2007/Jul/22

ธรณีเพียงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 5

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วที่ขอบหน้าต่างปลุกให้เด็กหนุ่มกระพริบตาไปมาก่อนจะขยับลุกขึ้นหันไปมองรอบตัว โอมาว? หญิงสาวร่างท้วมเปิดประตูออกมาแทบไม่ทันเมื่อได้ยินร่างบางตะโกนเรียก

เจ้าชายโอ้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยที่เข้ามารับใช้ท่านไม่ทัน คุกเข่าลงข้างเตียงที่ยกระดับขึ้นจากพื้น ซามิลรามอง

เอ่อข้าเพียงแต่ไม่เห็นเจ้าเลยเรียกดูเท่านั้นเองนะ ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้

แต่ว่า

พอเถอะ ข้าอยากอาบน้ำเต็มแก่แล้ว เขายกมือปราม ก้าวเดินนำไปยังห้องข้างๆ ที่มีเพียงผ้าม่านโปร่งผืนยาวกั้นขวางไว้ ผ้าชิ้นสุดท้ายถูกถอดออกจากร่างบาง มืออ้วนค่อยๆ จุ่มวัดอุณหภูมิน้ำเมื่อแน่ใจในความอุ่นจึงค่อยพาเด็กหนุ่มก้าวลง

แย่จริง นางสบถ นี่เราลืมเครื่องหอมและน้ำมันทาตัวหลังชำระร่างกายไปได้อย่างไร

มีอะไรหรือ? โอมาวหันรีหันขวางเอาไงดี เอ่อพระองค์ เดี๋ยวข้ามานะเพคะ หล่อนกระวีกระวาดวิ่งออกไปโดยไม่บอกเหตุผล ถ้าให้องค์ชายรู้มีหวังเสียชื่อนางกำนัลมือหนึ่งหมดพอดี

เป็นอะไรของเขานะ ซามิลรากวักน้ำขึ้นลูบหน้า แวกว่ายเข้าไปในส่วนที่ลึกกว่าแต่ก็ยังยืนถึง ที่นี่กว้างจริงๆ ว่าห้องของเขากว้างแล้วยังไม่เท่า พื้นน้ำหลากสีสะท้อนกับแสงแดดส่องประกายวูบวาบเหมือนแก้ว ผ้าม่านกำมะยี่หลากสีที่แขวนไขว้กันไปมาแถมด้านบนยังเปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้าด้านบนนั่นอีก นับว่าคนที่ออกแบบที่นี่นั้นเก่งชนิดจับตัวอยากเลยทีเดียว

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่หารู้ไม่เลยว่ามีร่างๆ หนึ่งกำลังยืนมองอยู่หลังม่านกั้น เสียงฝีเท้าที่ขยับเดินเรียกให้ซามิลราหันควับไปทันควัน

ใครน่ะ! เขาลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าผิดปกติ ไม่ใช่โอมาวแน่

ท่านชาเซนาน? ร่างบางตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

ใช่ข้าบอกเจ้าไว้แล้วนี่ว่าจะมา ชายหนุ่มเดินอ้อมไปหา แต่ไม่นึกนี่สิว่าจะเข้ามาจังหวะเหมาะได้ขนาดนี้ นัยน์ตาคมพราวระยับ ด้วยมุมของเขากอปรกับน้ำที่ใสแจ๋วแบบนี้อะไรต่อมิอะไรก็ปรากฏให้เห็นหมด

ท่านหมายความว่า?อ๊ะ!! ซามิลราผลุบลงนั่งกอดตัวเองด้วยสีหน้าแดงก่ำ

เป็นอะไรไปซามิลราอายรึ? จะอายไปทำไมอีกไม่นานเจ้าก็จะต้องเป็นของข้าอยู่แล้ว คุกเข่าย่อกายลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเด็กหนุ่ม เอื้อมมือเข้าลูบผิวแก้มบาง

..กรุณาออกไปก่อนเถอะท่านชาเซนาน ซามิลราพูดตะกุกตะกัก เขินไปหมดทั้งสถานการณ์ที่เป็นอยู่และชายหนุ่มโอย ใครก็ได้ช่วยเขาที

องค์สุลต่าน! เจ้าชาย! เสียงระฆังช่วยของโอมาวดังขึ้น ชาเซนานยิ้มบางๆ แล้วก้าวออกไปโดยดี นางมองตามชายหนุ่มจนเห็นว่าพ้นเขตไปแล้วจึงหันกลับมาหาเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หน้าแดง หูแดงไปหมดแล้ว

กรี๊ดท่านซามิลราาาาา หล่อนตะโกนร้อง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงหัวเราะนึกภาพเจ้าของชื่อนั่นออกเลย อะจริงสิ เขาเรียกหญิงสาวออกยื่นของบางอย่างให้

สวมให้เขาด้วยนะ หล่อนพยักพะเยิดเข้าใจแล้วจึงกลับเข้าไปทำหน้าที่ต่อ

ขณะที่กำลังรอซามิลราอาบน้ำอยู่ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินสำรวจไปมา นับว่าเขาคิดถูกจริงๆ ที่ให้กัยยัมออกแบบสร้างไว้รับรองแขกคนสำคัญ สมแล้วที่เป็นถึงมัณฑนากรผู้ลือชื่อ

ท่านชาเซนาน ร่างโปร่งก้าวออกมาในชุดสีขาวสะอาด กลิ่นหอมของเครื่องหอมต่างๆ ประดังเข้าจมูกของชายหนุ่ม ยิ่งสายสร้อยที่คล้องประดับไว้ที่คอของร่างเพรียวนั้นยิ่งช่วยเสริมความงามขึ้นไปอีก ไม่ยากเลยที่เขาจะตะลึงไปชั่วครู่

รู้ตัวไหมว่าเจ้างามมาก องค์ชาย เขาเอ่ยชมจากใจจริงขยับโอบไหล่บางเข้ามานั่งที่ปลายเตียง

เอ่อโอมาวบอกข้าว่าสร้อยเส้นนี้ท่าน มือบางจับเข้าที่อัญมณีตรงกลางคงจะสูงค่ามาก

ใบหน้าคมโน้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากกอดร่างเพรียวไว้แนบอก ใช่ข้านำมาเอง มันเคยเป็นของเสด็จแม่ข้ามาก่อน ความจริงกะจะให้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่เจ้าเกิดไม่สบายขึ้นมาก่อนนะสิ พูดไปก็จูบไล้แก้มบางไป

มะ..มันคงจะมีค่ามากเกรงว่า ยกมือขึ้นกันริมฝีปากชาเซนานที่เริ่มจะเกินเลย

ชาเซนานขยับออกห่างทั้งที่ยังเสียดาย ไม่หรอกสำหรับเจ้าที่จะเป็นชายาข้ามีสิ่งใดที่ไม่คู่ควร มองสบเข้าไปในนัยน์ตาสวย ซามิลราสร้อยเส้นนี้คือตัวแทนข้าจำไว้นะ ข้าจะอยู่กับเจ้าเสมอ มือแกร่งลูบผิวแก้มอีกครั้งอย่างอาวรณ์

เด็กหนุ่มเลี่ยงหลบตา เขารู้สึกผิด ชายหนุ่มดีกับเขาขนาดนี้ แต่ดวงใจเขากลับมีคนอื่นครอบครองอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มตวาดถามอารมณ์เสีย ใครน่ะ!

เอ่อพระองค์ ท่านสุลต่านฮาหมัดเสด็จมาขอรับ ทหารหน้าประตูกราบทูลสั่นๆ

ท่านพ่อ! ซามิลราลุกขึ้นยืนทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้ ตามกำหนดมันคืออีก 3 อาทิตย์นี่

ชาเซนานยืนมือเข้าโอบเอวบางพาก้าวเดิน ไปกันเถอะ ท่านคงจะมาเยี่ยมน่ะ หันไปบอกยิ้มๆ ซามิลรารับคำ ภายในใจของเขาตอนนี้กำลังร้อนจนแทบละลาย

ooooooooooooooooooooo

ท่านแม่ถ้าท่านยังมีชิวิตอยู่ก็คงจะตอบคำถามข้าได้ ใครกันนะที่เป็นคนที่ข้ารักอย่างแท้จริง หลังจากวันนั้นที่เขามาถึงที่นี่เป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้วแต่เขาก็ยังสับสน

ท่านซามิลรา ชาเรลเข้าทักเมื่อเห็นร่างเพรียวนั่งเงียบๆ อยู่ในสวน

ซามิลราหันไปตาเสียงเรียก อะไรกัน เจ้าเองหรือ พูดยิ้มๆ หลังจากที่เขามาอยู่ที่นี่คนที่สนิทกับเขามากที่สุดก็คือชาเรลนี่แหละ..อาจจะเป็นเพราะชาเรลนั้นอายุใกล้เคียงกับเค้ามากที่สุดแล้วมั้ง ถึงแม้ชาเรลนั้นจะแค่ 16 และเขานั้น 23 แล้วก็เหอะ

ใช่สิ จะใครล่ะ แล้วนี่มาทำอะไรอยู่ที่นี่คนเดียว เดินเข้าไปนั่งข้างๆ ตามข้อตกลงที่ว่าอยู่กันแค่ 2 คนก็ไม่จำเป็นต้องมีพิถีรีตองกันมากนัก

เปล่ากำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ ไม่อยากจะให้พวกนั้นมายุ่งหนวกหูจะตาย ชาเรลหัวเราะมันก็จริง ผู้หญิงพวกนั้นทั้งเอะอะและน่ารำคาญถึงแม้ท่าน ซามิลราจะมีศักดิ์เป็นพระชายาในอีกไม่กี่วันแต่ก็ยังเป็นผู้ชาย

เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดมา ชาเรลจะแก้ปัญหาให้เค้าได้ไหมนะ เอ่อชาเรล ข้ามีเรื่องจะปรึกษาแต่ต้องสัญญาว่าจะเก็บเอาไว้ยิ่งชีพได้ไหม? หัวหน้าองค์รักษ์พยักหน้า ซามิลราจึงเม้มริมฝีปากตัดสินใจระบายความในใจที่อัดอั้นทั้งหมด

หมายความว่าท่านไม่ได้รักสุลต่าน

ไม่ข้าไม่รู้ หยาดน้ำตาเอ่อล้นคลอเป้า ชาเรลกระเด้งลุกทำอะไรไม่ถูก อ่าพระองค์อย่างร้องไห้สิ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยนะ หากแต่น้ำตานั้นกลับไม่ยอมหยุดเอาง่ายๆ เขาอัดอั้นใจมานานทำนบที่พังทลายลงจึงยากที่จะหักห้าม

ร่างโปร่งเกาหัวแกรกมองดูอารมณ์นั้น เอาไงดี อ๊ะ! จริงสิ ท่านซามิลราเวลาท่านอยู่กับองค์สุลต่านท่านใจเต้นบ้างไหม? ใบหน้าสวยเงยมอง

โปรดตอบข้า ว่าไง?

ง่าเอางี้ เวลาท่านชาเซนานกอดจูบหรือสัมผัสท่านรู้สึกอย่างไร?

ชาเรลยิ้ม เริ่มเข้าเค้า ก็แค่นี้ องค์ชาย ท่านรักสุลต่านแน่นอน สาบานกับพระอัลล่าห์เลยเอ้า ยกมือขึ้นทำท่าจะปฏิญาณ

อ้าวไม่เชื่ออีก ก็นะท่านคิดดูดีๆ มันจะมีใครที่ไหนเค้ายอมให้คนอื่นเค้ามากอดจูบโดยที่ไม่ได้รักได้เล่า จริงไหม? ไม่เห็นต้องมาคิดมากให้ปวดหัวเลย ข้าว่าสิ่งที่ท่านกำลังกังวงอยู่หาใช่เรื่องนี้แต่แท้จริงแล้วมันคือความกลัว กลัวจะผิดหวังเหมือนกับครั้งแรก เหล่ตามองอาการคนข้างๆ ชักนำง่ายเสียจริง

กลัวงั้นเหรอ?

แต่มันก็เป็นเพียงแค่การสันนิฐานจากข้าเท่านั้น ท่านต้องถามตัวท่านเองนั่นคือสิ่งที่เป็นคำตอบให้ดีที่สุด คืนนี้ลองถามใจตัวเองดูสิ ถามดูอีกครั้งว่า ใคร คือ คนที่ท่านรัก ในตอนนี้ ชาเรลเริ่มพูดมีสาระขึ้น ถ้าเขาเกิดขึ้นผิดขึ้นมาก็แย่สิ ให้คนที่เค้ากังวลคิดเอาเองสิถึงจะถูก

องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสายมากแล้ว ลองคิด คิดให้ดีๆ พระองค์ กล่าวส่งท้าย คิดให้ดีๆ โค้งตัวลงถวายความเคารพ

พระจันทร์ดวงโตขึ้นกลางฟากฟ้าเปล่งประกายแสงกับหมู่เหล่าดวงดาว เด็กหนุ่มนอนหงายคิดเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด 3 อาทิตย์นี้สลับไปมากับชีวิตของตนตลอด 23 ปี ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่เคยเจอคามีลก็แค่หนเดียวเมื่อตอนงานเลี้ยงหากเขาก็ไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายหรือร้อนใจใดๆ เหมือนในอดีต

ร่างเพรียวพลิกตัวไปนอนตะแคงอีกด้านค่อยๆ เลื่อนมือลงกำสายสร้อย นึกถึงใบหน้าและแววตาที่แสนอ่อนโยนคู่นั้นแล้วก็หน้าแดง

ไปตลาด?

ใช่

ด้วยม้า

ใช่วันนี้ข้าจะพาเจ้าออกเยี่ยมชมเมืองที่ได้สมญานามว่าจักรเฮรอนว่าจะสมกับที่รำลือกันไหม ซามิลรามองข้างทางด้วยความตื่นเต้นตอนที่ได้ยินชายหนุ่มพูดเมื่อครู่แล้วยังตกใจไม่หาย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเลยที่จะออกมาเดินตลาดแบบนี้แล้วยิ่งกับสุลต่านเจ้าของแคว้นด้วยแล้วยิ่งไม่เคยใหญ่ ถ้าท่านพ่อรู้เข้าจะทำหน้ายังไงกันนะ

หน้าข้ามีอะไรติดอยู่อย่างงั้นหรือ? ชาเซนานถามขณะอุ้มร่างเพรียวลงจากหลังม้า

เปล่า ข้าเพียงแต่คิดว่าแปลกมันดีเท่านั้นเอง ซามิลราตอบยิ้มๆ

แปลก? ยังไง

ก็ที่บังคับข้าไม่ให้ใส่ผ้าคลุมแล้วหนำซ้ำยังพามาที่แบบนี่อีกน่ะสิ ร่างเพรียวมองชายหนุ่มที่กำลังยืนซื้อผลไม้ มันช่างเป็นภาพที่ขัดกันเสียจริง สุลต่านหนีวังออกมาเดินซื้อผลไม้

มือแกร่งลูบหัวซามิลราเบาๆ เมื่อรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้าออกมาแบบนี้ประจำนั่นแหละ ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะสามารถรู้ความเป็นอยู่ที่แท้จริงของชาวเมืองได้อย่างไร หรือเจ้าว่าไม่จริง? ยื่นผลอินทผลัมที่ซื้อมาเมื่อกี้ให้

ท่านชาเซนานช่างเป็นคนที่แปลกจริง ในบางครั้งท่านก็ดูเหมือนคนที่เคร่งขรึมจนไม่อยากจะเข้าใกล้ บางครั้งก็ดูเหมือนคนขี้เล่น และในบางครั้งบางครั้งเท่านั้นที่เขาเห็นความโหดเหี้ยมในแววตาคู่นั้น

ซามิลราเป็นอะไรไป ร่างสูงถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มนิ่งเงียบไป ถอนหายใจเมื่อร่างนั้นสะดุ้ง ช่างเถอะ เราไปกันต่อก่อนที่มันจะร้อนกว่านี้กันดีกว่า ผิวหน้าเนียนแดงผ่าวเมื่อชายหนุ่มโอบรอบเอวพาเดิน

ท่านชาเซนาน ซามิลราพยายามแกะมือใหญ่นั่นออกสุดชีวิต ชาเซนานมองแกล้งกำชับให้แน่นเข้าอีก เด็กหนุ่มทำหน้าเหยเก ด้วยรูปร่างและหน้าตาของเขาและคนข้างๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เป็นจุดสนใจ แล้วยิ่งอยู่ในท่านี้ด้วย เสียงผิวปากดังขึ้นเป็นระยะที่เขาก้าวพ้น

ชายหนุ่มพาร่างที่โอบเอวอยู่มาหยุดที่ร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับขนาดใหญ่ ปล่อยซามิลราให้เป็นอิสระแล้วออกเดินเข้าไปในร้านพูดคุยกับแม่ค้าที่ออกสนทนาด้วยสักพักก่อนจะกวักมือเรียก เข้ามานี่สิซามิลรา ข้ามีของจะให้เจ้าดู ซามิลราเดินเข้าไปโดยดี

แหมท่านเซเลไม่ได้เจอตั้งนานไม่นึกเลยนะคะว่าคราวนี้จะมาหักอกสาวๆ โดนการพาคู่หมั้นมาแบบนี้ หญิงสาวท่าทางจัดจ้านเมื่อครู่พูดค่อนแคะแต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มหนุ่มเต็มตาก็ต้องอุทานลั่น

ตายจริงสวย..สวยมากๆ เลย เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นใครสวยได้ถึงขนาดนี้เลยนะเนี่ย นางเอื้อมมือเข้าไปจับๆ แตะๆ ใบหน้าที่ราวกับตุ๊กตานั่น ข้าชักจะไม่ประหลาดใจแล้วสิที่ท่านท่านบอกว่าเป็นคู่หมั้น

ซามิลรายิ้มให้ จากที่พูดกันดูท่าว่าท่านชาเซนานจะออกมาบ่อยจริงๆ ด้วยแฮะ เอ่อข้า เขาชักเริ่มรำคาญเมื่อหล่อนลูบผิวหน้าตนไปมา ชายหนุ่มคงจะสังเกตเห็นอาการนั้นจึงบอกให้หล่อนเลิกเล่นได้แล้วรีบๆ นำของที่บอกออกมา นางพยักหน้ารับอย่างเสียดาย ปลีกตัวออกไปหลังร้านทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง

ของงั้นเหรอ? เสียงใสเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนา

ชาเซนานไม่พูดอะไรแกล้งมองอย่างอื่นในร้านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหญิงสาวเมื่อครู่กลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าพับสีน้ำเงินคราม

รู้ไหมว่ากว่าจะได้มาน่ะต้องเสียเวลาขนาดไหน เนี่ยถ้าไม่ใช่เซเลล่ะก็ไม่ไปให้หรอก นางบ่นออดๆ ส่งผ้านั้นให้กับชายหนุ่มไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะเอาไปให้ใคร

แล้วก็เป็นดั่งความคาดหมาย ชายหนุ่มยื่นให้กับร่างบางด้วยแววตาที่อ่อนโยนที่นางไม่เคยได้รับ

แด่เจ้าซามิลรา

ท่านชา..เซเล ของมีค่าแบบนี้ข้า สร้อยเส้นนี้ก็ครั้งนึง คราวนี้เป็นผ้าที่ดูแล้วราคาไม่น่าจะแพ้ของชิ้นแรกไปได้เลย เขาไม่กล้าจะรับไว้หรอก

เหมือนชายหนุ่มจะรู้ใจรีบเอ่ยประโยคดักขึ้น ผ้าผืนนี้นะข้าใช้เวลาสั่งทำเป็นแรมเดือนตั้งแต่รู้ว่าเจ้าคือคู่หมั้นของข้า นี่เจ้าจะใจดำขนาดไม่รับไว้เชียวหรือ ชายหนุ่มหันไปกระพริบตากับเจ้าของร้านให้รับมุข

ใช่..ใช่ค่ะ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เอาแต่ยังไงซะเซเลก็ต้องจ่ายเงินซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามากแค่ไหนอยู่แล้ว มันอยู่ในสัญญา ผ้าผืนนี้น่ะต้องใช้เวลาทำนานและต้องปราณีมาก เซเลอุตส่าห์ขอร้องข้าตั้งนานกว่าจะตกลงแล้วนี่ท่านมาบอกว่าไม่เอาแบบนี้ โอ้เซเลช่างน่าสงสารนัก เจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องจำยอมทั้งนั้น

เด็กหนุ่มรับมาอย่างเสียไม่ได้ ผ้าคลุมงั้นรึ ช่างบังเอิญเสียจริงๆ มือเรียวกระชับผ้าเข้าแน่นเข้าก่อนจะตัดสินในเอ่ยบางอย่าง อ่า..ข้า ประโยคสุดท้ายเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบเบาๆ ชาเซนานกระเถิบเข้าใกล้พร้อมเอามือป้องหูแกล้ง อะไรนะข้าไม่ได้ยิน

ร่างบางหน้าแดงจัด ข้าขอบคุณ เขาพูดดังขึ้นมาอีกเพียงนิดเท่านั้น ชาเซนานดึงเด็กหนุ่มเข้ามาอ้อมกอดกระซิบเบาๆ เพื่อเจ้าไม่ว่าอะไรข้าก็จะหามาให้

ซามิลรากุมสายสร้อยแน่นเข้านึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งอาทิตย์ ริมฝีปากสวยอมยิ้ม นั่นสิ เขาจะคิดมากอีกทำไมในเมื่อเขารู้ใจตัวเองอยู่แล้ว เขารักชาเซนาน รักตั้งแต่แรกพบ ที่ผ่านมาเขาเพียงแต่กลัว กลัวว่าจะผิดหวังอีกครั้งจึงปฏิเสธความรู้สึกนี้มาตลอด

ใช่เจ้าพูดถูก ชาเรล ข้ารักพระองค์

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 6

นัยน์ตากลมเพ่งมองร่างเพรียวที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่ภายในสนามหญ้าที่อุทยานหลวงอย่างสุดกำลัง แสงที่แดดที่เข้ามากระทบแยงตานั้นเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่เขาต้องตัดสินใจเดินเข้าไปให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิม

คามิล ตัดสินใจเรียกออกไปทั้งที่ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก

ชายหนุ่มที่กำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ อยู่ชะงักกึกหันกลับมาหาต้นเสียง ท่านซามิลรา เขาทำหน้าแปลกใจบอกไม่ถูก

ซามิลรายิ้มรับเดินเข้าไปนั่งใกล้ คามีลรีบลุกขึ้นถอยห่างทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าสงสัย เอ่อข้าว่ามันจะไม่ค่อยดีนักที่จะมาตีตัวเสมอท่านเหมือนแต่ก่อนได้ ชายหนุ่มแก้ตัว

ไม่เห็นจะเป็นไรเลยแต่ก็ตามใจแล้วกัน เขามองเห็นท่าทางของอดีตหัวหน้าองครักษ์แล้วก็ต้องปล่อยเลยตามเลย เม้มริมฝีปากก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่อยากพูดมานาน

คามีล..ข้ารักเจ้า ชายหนุ่มตาเบิกโพลง ว่าไงนะ!

ซามิลรามองรอคำตอบของชายหนุ่มที่กำลังออกอาการทำอะไรไม่ถูกแล้วก็หัวเราะออกมา ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรหรอกข้ารู้ รู้ว่าเจ้ามีคนอื่นในใจอยู่แล้ว

คามีลมอง รู้?

อีกอย่างตอนนี้ข้าก็สามารถพูดได้เต็มปากแล้วล่ะว่าเจ้าคือคนที่ข้าเคยรัก เพียงแต่อยากจะบอกให้รู้ไว้เท่านั้นเอง

พระองค์หมายความว่า เงียบไปพักใหญ่ก่อนพูดต่อ คนที่ท่านรักตอนนี้คือองค์สุลต่าน? ซามิลราผงกหัวรับหน้าแดงเถือก คามีลร้อนรุ่มในใจ หรือว่านี่คือการลงโทษจากสวรรค์กันนะ

คามีล เป็นอะไรไป? ซามิลราทักเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งเงียบไปนานพอควร

นัยน์ตาคมกวาดมองรอบตัวนิดหนึ่งแล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้ร่างบางนั่น องค์ชาย ไม่สิ น้องชายเพียงคนเดียวของข้าพี่คนนี้ยังไม่ได้ให้ของขวัญวันแต่งงานให้เจ้าเลยนะ เขายกมือขึ้นถอดแหวนสักอักษรโบราณยื่นให้ แม้ว่าอาจจะไม่มีค่ามากแต่ก็ถือว่าข้าให้ด้วยใจนะ

ซามิลรากระพริบตาปริบๆ แหวนวงนี้เขาเคยเห็นติดตัวคามีลมาตั้งแต่เขายังเด็กนัก เคยถามครั้งนึงจำได้ว่าชายหนุ่มบอกว่ามันคือของที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาแล้วนี่จู่ๆ จะมายกให้อย่างงี้มัน..

รับไว้เถิดพระองค์ เขาสวมแหวนใส่เข้าที่นิ้วกลางข้างขวาของคนตรงหน้าเป็นแกมบังคับ

แต่

องค์ชาย องค์ชายเพคะ เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นมาแว่วๆ ซามิลราหันกลับไปตอบ นางกำนัลมากมายจึงรีบวิ่งเข้ามาหา โถ่ท่าน มาอยู่ที่นี่เอง อย่าทำให้พวกข้าหัวใจวายนักเลย โอมาวหอบแฮ่ก

ขอโทษด้วยนะ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?

ท่านสุลต่านมาหาท่านเมื่อครู่แล้วไม่เจอพระองค์ท่านโมโหมากเลยนะคะ หาว่าพวกข้าไม่ดูแลเกือบจะโดนประหารอยู่แล้ว ท่านชาเซนานมา ซามิลราหันหน้าไปหาคามีลเชิงขอตัว

คามีลที่กระเถิบหนีออกไปยืนข้างๆ ตั้งแต่เมื่อกี้พยักหน้ารับ ท่านซามิลรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าได้ถอดแหวนนะพระองค์ ซามิลราถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็รับคำไว้ ชายหนุ่มมองตามร่างบางนั้นไปอย่างน้อย อย่างน้อยสิ่งที่เขาจะทำได้ก็คงจะมีเพียงแค่สิ่งนี้ กรูเกรา คุ้มครองน้องชายเพียงคนเดียวของข้าด้วยเถิด

พวกเจ้าไม่ต้องตามข้ามาหรอก ข้าแค่จะไปหาท่านชาเซนานที่ห้องทรงอักษรแค่นี้เอง ซามิลราไม่ชอบเลยจริงๆ ที่ไปไหนมาไหนต้องตามมาเป็นขบวนแบบนี้

แต่ว่า พวกนางทำท่าลำบากใจ จะขัดคำสั่งรึก็ไม่กล้า

ไม่มีแต่ ถ้าท่านชาเซนานตำหนิก็บอกไปเลยว่าข้าสั่งเอง โอมาว เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะนะ

งานของข้าก็คือท่านนี่คะ

ร่างบางชะงักกึก เข้าใจพูดจริงนะ ถ้างั้นข้าสั่งอะไรเจ้าก็ต้องทำสิ ใช่มั้ย? นางรับคำ

พระองค์มีเรื่องใดจะใช้ข้าหรือ?

แน่นอน พวกเจ้าทุกคนนั่นแหละข้าขอสั่งให้ไปเฝ้าดูห้องของข้าเอาไว้ เป็นคำสั่งที่พิลึกพิลั่นจนพวกหล่อนต้องร้องห๋า!?

ไม่ห๋าสิ ข้าสั่งแล้วนะ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องไปคืนคำ โอมาวเดินนำออกไปอย่างเสียไม่ได้ ใครเค้าพูดกันนะว่าท่านซามิลราเรียบร้อย น่ารัก ออกจะเจ้าเล่ห์จะตาย

เฮ้อ~ เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกออกเดินต่อไปยังจุดหมาย แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ซามิลราหยุดยืนอยู่หน้าประตูเมื่อมาถึงแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่มียามเฝ้าแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ยกมือขึ้นเตรียมเคาะ

เจ้ากำลังจะบอกว่าซามิลรารักข้าแล้วสินะ เสียงที่เล็ดรอดออกมาเบาๆ แต่ก็เกินพอที่จะให้เขาได้ยิน ร่างบางหยุดขยับเข้าไปฟังให้ชัดขึ้นกว่าเดิม

ถูกต้อง เอ่อ... คู่สนทนาทำท่าอิดออดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

มีอะไร

แล้วท่านรักองค์ชายซามิลราบ้างไหม? เสียงหัวใจของเด็กหนุ่มแทบจะเต้นออกมานอกอก เขากำลังกลัว

เจ้าคิดว่าไงล่ะ คนอย่างข้า หึ หึ มันก็สนุกดีนะกับการทำตัวแสนดีเล่นบทคนรักแบบนี้น่ะ

ท่านพ่อ! หมายความว่าท่านไม่ได้รัก.. หยุดพูดเมื่อมือแกร่งนั้นบีบเข้าที่ปลายคาง

ยัง..ยังก่อน ข้ายังสนุกได้ไม่เท่าไหร่เลย อย่าอย่าได้พูดเสียงดังไป ข้ายังอยากจะให้ชายาของข้าอยู่ในความฝันที่แสนหวานอีกนิดแล้วค่อยบีบให้ทรมาณทีละน้อยๆ ชาเรล เสียงดังบริเวณหน้าประตูเรียกให้ทั้งร่างสูงและชาเรลหันควับไป ชายหนุ่มรีบเดินไปทันมองร่างๆ หนึ่งที่แสนจะคุ้นตาวิ่งหายลับไป รอยยิ้มที่แสนโหดเหี้ยมที่มุมปากปรากฏขึ้น

ท่านพ่อ ใครหรือ? ชาเรลเดินเข้าไปใกล้ ชาเซนานก็หันกลับมายิ้ม หากความเยือกเย็นที่ใบหน้าคมก็ยังไม่หมดไป ไม่มีอะไรหรอก เด็กหนุ่มเกร็งผวาขึ้น เขาอยากจะช่วยท่านซามิลราแม้เพียงสักนิดก็ยังดี แต่คงจะสาย สายเกินไปเสียแล้ว

เมื่อกี้มันอะไรกัน เขาต้องหูฝาดไปแน่ๆ เรื่องเมื่อกี้มันอะไรกัน ท่านชาเซนาน? ชาเรล? พ่อ ลูก ไม่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ ซามิลราวิ่งไปสุดกำลังไม่รู้ตัวเลยว่ากลับเข้ามาที่ห้องนอนตั้งแต่เมื่อไหร่

น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดตั้งแต่เมื่อบ่ายยังไม่หมดไป เขาร้องไห้ซะจนไม่มีเหลือแล้ว แตกไปหมดแล้วสำหรับใจดวงนี้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นแค่ฝันตื่นขึ้นมาก็คงจะพบกับความใบหน้าที่อ่อนโยนที่มองเพียงเขาคนเดียวอีกครั้ง แต่มันเป็นความจริง ความจริงที่แสนจะโหดร้าย

ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ วันที่ชาวเมืองทุกคนรอคอย งานวันอภิเษกสมรสที่ใช้เวลาเตรียมการนานถึง 3 อาทิตย์ หากสุลตาน่าของพวกเขาก็ยังคงจมอยู่กับเศร้า ไม่พูดไม่จา แทบจะไม่แตะต้องอาหารเลยสักนิด ร้อนใจไปถึงโอมาวที่จนต้องไปเรียนกราบทูลท่านชาเซนนาน หากแต่คำตอบกลับทำให้ร้อนใจยิ่งกว่าเดิม นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะเมื่อวันนั้นที่ห้องทรงอักษรนั่น

เจ้าชาย ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเถิดเพคะ เดี๋ยวจะสายไม่ทันฤกษ์ โอมาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางยังคงไม่ขยับไปไหนตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

ฤกษ์?

เพคะ วันนี้คือวันที่ท่านและองค์สุลต่านจะเป็นทองแผ่นเดียวกันไงเพคะ ทรงลืมแล้วหรือ?

นั่นสิ งานแต่งงานของข้านี่เอง เขาลุกขึ้นเดินออกไปง่ายๆ ไม่ต้องมีการบังคับหรืออ้อนวอนเหมือนวันก่อนๆ

พิธีเป็นไปอย่างหรูหราอลังการ เจ้าชายซามิลราที่จะขึ้นตำแหน่งเป็นสุลตาน่าในวันนี้นั้นช่างงามจนหาที่เปรียบไม่ได้ ชุดผ้าไหมสีทองกรุยกรายพร้อมผ้าคลุมที่ใส่สวมทับในสีเดียวกัน มงกุฏใหญ่ทองคำแท้ที่ด้านล่างมีสายห้อยระโยงระยางอยู่ช่วยขับใบหน้าสวยนั่นให้มีสเห่น์ยิ่งขึ้น

เหล่าผู้นำจากต่างเมือง ต่างแคว้นแล้วพร้อมใจกันมาร่วมสรรเสริญยินดี เสียงหัวเราะเฮฮาไม่ขาดสาย ประชาชนต่างพร้อมใจกับหยุดงานมาร่วมยินดีกันในครั้งนี้ ฝุ่นสีต่างๆ มากมายทั้งชมพู เหลือง แดงต่างถูกโปรยปรายไปทั้งทั้งสารทิศ นักเล่านิทาน นักทำนายต่างออกมาแสดงความสามารถในงานฉลองยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ความสนุกนั้นเลยมาจนถึงพลบค่ำ ตลอดวันนี้ซามิลราไม่ได้พูดอะไรหรือแสดงกิริยาใดๆ ออกมา ได้แต่เงียบยอมรับอย่างสงบโดยปกติท่านเป็นคนที่มีความเศร้าในแววตากอปรกับความไม่พูดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้วทุกคนจึงไม่มีใครทักหรือแสดงอาการผิดสังเกตใดๆ ยกเว้นเสียแต่คามีล ชาเรล โอมาวซึ่งเป็นคนสนิทจริงๆ เท่านั้น

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดชาเรล คามีลพูดกับเด็กหนุ่มที่ชะเง้อมอง ซามิลราบนบังลังค์

ข้า ถ้าวันนั้นข้าไม่ไปพูดกับท่านพ่อ ไม่แน่ ไม่แน่ว่าตอนนี้เจ้าชายอาจจะนั่งหัวเราะอยู่ก็เป็นได้

ชายหนุ่มโอบไหล่บางเข้ามาใกล้ ไม่หรอก ช้าเร็วยังไงก็ต้องรู้ ดีเสียอีกที่ได้รู้ตอนนี้ ดีกว่าที่จะมาเสียใจภายหลังนะ เขาปลอบขณะทอดสายตามองไปยังที่เดียวกับคนในอ้อมแขน

ซามิลรามองสบลงมาพอดี คามีลท่านพ่อ เขาเลื่อนสายตาไปมองฮาหมัดที่กำลังยิ้มเศร้าๆ อย่างคนที่เข้าใจเรื่องทั้งหมด ชาเซนานดึงรางบางนั้นเข้ามาโอบเอวแล้วก้มลงระดมจูบไปทั่วใบหน้าสวยที่โผล่พ้นผ้าคลุมออกมาเรียกเสียงเฮได้ไม่น้อย ซามิลราดิ้นรนขัดขืน

อยู่นิ่งๆ ถ้ายังอยากรักษาชีวิตไว้ตอนนี้ เขากล่าวเบาๆ พอได้ยินกันสองคน

ร่างบางก้มงุดลงไม่กล้าสบตา หยาดน้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นคลอไป เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งน้ำเสียงและการกระทำที่อ่อนโยนนั้นกลับปฏิบัติกับเขาเหมือนกับโสเภณีข้างถนน

เสียงนกร้องฟังดูวังเวงดังขึ้นเสียดแทงใจเขาในตอนนี้ ร่างระหงส์เข้ามานั่งในห้องหอกว้างที่มีรูปแบบการจัดแต่งคล้ายที่เดิมของเขาแต่สวยงามกว่าเพราะลายน้ำที่ต้องแสงจันทร์แล้วส่องกระทบเป็นเงาพลิ้วไหวไปมาทั่วห้อง

เป็นอะไรไปซามิลรา มือแกร่งลูบเข้าที่ไรผมดำขลับ ตอนนี้มีเพียงเขาและร่างสวยตรงหน้าเท่านั้น กลัวอะไรกัน? ไม่เอาน่าข้าจะถนอมเจ้าอย่างดี เชื่อสิ น้ำเสียงเย็นยะเยือกไปถึงหัวใจ ซามิลรากระเถิบหนีไปสุดเตียง

ทำไม เขาสะอื้นไห้ออกมา

คิ้วคมโก่งขึ้นเป็นเชิงถามขณะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ทำไม?

ทำไมถึงต้องทำกับข้าแบบนี้ ไม่รักข้าแล้วทำไมถึงมาขอแต่ง ทำไมต้องมาทำดีให้ข้ารัก ข้าหลง ยกมือดันอกกว้างที่ทับลงมา หันใบหน้าหลบริมฝีปากที่ระดมจูบ

มือแกร่งเลื่อนเข้าปลดผ้าคาดเอวบางออก ซามิลราข้ารักเจ้า หยุดยิ้ม จะให้พูดแบบนี้สินะ

ร่างบางน้ำตาหยดลงทันทีแล้วก็ต้องตะโกนสุดเสียง เสื้อผ้าเขาหลุดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ซอกคอหอมกรุ่นถูกลิ้มลองครั้งแล้วครั้งเล่า มือหนาเลื่อนสัมผัสผิวกายเนียนนุ่มนั้นอย่างพอใจ ถอนหายใจเมื่อเด็กหนุ่มยังไม่ยอมหยุดร้องง่ายๆ

จริงๆ เลยนะ เวลาแบบนี้ใครเค้ามานั่งร้องไห้กัน เอาเถอะข้าจะบอกให้เอาบุญ ร่างสูงลุกขึ้นมานั่งข้างๆ หากมือก็ยังคงลูบไล้อยู่ไม่หยุด

เจ้าอยากรู้อะไร

ท่านทำแบบนี้กับข้าทำไม

ชายหนุ่มหยุดการกระทำทั้งหมด เพราะข้า เกลียด เจ้ายังไงล่ะ เจ้าพรากคนที่ข้ารักที่สุดไป ซามิลราหัวใจแทบสลาย เกลียดอย่างงั้นเหรอ

คนที่ท่านรักมากที่สุด พะเพราะอย่างงั้น ท่านถึงได้มาแกล้ง สร้างฝันแสนหวานกับข้าแล้วก็เป็นฝ่ายขยี้ทิ้งกับมือสินะ ก้อนสะอื้นจุกเข้าที่คอ

ฝ่ามือแกร่งเข้าตะครุบแก้มเนียนดึงให้ใบหน้าสวยเข้าไปใกล้ ใช่เกลียด จนอยากจะฆ่า รู้ไว้ซะ เจ้ามันก็แค่ตุ๊กตาแสนสวยตัวหนึ่งที่ข้าจะเฉดหัวทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ กระชากศีรษะเล็กที่หันออกเข้ามา ริมฝีปากเรียวประกบเข้าจูบอย่างร้อนแรง

ซามิลราดิ้นรนตะเกียดตะกายหนีทันที ไม่! ใครก็ได้ ช่วยเขาด้วย ชายหนุ่มใช้มือเพียงข้าเดียวลากข้อมือร่างบางให้กลับมาที่เดิม

ฤทธิ์มากจริงนะ จับข้อมือทั้งสองข้างของซามิลราไขว้หลังเอื้อมแขนไปหยิบอะไรบางอย่าง ซามิลราตาเบิกโพลง ผ้าผืนนั้น! ชาเซนานยิ้มเยือกใช้ผ้านั่นผูกมัดมือเล็กไว้ไม่ให้หลุด

ทีนี้คงสิ้นฤทธิ์แล้วนะ ทว่าเขาคิดผิด ซามิลราอาศัยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ถีบชายหนุ่มจนเซไปเล็กน้อย ชาเซนานโมโหจัดขยับกระชากร่างบางเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เจ้ากำลังทำให้ข้าโกรธนะ โกรธอย่างถึงที่สุดด้วย ตอนแรกเขากะจะเมตตาในครั้งแรกของเด็กหนุ่มแต่ตอนนี้ไม่มีคำนั้นอยู่ในสมองเขาอีกแล้ว

พลั่ก! ซามิลราร่วงผล่อยลงกับเตียงทันที ชายหนุ่มชกเข้าที่ท้องอย่างแรงจนเขาจุก จะลุกก็ลุกไม่ได้เพราะมือที่ถูกไขว้และขาที่ถูกทาบทับอยู่

จำไว้เป็นบทเรียน อย่าได้ขัดใจข้า เขาก้มลงสูดความหอมหอมของผิวกายแรกรุ่น สัมผัสหนักเน้นรอย ในตอนนี้ร่างข้างใต้เขาไม่มีอาการต่อต้านอีกต่อไปแล้ว

ชาเรลคือใคร? คำถามเบาๆ จากเด็กหนุ่มที่หลับตาแน่น ชายหนุ่มชะงักมือที่ลูบสะโพกนุ่มเล็กน้อย เจ้าก็รู้ดีนี่

แตกออกไปแล้ว ใจเขานั้นแตกออกไปแล้ว ไม่เหลืออีกแล้ว หยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้มเรื่อยๆ สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือนอนนิ่งๆ ริมฝีปากเรียวจูบไล้ไปทั่วตั้งแต่หน้าผาก ปลายคาง ซอกคอ เรื่อยไล้จนมาถึงยอดอกสีชมพูที่ตึงแข็ง ขบกัดละเลียดเลียเบาๆ เลื่อนมือที่กำลังสำรวจผิวกายบังคับให้เด็กหนุ่มเผยอริมฝีปาก ลิ้นนุ่มสอดแทรกเข้าไป การกระทำต่างๆ นั้นล้วนหยาบคายและรุนแรงเกินกว่าที่ซามิลราจะรับได้ ตอนนี้เขาแทบจะบอกได้เลยว่าไม่ได้มีอารมณ์ตามคนตรงหน้าเลยสักนิด

เวลาผ่านไปนาน ร่างสูงก็ยังคงจูบไล้สร้างรอยไปทั่วโดย ชะ..ชาเซนาน ได้โปรดเถอะ อย่า.. เสียงใสสะอื้น เมื่อลิ้นอุ่นลากผ่านไปโดยขณะที่มือหนานั่นก็ยังไม่หยุดเค้นคลึงยอดอกสีชมพูที่ถูกขบเสียจนช้ำ

ซามิลรา ชาเซนานเอื้อมมือไปปลดผ้าที่มัดมือบางอยู่ออกมา ดันร่างบางให้เลื่อนลงไปที่ส่วนกลางลำตัวของตน เอาสิ เจ้าน่าจะรู้หน้าที่นะ

แต่ข้าไม่เคย ซามิลราพยายามจะชักกลับ

ไม่เคยก็ต้องฝึก! อย่าลืมว่าเจ้าคือที่ระบายอารมณ์ของข้า ทุกอย่างที่ข้าสั่ง เจ้าต้องทำ! ร่างสูงตะคอก ใช่สินะ เขามันแค่นางบำเรอ เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับตัวลงทำตามจากประสบการณ์ที่เคยโดนเมื่อครู่เป็นครู

ลึกกว่านี้ซามิล..รา ชายหนุ่มหอบหายใจ เขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ร่างสูงพลิกเด็กหนุ่มให้ลงไปอยู่ข้างใต้สอดใส่เข้าอย่างรวดเร็วไม่มีการเบิกทาง ซามิลราแผดร้องไม่เกรงใคร

มือบางผลักแผ่นอกกว้างสุดกำลัง เจ็บร้าวไปหมดทั้งสะโพกหากชายหนุ่มกลับยิ่งเพิ่มความแรงขึ้นอีกตามความต้องการ

ไม่!! ข้าเจ็บ! ไม่! เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนเป็นถอยหนีแทน มือแกร่งรั้งสะโพกแน่นเมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังทำอะไร กัดฟันกรอดถอนตัวออก ซามิลราถอนใจโล่งอกแล้วก็กรีดร้องลั่นเมื่อเขาสอดใส่มาจนมิด กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านเข้าไปในตัวมากจนล้นออกมาเลอะเตียง

ชายหนุ่มล้มตัวลงหอบข้างซอกคอเนียนขณะที่เด็กหนุ่มก็ยังไม่หยุดร้องไห้ หึข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เอาเจ้ามาเป็นชายา ชาเซนานลุกขึ้นมองร่างที่เต็มไปด้วยรอยช้ำด้วยความภาคภูมิใจ

เป็นอะไร แค่นี้ต้องร้องไห้เชียว? บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่จบแค่นี้แน่

..ท่าน! เสียงเงียบหายไปเมื่อชายหนุ่มจูบเข้าอีกครั้ง มือแกร่งเลื่อนลงสัมผัสรอยแผลนั่นว่าหนักขนาดไหนแล้วก็ต้องทำหน้าเหยเก

ไม่น่าใจร้อนเลย.. เขาบ่นเบาๆ กับตัวเอง แต่เอาเถอะแผลแค่นี่ไม่ถึงตายหรอก บทรักที่ร้อนแรงเริ่มขึ้นอีกครั้ง เสียงครวญครางของทั้งเด็กหนุ่มดังขึ้นตลอดเวลาสลับกับเสียงทุ้มบ้างในบางครั้ง คืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก

ตอนที่ 7

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าแยงเข้าตาปลุกร่างเพรียวให้ตื่นขึ้น มือเล็กขยับสัมผัสที่นอนคนข้างๆ ชายหนุ่มไปแล้ว เมื่อคืนนี้เขาทำลงไปได้อย่างไรหนำซ้ำยังมิใช่แค่ครั้งเดียว ริมฝีปากนุ่มขบกัดเป็นรอยช้ำตั้งแต่เมื่อคืนเม้มเข้าเมื่อนึกถึงคำพูดของชายหนุ่ม นั่นสิเขาจะต้องมาแคร์อะไรอีกในเมื่อเขาเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาระบายอารมณ์ตัวหนึ่ง

บทสรุปที่น่ากลัว ทบนบกั้นน้ำตาพังทลายลงทันที ทุกอย่าง...ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การเสแสร้ง นี่สิความจริง ตอนนี้เขาตื่นแล้วสินะ ตื่นจากฝันอันแสนหวานมาสู่แล้วแห่งความจริง อยากจะฆ่าตัวตายเพื่อพ้นชะตากรรมนี้ไปซะก็ไม่ได้ จะหลีกหนีทิ้งไปก็ไม่มีทาง เขารักรักคนๆ นี้มากเกินไป

นับตั้งแต่นี้ไปเขาจะถูกย้ายมายังห้องหอตำหนักในสุดซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเฉพาะ ข้าทาสมากมายที่เห็นเป็นผู้ชายก็หาได้แท้ไม่ ทั้งหมดจะต้องผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีเพื่อกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่พึงประสงค์ขึ้น

เตียงนอนใหญ่ยับยู่ยี่ เศษเลือดและร่อยรอยที่แสดงถึงเหตุการณ์เมื่อคืนยังปรากฏอยู่ชัดเจน ซามิลราลุกขึ้นนั่งมองด้วยความสังเวชผ่านไปยังท้องฟ้าสีคราม

ใบหน้าสวยตวัดกลับมามองเมื่อมีคนเข้ามา ชายหนุ่มตรงดิ่งลงไปนั่งข้างร่างบางที่ก้มหน้าไม่สบตาส่วนมือก็กุมผ้าห่มแน่น

ชาเซนานจับกระชากเส้นผมนุ่ม มองตาข้า!

อย่าข้าเจ็บ

รอยยิ้มหยันประดับบนใบหน้าคม เจ็บ? แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ข้าเคยเจอ ซามิลรา มือแกร่งเหวี่ยงร่างบางให้ลงไปนอนที่เตียงอย่างแรง

ไปอาบน้ำซะ วันนี้พวกตาแก่นั่นจะมาอวยพรยินดี เขาพูดจบก็ก้าวออกไปไม่ใยดีพลันปลายเท้าก็ไปสะดุดเข้ากับผ้าผืนหนึ่ง เลื่อนมือลงไปหยิบขึ้นมาดูให้แน่ใจก่อนโยนให้คนบนเตียง

ใส่ซะไม่งั้นจะซื้อมาเสียของเปล่าๆ ยังไงชาเซนานที่แสนดีของเจ้าก็อุตส่าห์ซื้อมาให้ทั้งที หัวเราะเสียงเย็นขณะเดินออกไป ซามิลราดึงผ้าผืนนั้นออกจากหัวตน ทนเขาต้องทน นึกถึงคำพูดของนักทำนายลึกลับนั่น ใช่ต้องทนนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้

ท่านซามิลรา หญิงสาวหน้าซีดเผือด องค์ชายเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ใบหน้านั่น นัยน์ตานั่น เหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แล้วยังเศษเสื้อผ้าที่ดูยังไงก็ไม่ใช่การถอดออกดีๆ แน่ นางกลืนน้ำลายอึก ขอให้สิ่งที่นางคิดไม่เป็นความจริงด้วยเถิด

อาบน้ำเถอะเพคะดูท่าจะเหนียวตัวเต็มแก่แล้ว หล่อนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ซามิลราค่อยๆ ขยับลงจากเตียงโดยมีนางช่วยพยุง ขบกัดริมฝีปากทุกย่างก้าว

ooooooooooooooooooooo

เวลาใกล้เที่ยงผู้คนมากมายต่างเริ่มทยอยกันออกมาซื้อของ ตลาดใหญ่แห่งนี้มีทุกอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นของสด ของแห้ง เครื่องใช้ เครื่องประดับ หรือแม้แต่เสื้อผ้า

ชายคนหนึ่งเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์มองรอบทางไปเรื่อยๆ หากจู่ๆ ก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาประกบ งานคราวนี้ลอบสังหารคหบดีใหญ่แคว้นอัลลัลคาวา คนมาใหม่กระซิบเบาๆ

ค่าตอบแทน? ชายคนเดิมตอบกลับระดับเสียงเดียวกัน

3 พันเหรียญ รายละเอียดทุกอย่างอยู่ในนี้ เขายื่นถุงผ้าสีดำให้แล้วเดินจากหายไปท่ามกลางฝูงชน ชายคนเดิมยักไหล่เดินทอดน่องต่อไปเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

อาหารง่ายๆ พร่องลงไปมากแล้วจากฝีมือของชายหนุ่ม กระดาษในถุงเมื่อที่ได้รับเมื่อตอนกลางวันถูกคลี่ออกอ่าน

อัลลัลคาวาเชียวเหรอ ไกลเอาการนะเนี่ย เกาครางแกรกเมื่อรู้รายละเอียดภายใน นึกถึงระยะทางแล้วเซ็งแต่เอาวะเงินมันสูงนี่หว่าทำไงได้

ร่างสูงรีบจัดการของตรงหน้าให้หมดแล้วเก็บข้าวของใส่หลังม้า กระโดดคร่อมแตะกระทุ้งเบาๆ เป็นการบอกให้ออกวิ่ง ฝุ่นทรายกระจายตลบอบอวนไปทั่วตามฝีเท้าที่เริ่มจะเร็วขึ้นจากที่นี่ถึงอัลลัลคาวานั้นต้องใช้เวลาร่วมอาทิตย์ เขารีบๆ ออกซะตอนนี้ดีกว่า พรุ่งนี้เช้าจะได้แวะเข้าไคโรที่เป็นทางผ่านหาอะไรกิน

ooooooooooooooooooooo

เสียงครวญครางบนเตียงหยุดลง ร่างบางนอนคว่ำหอบระรัวจากกิจกรรมที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ชายหนุ่มข้างกายไม่ยอมให้เสียเวลาฉุดแขนเด็กหนุ่มให้ขึ้นมานั่งบนตัก ร่างทั้งร่างของซามิลราแดงเถือกเพราะความครุกรุ่นของอารมณ์ที่ยังไม่หมดไป เขาค่อยๆ ขยับลงหาช่องทางที่เหมาะสมอย่างรู้หน้าที่ เปลวเพลิงแห่งตัณหากำลังลุกโชติช่วงเผาผลาญคนตรงหน้าอีกครั้ง

เสียงน้ำเปลือกตาบางลืมขึ้น เขาสลบไปหรือนี่ ครั้นจะขยับตัวก็เจ็บร้าวไปหมดจนต้องยอมแพ้นอนนิ่งๆ 4 เดือนแล้วสินะกับความทรมาณ นับเป็น 4 เดือนที่ชายหนุ่มตักตวงความสุขจากร่างกายเขาได้อย่างคุ้มค่า ไม่มีเลยสักวันที่คนๆ นี้จะไม่มาร่วมหลับนอนด้วย

ความเศร้าเคลื่อนเข้ามาในหัวใจ น้ำตารื้อขึ้นมาอีกครั้ง เขาร้องไห้มาทุกวันจนจะไม่เหลือน้ำตาอยู่แล้ว เจ็บไปหมดทั้งตัวและหัวใจ แต่เมื่ออยู่ในอ้อมกอดนั้นเขาก็เหมือนคนไม่ได้สติยอมทำตามที่ชายหนุ่มว่าทุกอย่าง

นางกำนัลประมาณ 3-4 คนเดินออกมาจากห้องข้างๆ หลังเสร็จหน้าที่ ชายหนุ่มในชุดเต็มยศก้าวออกมาเป็นคนสุดท้าย สายตาตวัดไปมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นแล้ว เขาเข้าไปใกล้ช้อนใบหน้าเนียนให้หันมา ลิ้นอุ่นควานเข้าไปตักตวงอยู่นานจนพอใจ เด็กหนุ่มสำลักไอทันทีที่ถอนออก ความหวาดหวั่นแสดงออกมาชัดเจนจนชาเซนานสังเกตเห็น

ทำไม หรือว่ากลัว? ไม่เอาน่าเมื่อคืนเรายังสนุกกันอยู่เลยนี่ มือแกร่งช้อนคางมนขึ้นเยาะเย้ยหนักยิ้มเหี้ยมกดร่างบางลงชิดกับที่นอนหนา

ซามิลราขบฟันแน่น มืออุ่นเริ่มที่ควรจะเป็นเคลื่อนที่ลงมายังส่วนล่างด้วยความร้อนแรงจนเขาเผยอส่งเสียงครางเป็นบางครั้ง มือเล็กสั่นระริกกอดแผ่นหลังกว้างอัตโนมัติ

เด็กหนุ่มกรีดร้องลั่นเมื่อพุ่งถึงขีดสุด ชาเซนานหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นมองผลงานของตัวเอง ระเรียดลิ้นออกเลีย เจ้านี่ยอดจริงๆ เลยนะรู้ตัวไหม สมแล้วที่ข้าอุตส่าห์ยกตำแหน่งนางบำเรอที่มีเกียรติที่สุดให้

ใบหน้าสวยสะบัดหนีไม่กล้ามองแต่ร่างสูงก็บังคับให้หันกลับ เลียซะ เขายืนมือเข้าชิดริมฝีปากนุ่ม เด็กหนุ่มเงียบไปสักพักก่อนจะค่อยๆ ปฏิบัติตาม

ชาเซนานมองเหยียดดึงมือกลับหัวเราะเสียงเย็นเดินออกไปทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่ในห้องคนเดียวเพียงลำพัง ซามิลรายกมือจับขอบตาที่ร้อนผ่าวหากแต่ไม่มีน้ำตา หมดไปแล้วสินะ ทุกอย่างมันจบลงแล้ว เขาจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

มีดสั้นขนาดเล็กที่เขาแอบเก็บไว้ป้องกันตัวถูกชักออกจากฝัก ซามิลราสูดลมหายใจ นึกถึงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ท่านพ่อ ท่านแม่ คามีล โอมาว ทุกๆ คน ข้าขอโทษ! เลือดสีแดงไหลทะลักออกทันที ภาพทุกอย่างพร่ามัว สิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้ได้คือเสียงกรีดร้องของนางกำนัลคนสนิท

ใครกันน่ะ ใครกันที่กำลังร้องไห้อยู่ หยุดเถอะอย่าร้องไห้เพื่อคนที่ไร้ค่าเช่นเขาเลย เด็กหนุ่มเดินตามที่มาไปเรื่อยๆ จนเจอมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจเล็กน้อยแล้วยิ้มออก นั่นสิจะมีใครมาหลั่งน้ำตาให้เขานอกจากตัวเขาเอง

สิ่งที่ซามิลราเห็นอยู่คนขณะนี้คือร่างของตัวเองในสมัยอายุประมาณ 10 ขวบกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาเดินเข้าไปไกล้ยิ่งขึ้นจนใบหน้าพิมพ์เดียวกันแต่อ่อนเยาว์กว่าหันมา ใครน่ะ!

ซามิลราทอดมองอ่อนโยน หยุดร้องไห้เถอะ เด็กน้อย

นัยน์ตากลมโตจ้องตอบ ว่าเค้าแล้วทีตัวเองล่ะทำไมไม่หยุด ซามิลราสะดุดกึกขยับมือจับผิวแก้ม น้ำตา!

ปะ เปล่านี่ไม่ใช่มันเป็นแค่..

ไม่ต้องมาโกหกเห็นอยู่ชัดๆ ว่าร้อง นี่จะบอกอะไรดีๆ ให้ ถ้ามีเรื่องอะไรอัดอั้นนะตะโกนร้องออกมาเลยไม่ต้องอายใครมันจะได้สบายใจ เสียงใสพูดแจ้วๆ ตอนนี้เขาหยุดร้องแล้วแต่คนๆ นี้ยัง

ข้าไม่ได้โกหก ข้าไม่ได้ ซามิลราสะอื้นฮักกอดร่างตัวเองตอนเด็กไว้แน่น

มือเล็กเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูกสักพักแล้วโอบตอบ อืมคามีลเคยบอกข้าว่าถ้ามันมีเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้เราทุกข์จงอดทนแล้วทุกอย่างจะผ่านเลยไป เชื่อสิ คามีลไม่เคยพูดอะไรผิดเลยนะ

เจ้าชอบเขาเหรอ?

เด็กชายยิ้มเขินๆ อื้มชอบมากเลย

แล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้รักเจ้าก็ยังจะชอบเขาเหรอ เด็กชายแม้จะงงๆ กับคำถามอยู่บ้างก็ผงกหัวรับ ซามิลรายิ้มให้กับคนในอ้อมกอด นั่นสินะไม่ว่ายังไงเขาก็ยังรักชาเซนานอยู่ดี

ขอบใจนะ ร่างเล็กหัวเราะขำกับอารมณ์แปลกๆ ของคนๆ นี้ ไม่เป็นไร อืมว่าแต่ท่านชื่ออะไรเหรอ

เอ่อ..ข้า ยังไม่ทันได้พูดอะไรจู่ๆ ทุกอย่างก็สว่างโร่ ร่างบางแสบตา มองอะไรไม่เห็นจนต้องยกมือขึ้นบัง

องค์สุลต่าน! หมอหลวง! ท่านซามิลราฟื้นแล้วเพคะ!! ใครสักคนในห้องนั้นตะโกนเรียกคนทั้งสองที่กำลังยืนคุยหน้าเครียดกันอยู่ ซามิลรามองหมอหลวงที่เดินเข้าไปตรวจอาการแล้วหันไปพูดบางอย่างกับชาเซนานอยู่ ทำไม?! ก็เขาตายไปแล้วนี่

พวกเจ้าออกไปได้แล้ว! ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกรีบเจ้าละหวั่นกันกันออกไปทันที เดี๋ยว! พวกเจ้าทุกคนห้ามเอาเรื่องนี้ไปแพร่พรายเด็ดขาดไม่งั้น...คนรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนมีอาการไม่แพ้กันคือกลืนน้ำลายอึก ใครจะไปกล้า รอจนบานประตูใหญ่นั่นปิดลงจึงหันกลับมามองคนบนเตียง

เข้าใจคิดวิธีดีนี่

ซามิลราพยายามลุกหนีแต่ยาชานั่นทำให้เขาขยับตัวไม่ค่อยได้ กลัวเขากำลังกลัวคนๆ นี้จับใจ

เป็นอะไรทีตอนทำไม่กลัวนี่ ทีตอนนี้มาทำเป็น หึ ดูท่าข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปสินะถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ ความเหี้ยมเกรียมฉายชัดในแววตา เด็กหนุ่มสั่นหัวไปมากระเถิบหนีสุดชีวิต

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 8

ชายหนุ่มในชุดรัดรูปทะมัดทะแมงสีดำเข้มวิ่งหลบเข้าไปหลังเสาเพื่อกำบังตัว สมแล้วจริงๆ ที่เป็นถึงที่ประทับขององค์สุลตาน่ามีทหารเดินตรวจตรากันอย่างหนาแน่นไม่น้อย เขารอจังหวะชั่วครู่กวาดมองรอบตัว ทหารชุดใหญ่นั่นหายไปแล้ว ขลุ่ยเล็กๆ ที่แขวนอยู่ที่คอถูกเป่าออก เสียงหวีดดังแทรกขึ้นหากกลับไม่มีใครได้ยิน

พรึ่บ ชายร่างกำยำ 2 คนชะงักมองออกไปยังพุ่มไม้ สำเร็จเสียงหวีดหนที่ 2 ดังขึ้น คราวนี้ในพงหญ้าข้างๆ สั่นไหวไปมาเหมือนมีคนกำลังพยายามหลบซ่อนตัว

ยามหน้าประตูทั้งคู่ปฏิบัติหน้าที่ทันที ร่างหนาวิ่งเข้าไปตะครุบหวังจับไอ้คนที่บังอาจบุกมาถึงตำหนักในให้ได้ อะไรกันวะ แค่นกฮูกนี่เอง ไอ้เราก็นึกว่าโจรที่ไหน ชายหนุ่มทั้งคู่เดินกลับมาเฝ้าหน้าประตูอย่างเดิมโดยที่รู้เลยสักนิดว่าได้มีผู้บุกรุกยามวิกาลแอบเล็ดลอดเข้าไปแล้ว

ภายในห้อง ชายหนุ่มเหลียวมองหาคนที่ต้องการ วันนี้ตอนที่เขารู้ข่าวจากชาเรลว่าท่านซามิลราฆ่าตัวตาย หัวใจของเขาก็แทบจะหล่นลงมา เขาอยากจะรู้ อยากจะช่วย แม้ว่ามันจะเป็นการพาหนีก็ตาม!

มือเรียวแหวกม่านลูกไม้หลายทบนั้นออกเดินเข้าไปเพื่อเดินเข้าไปอีกห้องที่อยู่ติดกัน สายตาพลันเห็นร่างของเด็กหนุ่มกำลังนั่งพิงเสาอยู่บนระเบียง ในมือนั้นกำสร้อยเส้นหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นไว้แน่น

ท่านซามิลรา ร่างบางหันไป ดวงตาเบิกโพลง คามีล!

เจ้าเจ้าเข้ามาได้ยังไงถ้ามีใครรู้

ชายหนุ่มมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยน ดูท่าท่านจะลืมไปแล้วสิว่าข้าคือใคร อดีตหัวหน้าองครักษ์ของท่านเชียวนะ เขายกมือขึ้นชี้ที่อกทำท่ามั่นใจ ซามิลราอมยิ้ม นั่นสินะ ใบหน้าคมเข้มขึ้น มือเรียวฉุดคนข้างๆ ให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

ท่านฆ่าตัวตายใช่ไหม? เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถาม

ทำไม? ซามิลรา ข้าคนนี้เคยพูดไว้ยังไง จงอดทนแล้วปัญหาทุกอย่างมันจะผ่านพ้นไปเองจำได้ไหม? เขากุมมือเล็กไว้แน่น

ซามิลราหัวเราะเบาๆ รู้ไหมว่ามีคนพูดแบบนี้ให้ข้าฟังมา 3 คนแล้ว

เอ๋?

เปล่า ไม่มีอะไร ซามิลราชักมือกลับ

ซามิลรา หนีไหม? เพียงแค่ท่านออกคำสั่ง

หนี!? เขาอุทานลั่น

ใช่หนี องค์ชายข้าไม่อยากให้ท่านต้องเจ็บ ไม่อยากให้ท่านต้องทำแบบนี้อีก ขอเพียงเอ่ย ทุกอย่างจะเรียบร้อย

เด็กหนุ่มสั่นหัวบอกปฏิเสธ ไม่ คามีล ตราบใดที่ข้ายังไม่ตายตำแหน่งชายาก็ยังเป็นของข้าและจะไม่มีวันตกเป็นของคนอื่น ข้าจะทน จะอดทนอดกลั้นทุกอย่างเพื่อให้สักวันหนึ่งเขาหันกลับมารักข้าบ้าง ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็หนีชาเซนานไม่พ้นหรอก ไม่ว่าจะทำยังไง สู้อดทนเพื่อเสี่ยงดั่งคำทำนายที่ชายลึกลับนั่นว่าไว้จะดีกว่า

คามีลมองความเด็ดเดี่ยวนั้นแล้วถอนหายใจเอื้อมมือเข้าที่ต้นคอระหงส์เพื่อจะรั้งศีรษะมนเข้ามาแนบกับบ่าหวังจะปลอบประโลมแต่ก็สะดุดกึกกับรอยนูนบางอย่าง นี่มัน! เขารีบพลิกดูทันที ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของชาเซนาน!

นิ้วเรียวจับมือของชายหนุ่มออก ตราประทับน่ะเครื่องยืนยันอย่างดีที่แสดงว่าข้าเป็นของเขาตลอดกาล

ตั้งแต่เมื่อไหร่!! คามีลบีบต้นแขนเล็กทั้งสองข้างแน่น ใครก็ได้บอกเขาทีว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่น

ขอบตาเด็กหนุ่มเริ่มร้อน ตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน หลังจากที่ข้าพยายามฆ่าตัวตาย ได้ยินเพียงแค่นั้นคามีลก็ใจแทบสลาย คนเพียงคนเดียวที่เฝ้าฟูมฟักดั่งอัญมณีเลอค่า เด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่เดินตามเขาต้อยๆ ต้องเจ็บปวดเกินใจคนๆ จะรับได้ขนาดนี้ เพราะเขาเขาคนเดียว คามีลกอดคนตรงหน้าไว้แนบชิด

ซามิลรากระชับร่างตัวเองเข้ากับชายหนุ่มแน่นเข้า แม้จะไม่รู้ว่าคามีลพูดอะไรที่ข้างหู แต่เสียงนั่นก็อ่อนโยนราวกับจะช่วยแบกความทุกข์ของเขาลง

หยุดการกระทำของเจ้าเดี๋ยวนี้ ไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! เสียงกร้าวของทหารหนุ่มรูปร่างหนาสมส่วนหนึ่งในหลายคนที่กำลังเดินเข้ามาล้อมก่อนจะจับทั้งสองแยกจากกัน

ซามิลราหน้าซีดเผือดพอๆ กับคามีล นี่มันอะไรกัน

เจ้ากำลังหยามเกียรติข้ามากเลยรู้ไหม ซามิลรา กระแสเสียงทุ้มเข้มเย้ยหยันดังฝ่าวงล้อมทหารออกมา ชาเซนาน! คามีลอึ้งไปทันที ไหนชาเรลบอกว่าเขาไปราชการชายแดนตั้งแต่เมื่อวานกว่าจะกลับก็อีก 3 วันนี่นา ข้อสงสัยเป็นอันตกไปเมื่อเขาขยับตัวมองไปทางด้านหลังของร่างสูง

ชาเรลรีบหันหน้าไปทางอื่นไม่กล้าสบตา บัดนี้ชายหนุ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว นี่คือแผนที่แท้จริงของท่านซินะ ชาเซนาน!

ไม่!!! ซามิลรากรีดร้องลั่น คามีลรีบหันกลับไปมอง ซามิลรากำลังถูกชาเซนานตรึงคางบังคับให้แหงนหน้าขึ้นแล้วโรยผงบางอย่างลงที่นัยน์ตาคู่สวยนั่น ซามิลราดิ้นไปมาชั่วไม่กี่อึดใจก่อนจะสงบนิ่งลง

ชาเซนานปรายมองคามีลอย่างผู้มีชัย ทหาร! นำไอ้ชายชู้นี่ไปขัง ส่วนเจ้าซามิลราคนสวยเอาไปไว้ที่ไซโบ! คามีลแม้จะขัดขืนเต็มกำลังแต่ก็มิอาจสู้คนหมู่มากได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงมองร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกอุ้มหายออกไปเท่านั้น

เจ้าเลวมากชาเซนาน เขากัดริมฝีปาก สาบานได้เลยว่าเขาจะต้องแก้แค้นให้ได้

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วจับหน้าชายหนุ่มขึ้นมอง เลว? ตรงไหนกัน ข้าแค่ลงโทษตามกฎเท่านั้นมีส่วนใดจะมาว่าข้าได้

กฎมันมีก็ต่อเมื่อทำผิดจริงเท่านั้น ไม่ใช่ละครที่จัดฉากขึ้น!

ฉาก? มีอันไหนกันที่เรียกว่าฉาก เจ้าแอบเข้ามายังห้องนอนของข้านั่นคือเรื่องจริง เจ้ากอดชายาขอข้านั่นก็คือเรื่องจริง มีสิ่งใดที่เรียกว่าฉาก แววตาร่างสูงนั้นเย็นยะเยือก

เจ้าเล่นกับคนผิดแล้ว คามีล จำเอาไว้บทเรียนข้อที่หนึ่ง อย่าเล่นกับไฟ! ชายหนุ่มกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าเข้ามาจ้องลึกลงไปในดวงตา

เจ้าก็เช่นกัน ชาเรล ชาเซนานสะบัดผ้าคลุมเดินออกจากห้องไม่สนใจร่างโปร่งนั่นอีกต่อไป ทุกอย่างเงียบลงกลับไปสู่ปกติ คามีลถูกทหารพวกนั้นเอาไปคุมขังเรียบร้อย ส่วนซามิลราก็ถูกนำไปไว้ที่ไซโบรอวันพิพากษาเหลือเพียงแต่ชาเรลอยู่ในห้องที่เกิดเรื่องเมื่อครู่ขึ้นตามลำพัง

ตลอดมาเขายังคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไร แต่จากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาคิดได้ และตอนนี้เขาก็ตัดสินใจแล้ว! บทเรียนข้อที่สองสำหรับวันนี้นะท่านพ่อ อย่าไว้ใจแม้จะเป็นถึงลูกตัวเอง ใบหน้าเนียนที่เคยมีแค่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้น ไม่มีทางซะหรอกท่านพ่อ สิ่งที่ท่านคิดวางแผนไว้มันจะต้องไม่เป็นจริงทั้งหมดแน่ ตราบใดที่ยังมีเขาอยู่

ooooooooooooooooooooo

ข่าวเสื่อมเสียของซามิลรานั้นแพร่กระจายออกไปสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันออกไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ว่าเป็นข่าวลือ บ้างก็ว่ามันคือเรื่องจริงร้อนถึงบรรดาขุนนางในวังต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาไถ่ถามว่าความกันแต่เช้ามืด

พวกข้าไม่อยากจะเชื่อเลย มันช่างเป็นการกระทำที่หยามศักดิ์ศรีพระองค์เสียเหลือเกิน ขุนนางร่วมท้วมคนหนึ่งพูดขึ้นกับเหล่าผองเพื่อน

ใช่ ช่างเป็นการหมิ่นเกียรติจักรแห่งเฮรอนเสียจนไม่น่าให้อภัยหรือท่านว่าไง ชายชราหันไปขอความคิดเห็นคนข้างๆ

มันก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริงมิใช่เหรอ? จายาสตอบ ตราบใดที่ไม่ได้ฟังความจริงจากปากท่านชาเซนาน เขาก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

องค์สุลต่าน! ชายชราคนเดิมตะโกนเรียกเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาพร้อมมหาอุปราช ทั้งคู่มีสีหน้าที่เคร่งขรึมพอกัน

พวกเจ้าทั้งหมดคงได้ยินข่าวนั้นแล้วใช่ไหม? ชาเซนานถามเกริ่นนำ

พระองค์อย่าทรงบอกนะว่านั่นคือเรื่องจริง จายาสชักเริ่มไม่ค่อยแน่ใจจากสีหน้าของชายหนุ่มนั่น

มีข่าวลืออันใดที่ไม่มีมูล จายาส ร่างสูงหน้าซีด ไม่น่าเชื่อว่าคนที่น่ารัก เรียบร้อยแบบนั้นจะกล้าทำแบบนี้

แล้วพระองค์จะจัดการเช่นใด เสียงใครสักคนในนั้นกล่าวถาม

กฎมีไว้ตัดสิน เมื่อมีความผิดก็ต้องทำตามไม่เว้นแม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นชายา! ทั้งหมดหน้าถอดสีทันใด ประหาร! ถึงแม้นั่นจะเป็นโทษที่ไม่สมควรให้อภัยแต่จะประหารบุคคลที่เป็นถึงชายาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พวกเขากราบทูลขอราชทานลดหย่อนโทษลงแต่คำตอบที่ได้เพียงอย่างเดียวก็คือไม่

ถึงแม้ว่าเขาจะต้องฆ่าคนที่เคยรักที่สุดก็ตาม เพราะว่าไม่ได้ตัวมาแล้วเขาจะยอมให้คนอื่นแย่งชิงไปได้อย่างไร คามีลสิ่งที่เจ้าทำไว้กับข้านั่นเป็นดาบสองคมที่จะย้อนสนอง

การะประชุมเสร็จสิ้นลง ขุนนางแต่ละคนต่างร้อนกันเป็นไฟลนก้น โดยเฉพาะคณะที่เป็นฝ่ายเทียบเคียงซามิลราให้มาเป็นชายาของเมืองนี้ การประหารเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง แล้วชะตากรรมของพวกเขาล่ะ จะแก้ตัวกับสุลต่านฮามัดว่ายังไง เดินเข้าไปหน้าชื่นแล้วบอกว่าท่านซามิลรากำลังถูกฆ่างั้นเหรอ ไม่มีทาง

จายาส เจ้าต้องจัดการเรื่องนี้นะ เพราะเจ้าเป็นคนเสนอชื่อท่านซามิลราเอง ปัดความรับผิดชอบกันเห็นๆ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรนอกจากรับคำ คนเหล่านั้นจึงเดินจากไปอย่างสบายใจที่หาคนรับผิดชอบได้แล้ว

ได้ยินใช่ไหม? ชาเรล จายาสพูดขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง

เด็กหนุ่มก้าวออกมาจากที่กำบัง สมแล้วกับที่เป็นท่าน ขนาดข้าว่าแอบอยู่เงียบๆ แล้วเชียวนะ

จายาสหัวเราะเบาๆ ขยับมือโอบเอวผอมดึงร่างบางเข้ามา จูบเส้นผมนุ่มสูดความหอมอย่างแสนคิดถึง ก็มีใครเขาจะจำคนรักตัวเองไม่ได้มั่งหรือไม่จริง? ริมฝีปากหนาได้รูปสัมผัสผิวแก้มนุ่มคลอเคลีย

พอเถอะเดี๋ยวใครมาเห็น จายาสไหวไหล่ไม่ได้ว่าอะไรยอมปล่อยเด็กหนุ่มแต่โดยดี

แล้วจะทำยังไง ร่างเพรียวสมส่วนมองหน้าคนรักตน

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำยังไง เขายักคิ้วทำท่าทะเล้น ชาเรลยิ้มเจ้าเล่ห์พอกัน ข้าว่าจะไปปล่อยนกปล่อยปลาทำบุญทำทานแถวนี้ซะหน่อย จะไปด้วยกันไหมล่ะ

จายาสยิ้มเข้าใจในความหมายแต่ก็บอกปัดคำชวนเพราะมีงานต้องทำอีก ระวังตัวนะชาเรล ค่าเงินของมันนะแพงเกินกว่าจะไปอาจเอื้อมเอาได้ง่ายๆ

ร่างเพรียวรับคำก่อนเดินจากไปส่วนชายหนุ่มก็หันกลังกลับเข้าท้องพระโรงเป็นทางลัดตัดไปยังห้องทำงานของตน

มืดมืดไปหมด เขามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เสียงน้ำ ไม่เสียงคนเดิน มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา ใครน่ะ! ชายหนุ่มตะโกนเรียกหากกลับมีมือหนึ่งมาปิดปากไว้

เงียบๆ สิเดี๋ยวเจ้าพวกนั้นก็แห่กันเข้ามาหรอก คามีลอึ้งไป เสียงนี้มัน ชาเรล! เจ้าทำไม ก็เจ้าเป็น

จะบอกว่าข้าเป็นคนบอกท่านพ่อล่ะสิ เด็กหนุ่มพยายามไขโซ่เหล็กที่มัดมือและเท้าชายหนุ่มออก

หรือมันไม่จริง

ถูกล่ะว่าที่บางเรื่องที่ท่านพ่อรู้นั้นเพราะข้า แต่เรื่องเมื่อวานมันไม่ใช่แผนของข้าหรอกนะ เขาปลดโซ่ตรวนชิ้นสุดท้ายออกอย่างยากเย็น คามีลจับข้อมือลูบไปมา หมายความว่าไง

อย่าลืมสิว่าหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง นี่คือวังของใคร ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของท่านพ่อหมด มีหรือจะไม่รู้ ข้าเองก็ประมาทไป เรื่องมันก็เลยเป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มค่อยๆ พยุงตัวคามีลขึ้น

เลยรับผิดชอบงั้นสิ

ส่วนนึงแต่ที่ข้าทำเพราะสัญญาที่เคยให้ไว้กับเจ้าไง คามีลทำหน้าไม่เข้าใจ

อะไรกันก็ที่บอกว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านซามิลราได้แม้แต่คนที่ท่านกำลังคิดน่ะ ยังไม่แก่สักหน่อยขี้ลืมจริง คามีลยิ้ม เด็กคนนี้บทจะเล่นก็เล่นจริงๆ บทจะเอาจริงก็คงจะเอาเรื่องน่าดู แล้วท่านซามิลราล่ะ

ชาเรลหยุดกึก ยัง ท่านพ่อเอาไปขังไว้ที่ไซโบ ข้ายังไม่สามารถไปได้ในวันนี้

ไซโบ? ร่างที่สูงกว่าผลักแขนที่ช่วยพยุงออกเพราะเริ่มจะก้าวขาได้มั่นแล้ว

ที่ขุมขังสำหรับสุลตาน่าและเหล่าสนมโดยเฉพาะน่ะ แน่นหนามากในเรื่องกำลังทหาร และที่สำคัญวันนี้ท่านพ่อจะเข้าไป ชาเรลเปิดประตูห้องขังยื่นหน้าออกไปดูลาดเลาก่อน ทั้งคู่วิ่งรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังต้นเสาใหญ่เมื่อมีนายทหารตรวจเวร 2 คนผ่านมา เด็กหนุ่มก้าวนำเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว

ต้องไปทางลับ เขาวิ่งไปหยุดริมกำแพงหิน คามีลไม่สงสัยอีกต่อไปแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาได้ยังไง ทางลับงั้นเหรอ ทำได้แนบเนียนจริงๆ

เร็วเข้า ชาเรลทำอะไรซักอย่างกับกำแพงแถวๆนั้นให้เปิดแง้มออก ทั้งคู่วิ่งหายเข้าไปก่อนจะมีทหารเวรชุดต่อไปเดินมา

ตะเกียงไฟจากดอกไม้อะไรสักอย่างถูกงัดขึ้นจากย่ามของเด็กหนุ่มทันทีที่ประตูหินนั่นปิดลง นี่เป็นทางลับที่ใช้หนีเวลาเกิดสงครามตั้งแต่สมัยก่อนน่ะ ชาเรลแถลงข้อข้องใจเมื่อเห็นชายหนุ่มมองไปมา

เจ้ารู้ งั้นชาเซนานก็ต้องรู้ด้วยน่ะสิ ชาเรลพยักหน้า

ไม่ต้องกังวลหรอก ท่านพ่อไม่มีทางออกมาดักจับได้หรอกเพราะว่าวันนี้จายาสเค้านัดคุยเรื่องการรบทางชายแดน

เมื่อ 2 วันก่อนเจ้าก็บอกข้าแบบนี้ ร่างบางหัวเราะขำกับคำประชดของคนตรงหน้า นั่นสิ กล้าเชื่อใจข้าหรือเปล่าล่ะ

ไหล่ที่ดูจะกว้างกว่าไหวขึ้น ก็ตกหลุมมาด้วยกันแล้วนี่

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงก็มาถึงทางแยก เด็กหนุ่มชี้ให้เขาไปทางซ้ายส่วนตัวเองจะไปทางขวา เมื่อถามเหตุผลก็ได้ความว่าด้านซ้ายคือทางที่โผล่ไปทางหุบเขาห่างออกจากตัววังไปมาก ส่วนเขาก็ต้องรีบกลับวังเพราะเดี๋ยวจะผิดสังเกตที่เดินมาด้วยก็แค่จะมาส่งเท่านั้นเพราะความจริงไอ้การเดินเข้าไปในวังโดยใช้ทางลัดล่ะก็ใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มรับตะเกียงไฟมาถือกล่าวขอบใจแล้วทำท่าจะเดินจากไป คามีล ชายหนุ่มหันตัวกลับมาเล็กน้อย

อีก 2 วันไปพบท่านซามิลราที่บ้านของเฒ่าเย ถามชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครไม่รู้จักท่านแน่ ชายหนุ่มรับคำแล้วจึงออกเดินต่อ สีหน้าชาเรลเข้มขึ้น ต่อไปก็ของจริงแล้วสินะ ท่านซามิลรา อดทนเอาไว้ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้เขาจะต้องไปช่วยท่านออกมาแน่

ท้องฟ้าสลัวๆ สีฟ้าจางๆ แสดงออกว่าวันใหม่กำลังจะเข้ามาถึง เด็กหนุ่มร่างบางรีบวิ่งลัดเลาะเข้าไปยังตำหนักต้องห้ามสำหรับทุกคน เวรยามจัดเอาไว้ไม่หนาแน่นนักตามที่คิดจึงสามารถเข้าไปได้ง่าย

ชาเรลกัดฟันกรอดเมื่อเห็นชาเซนานยังอยู่ในห้องกับซามิลรา เขาคำนวณผิดไปหรือนี่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่ท่านพ่อจะอยู่ที่นี่ทั้งคืนแน่

เข้ามาสิชาเรล จะแอบอยู่ทำไม ร่างสูงเอ่ยไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าใคร เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นจำใจก้าวขาเดินออกจากที่กำบัง สมแล้วที่เป็นท่านพ่อ แต่ว่าก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อสายตามองไปเห็นร่างสวยที่คุ้นตานั่นนอนจมกองเลือดใกล้กับชายหนุ่ม

ท่านซามิลรา!!! เขาวิ่งเข้าไปกอดร่างนั้นขึ้น ลมหายใจยังคงมีอยู่เล็กน้อย ถอนหายใจเฮือกโล่งอก

ดูท่าเจ้าจะมาช้าไปก้าวนึงนะ แต่เอาเถอะ มาก็ดีแล้ว ข้ามีงานให้เจ้าทำ อาลี! ชายร่างกำยำเปิดประตูเดินเข้าไปย่อกายทำความเคารพ

ชาเรล เจ้ากับอาลีจงนำร่างที่ไร้ประโยชน์นี่ไปทิ้งกลางทะเล ชาเซนานดักทางเด็กหนุ่มออกหมด ถ้ามีเขาเพียงคนเดียวก็ไม่ยากเลยที่จะช่วยท่านซามิลราได้แต่นี่กลับสั่งให้ไปพร้อมกับอาลี องครักษ์ประจำตัวของท่านพ่ออีก

อย่าให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ ชาเรล อาลี ชาเซนานพูดจบก็หันตัวเดินออกไป

ท่านชาเรล เชิญ อาลีผายมือนำบังคับเด็กหนุ่มที่อุ้มร่างที่หายใจรวยรินขึ้นออกเดิน ชาเรลขบกัดริมฝีปากด้วยความแค้นจนช้ำไปหมด อีกเพียงนิดเดียวแท้ๆ ท่านซามิลราข้าขอโทษ

แสงแดดที่เริ่มจะแรงกล้าขึ้นเพิ่มอุณหภูมิของอากาศที่ทะเลทรายนี้ให้ร้อนระอุยิ่งขึ้น พวกเขาควบม้าออกมาจากพระราชวังพอสมควรเพื่อจงใจให้ห่างไกลจากผู้คนตามคำสั่งของร่างสูงนั่น

รีบไปเถอะองค์ชาย อาลีมองเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ วางร่างบอบบางที่ถูกทำแผลให้อย่างดีแล้วลง ท่านซามิลราได้โปรดเถอะ เทพเจ้าทั้งหลายได้โปรดช่วยท่านด้วย ขอให้ท่านมีชีวิตรอดด้วย

องค์ชาย อาลีเรียกเตือนเป็นครั้งที่สอง ชาเรลตัดใจหันหลังกลับออกเดินนำทิ้งให้ร่างบางนั้นนอนสลบอยู่เดียวดาย

ว๊าก!! เสียงตะโกนร้องลั่น ชายหนุ่มบนอานม้าตัวใหญ่รีบยกบังเหียนบังคับให้หยุดแทบไม่ทัน เกือบจะเหยียบเอาอะไรบางอย่างที่แน่นิ่งอยู่นั่นแล้วไหมล่ะ

เฮ้ย! คนนี่หว่า เขาก้มลงมอง ใครกันวะเสือกมาเลือกที่ตายเอาแถวนี้ ศพไม่สวยหรอกนะเฟ้ย ชายหนุ่มเอารองเท้าจิ้มๆ มีเพียงเสียงแผ่วเบาลอดออกจากริมฝีปากของร่างนั่นเท่านั้น

ยังไม่ตายแฮะ เอาไงดีวะเขามันก็ไม่ใช่คนดีขนาดจะช่วยคนตกทุกข์ได้อยากขนาดนั้นซะหน่อย ช่วยไม่ช่วยช่วยไม่ช่วย พิศมองใบหน้าสวยแล้วก็ต้องถอนใจ

เอาวะ เพราะวันนี้ข้าอารมณ์ดีหรอกนะ เขาช้อนเด็กหนุ่มขึ้นแล้วกระโดดเหยงเข้านั่งที่หลังม้าควบอาชาตัวโปรดจนฝุ่นคลุ้งหายไป ถือซะว่าทำบุญไถ่บาปที่เพิ่งไปฆ่าไอ้เศรษฐีเวรนั่นก็แล้วกัน

ค่ำแล้วคามีลชะเง้อหน้าออกนอกหน้าต่างมองหาคนที่ต้องการจะพบมากที่สุด ไม่ มันจะต้องไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ชาเรลต้องช่วยท่านซามิลราได้น่าเขาคิดเข้าข้างตัวเองแม้จะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ

ถ้าองค์ชายของเขาสามารถหนีออกมาได้จริงก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ว่าจะมาเอาป่านนี้ หลงทางน่าชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั่นออก

คามีล พ่อเฒ่าชราในมือกำกระดาษแผ่นเล็กๆ แผ่นหนึ่งไว้แน่น

ท่านชาเรลส่งข่าวมา เขายื่นให้ร่างโปร่งรับ มือเรียวสั่นระริกเมื่อเห็นข้อความในสารนั่น

ข้าเสียใจด้วย คามีลไม่ได้กล่าวอะไร ตอนนี้เขาต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวซะมากกว่าแล้วเหมือนว่าชายชรานั่นจะรู้ใจเขาขอตัวเดินออกเบาๆ

น้ำตาใสค่อยๆ ไหลลงอาบแก้มเนียน ภาพเด็กน้อยในความทรงจำผุดขึ้นวนเวียนไปมาในสมอง เขาเสียไปแล้ว คนเพียงคนเดียวที่อยากจะปกป้องไม่ให้แปดเปื้อน ไม่ให้ต้องเจ็บซ้ำ ท่านซามิลราไม่! มันยังไม่แน่ว่าพระองค์จะตายนี่! ชายหนุ่มคลี่กระดาษแผ่นเดิมที่ถูกขยำจนแทบอ่านไม่ออกนั้นดู กรูเกราจะต้องช่วยท่านได้แน่

ดีล่ะ นัยน์ตาประกายกร้าวขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคนนี้ก็จะไม่ยอมเสียองค์ชายตัวน้อยๆ ของเขาไปอีกแล้ว!!

คามีล เจ้าจะไปไหนน่ะ เย พ่อเฒ่าที่มีอายุมากที่สุดในแถบนี้เอ่ยถามชายหนุ่มที่สะพายย่ามเดินเข้ามาบอกลาตน

ตามหาท่านซามิลรา

แต่ว่าในจดหมาย

ข้ารู้ แต่ท่านชาเรลไม่ได้บอกว่าตายนี่

หรือ..หรือว่าเจ้าจะไปตามหา กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุในตอนกลางวันและเย็นเข้ากระดูกในช่วงกลางคืนเนี่ยนะ คามีลค่อยๆ ผลักประตูให้เปิดออกแทนคำตอบ

ข้าสัญญาเอาไว้กับตัวเองแล้ว ท่านผู้เฒ่าไว้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องตามหาท่านซามิลราให้เจอ แม้จะเป็นเพียงแค่ศพก็ตาม

ooooooooooooooooooooo


edit @ 2007/07/22 20:42:07

Comment

Comment:

Tweet


Follow this link and you will come over trustworthy software development outsourcing company that will assist you to attain your aims.
#8 by check here (103.7.57.18|31.184.238.73) At 2013-07-05 09:35,
this good topic is very smashing idea and I think that someone would buy custom essay papers and essay writing to get know more about this from essay writing service.
#7 by buy essays (31.184.238.21) At 2012-01-12 06:00,
#6 by (31.184.236.16) At 2011-12-17 12:54,
People would like to buy research paper and buy essays about this topic, choosing the research paper writing service.
#5 by buy an essay (31.184.236.16) At 2011-12-17 12:52,
I appreciate your fact about this post. I wanted let you know that I did not see a kind of master writer before this time. Have you a chance create the really well written thesis writing and thesis examples?
#4 by dissertation writing (94.242.214.6) At 2011-12-05 09:07,
Short words comments are very oft considered as spam, well I’m not too agree with this. You see, if someone thinks “hot enough” in the comments box as spam, I think he / she are too much satisfied about himself / herself. I claim that just lazy college students cannot find where to <a href="http://www.superbessay.com">buy essays</a> which suppose to be distinguished.
#3 by Gilmore19Eugenia (91.201.66.6) At 2010-09-24 19:43,
ฮืออ เมื่อไหร่จะมาต่ออ่ะคะ ได้อ่านถึงตอนที่นายเอกไปเป็นนักสังหาร แล้วกลับมาเมืองของ สามี(โฉด)
#2 by paoji (58.64.71.126) At 2007-08-19 12:57,
#1 by paoji (58.64.71.126) At 2007-08-19 12:56,