ข้าไม่ขอบคุณหรอกนะ พูดจบก็เดินแยกออกไปล้มตัวลงบนบนเตียงของตนเองจนคามีลต้องมองตามอย่างไม่เข้าใจ

นั่นแหละวิธีขอบคุณของเขา เขากำลังเขินน่ะ เซดิลอมยิ้ม เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย มือเรียวตบแผลนั่นเบาๆ 2-3 ที อ่ะ ขอโทษเจ็บเหรอ

เปล่าเมื่อก่อนตอนที่ท่านทำแผลให้ข้า ท่านก็ทำแบบนี้ตบเบาๆ ที่แผล 2-3 ที คามีลพูดยิ้มๆ นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านนอนเถอะ ข้าจะเฝ้าให้เอง

แต่

ไม่มีแต่ ท่านซามิลรา เจอไม้นี้เข้าเซดิลจึงต้องจำใจขยับขึ้นเตียงแต่ก็บอกคามีลให้ก่อนว่าถ้าง่วงก็มานอนกับเขาได้

แสงไฟในตะเกียงดับมอดลง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เสียงบางอย่างดังแว่วอยู่ข้างหู คามีลลุกขึ้นเปิดหน้าต่างรีบเอาจดหมายที่ชาเรลฝากมาอย่างรวดเร็ว เจ้าเหยี่ยวตัวใหญ่นั่นพอทำหน้าที่เสร็จก็บินจากไป มือเรียวขยุ้มกระดาษแน่นเมื่ออ่านข้อความจบ พรุ่งนี้คงเป็นวันที่ยาวนานที่สุดแน่

0000000000000000000000000000000000

แฮะๆๆ เราแต่งไว้แค่นี้อ่ะจ๊ะ ถ้าวันไหนว่างๆ (อาจจะ)มาแต่งต่อเน้อ


edit @ 2007/07/22 20:42:49

Comment

Comment:

Tweet


LCDoIW <a href="http://kkfcjfolcsqh.com/">kkfcjfolcsqh</a>, [url=http://acvuflxuxulh.com/]acvuflxuxulh[/url], [link=http://lixgsyohlxne.com/]lixgsyohlxne[/link], http://zfwncxdhdohw.com/
#1 by chpccs (79.142.66.55) At 2010-09-26 23:02,