2007/Jul/22

ธรณีเพียงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 5

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วที่ขอบหน้าต่างปลุกให้เด็กหนุ่มกระพริบตาไปมาก่อนจะขยับลุกขึ้นหันไปมองรอบตัว โอมาว? หญิงสาวร่างท้วมเปิดประตูออกมาแทบไม่ทันเมื่อได้ยินร่างบางตะโกนเรียก

เจ้าชายโอ้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยที่เข้ามารับใช้ท่านไม่ทัน คุกเข่าลงข้างเตียงที่ยกระดับขึ้นจากพื้น ซามิลรามอง

เอ่อข้าเพียงแต่ไม่เห็นเจ้าเลยเรียกดูเท่านั้นเองนะ ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้

แต่ว่า

พอเถอะ ข้าอยากอาบน้ำเต็มแก่แล้ว เขายกมือปราม ก้าวเดินนำไปยังห้องข้างๆ ที่มีเพียงผ้าม่านโปร่งผืนยาวกั้นขวางไว้ ผ้าชิ้นสุดท้ายถูกถอดออกจากร่างบาง มืออ้วนค่อยๆ จุ่มวัดอุณหภูมิน้ำเมื่อแน่ใจในความอุ่นจึงค่อยพาเด็กหนุ่มก้าวลง

แย่จริง นางสบถ นี่เราลืมเครื่องหอมและน้ำมันทาตัวหลังชำระร่างกายไปได้อย่างไร

มีอะไรหรือ? โอมาวหันรีหันขวางเอาไงดี เอ่อพระองค์ เดี๋ยวข้ามานะเพคะ หล่อนกระวีกระวาดวิ่งออกไปโดยไม่บอกเหตุผล ถ้าให้องค์ชายรู้มีหวังเสียชื่อนางกำนัลมือหนึ่งหมดพอดี

เป็นอะไรของเขานะ ซามิลรากวักน้ำขึ้นลูบหน้า แวกว่ายเข้าไปในส่วนที่ลึกกว่าแต่ก็ยังยืนถึง ที่นี่กว้างจริงๆ ว่าห้องของเขากว้างแล้วยังไม่เท่า พื้นน้ำหลากสีสะท้อนกับแสงแดดส่องประกายวูบวาบเหมือนแก้ว ผ้าม่านกำมะยี่หลากสีที่แขวนไขว้กันไปมาแถมด้านบนยังเปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้าด้านบนนั่นอีก นับว่าคนที่ออกแบบที่นี่นั้นเก่งชนิดจับตัวอยากเลยทีเดียว

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่หารู้ไม่เลยว่ามีร่างๆ หนึ่งกำลังยืนมองอยู่หลังม่านกั้น เสียงฝีเท้าที่ขยับเดินเรียกให้ซามิลราหันควับไปทันควัน

ใครน่ะ! เขาลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าผิดปกติ ไม่ใช่โอมาวแน่

ท่านชาเซนาน? ร่างบางตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

ใช่ข้าบอกเจ้าไว้แล้วนี่ว่าจะมา ชายหนุ่มเดินอ้อมไปหา แต่ไม่นึกนี่สิว่าจะเข้ามาจังหวะเหมาะได้ขนาดนี้ นัยน์ตาคมพราวระยับ ด้วยมุมของเขากอปรกับน้ำที่ใสแจ๋วแบบนี้อะไรต่อมิอะไรก็ปรากฏให้เห็นหมด

ท่านหมายความว่า?อ๊ะ!! ซามิลราผลุบลงนั่งกอดตัวเองด้วยสีหน้าแดงก่ำ

เป็นอะไรไปซามิลราอายรึ? จะอายไปทำไมอีกไม่นานเจ้าก็จะต้องเป็นของข้าอยู่แล้ว คุกเข่าย่อกายลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเด็กหนุ่ม เอื้อมมือเข้าลูบผิวแก้มบาง

..กรุณาออกไปก่อนเถอะท่านชาเซนาน ซามิลราพูดตะกุกตะกัก เขินไปหมดทั้งสถานการณ์ที่เป็นอยู่และชายหนุ่มโอย ใครก็ได้ช่วยเขาที

องค์สุลต่าน! เจ้าชาย! เสียงระฆังช่วยของโอมาวดังขึ้น ชาเซนานยิ้มบางๆ แล้วก้าวออกไปโดยดี นางมองตามชายหนุ่มจนเห็นว่าพ้นเขตไปแล้วจึงหันกลับมาหาเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หน้าแดง หูแดงไปหมดแล้ว

กรี๊ดท่านซามิลราาาาา หล่อนตะโกนร้อง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงหัวเราะนึกภาพเจ้าของชื่อนั่นออกเลย อะจริงสิ เขาเรียกหญิงสาวออกยื่นของบางอย่างให้

สวมให้เขาด้วยนะ หล่อนพยักพะเยิดเข้าใจแล้วจึงกลับเข้าไปทำหน้าที่ต่อ

ขณะที่กำลังรอซามิลราอาบน้ำอยู่ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินสำรวจไปมา นับว่าเขาคิดถูกจริงๆ ที่ให้กัยยัมออกแบบสร้างไว้รับรองแขกคนสำคัญ สมแล้วที่เป็นถึงมัณฑนากรผู้ลือชื่อ

ท่านชาเซนาน ร่างโปร่งก้าวออกมาในชุดสีขาวสะอาด กลิ่นหอมของเครื่องหอมต่างๆ ประดังเข้าจมูกของชายหนุ่ม ยิ่งสายสร้อยที่คล้องประดับไว้ที่คอของร่างเพรียวนั้นยิ่งช่วยเสริมความงามขึ้นไปอีก ไม่ยากเลยที่เขาจะตะลึงไปชั่วครู่

รู้ตัวไหมว่าเจ้างามมาก องค์ชาย เขาเอ่ยชมจากใจจริงขยับโอบไหล่บางเข้ามานั่งที่ปลายเตียง

เอ่อโอมาวบอกข้าว่าสร้อยเส้นนี้ท่าน มือบางจับเข้าที่อัญมณีตรงกลางคงจะสูงค่ามาก

ใบหน้าคมโน้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากกอดร่างเพรียวไว้แนบอก ใช่ข้านำมาเอง มันเคยเป็นของเสด็จแม่ข้ามาก่อน ความจริงกะจะให้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่เจ้าเกิดไม่สบายขึ้นมาก่อนนะสิ พูดไปก็จูบไล้แก้มบางไป

มะ..มันคงจะมีค่ามากเกรงว่า ยกมือขึ้นกันริมฝีปากชาเซนานที่เริ่มจะเกินเลย

ชาเซนานขยับออกห่างทั้งที่ยังเสียดาย ไม่หรอกสำหรับเจ้าที่จะเป็นชายาข้ามีสิ่งใดที่ไม่คู่ควร มองสบเข้าไปในนัยน์ตาสวย ซามิลราสร้อยเส้นนี้คือตัวแทนข้าจำไว้นะ ข้าจะอยู่กับเจ้าเสมอ มือแกร่งลูบผิวแก้มอีกครั้งอย่างอาวรณ์

เด็กหนุ่มเลี่ยงหลบตา เขารู้สึกผิด ชายหนุ่มดีกับเขาขนาดนี้ แต่ดวงใจเขากลับมีคนอื่นครอบครองอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มตวาดถามอารมณ์เสีย ใครน่ะ!

เอ่อพระองค์ ท่านสุลต่านฮาหมัดเสด็จมาขอรับ ทหารหน้าประตูกราบทูลสั่นๆ

ท่านพ่อ! ซามิลราลุกขึ้นยืนทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้ ตามกำหนดมันคืออีก 3 อาทิตย์นี่

ชาเซนานยืนมือเข้าโอบเอวบางพาก้าวเดิน ไปกันเถอะ ท่านคงจะมาเยี่ยมน่ะ หันไปบอกยิ้มๆ ซามิลรารับคำ ภายในใจของเขาตอนนี้กำลังร้อนจนแทบละลาย

ooooooooooooooooooooo

ท่านแม่ถ้าท่านยังมีชิวิตอยู่ก็คงจะตอบคำถามข้าได้ ใครกันนะที่เป็นคนที่ข้ารักอย่างแท้จริง หลังจากวันนั้นที่เขามาถึงที่นี่เป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้วแต่เขาก็ยังสับสน

ท่านซามิลรา ชาเรลเข้าทักเมื่อเห็นร่างเพรียวนั่งเงียบๆ อยู่ในสวน

ซามิลราหันไปตาเสียงเรียก อะไรกัน เจ้าเองหรือ พูดยิ้มๆ หลังจากที่เขามาอยู่ที่นี่คนที่สนิทกับเขามากที่สุดก็คือชาเรลนี่แหละ..อาจจะเป็นเพราะชาเรลนั้นอายุใกล้เคียงกับเค้ามากที่สุดแล้วมั้ง ถึงแม้ชาเรลนั้นจะแค่ 16 และเขานั้น 23 แล้วก็เหอะ

ใช่สิ จะใครล่ะ แล้วนี่มาทำอะไรอยู่ที่นี่คนเดียว เดินเข้าไปนั่งข้างๆ ตามข้อตกลงที่ว่าอยู่กันแค่ 2 คนก็ไม่จำเป็นต้องมีพิถีรีตองกันมากนัก

เปล่ากำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ ไม่อยากจะให้พวกนั้นมายุ่งหนวกหูจะตาย ชาเรลหัวเราะมันก็จริง ผู้หญิงพวกนั้นทั้งเอะอะและน่ารำคาญถึงแม้ท่าน ซามิลราจะมีศักดิ์เป็นพระชายาในอีกไม่กี่วันแต่ก็ยังเป็นผู้ชาย

เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดมา ชาเรลจะแก้ปัญหาให้เค้าได้ไหมนะ เอ่อชาเรล ข้ามีเรื่องจะปรึกษาแต่ต้องสัญญาว่าจะเก็บเอาไว้ยิ่งชีพได้ไหม? หัวหน้าองค์รักษ์พยักหน้า ซามิลราจึงเม้มริมฝีปากตัดสินใจระบายความในใจที่อัดอั้นทั้งหมด

หมายความว่าท่านไม่ได้รักสุลต่าน

ไม่ข้าไม่รู้ หยาดน้ำตาเอ่อล้นคลอเป้า ชาเรลกระเด้งลุกทำอะไรไม่ถูก อ่าพระองค์อย่างร้องไห้สิ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยนะ หากแต่น้ำตานั้นกลับไม่ยอมหยุดเอาง่ายๆ เขาอัดอั้นใจมานานทำนบที่พังทลายลงจึงยากที่จะหักห้าม

ร่างโปร่งเกาหัวแกรกมองดูอารมณ์นั้น เอาไงดี อ๊ะ! จริงสิ ท่านซามิลราเวลาท่านอยู่กับองค์สุลต่านท่านใจเต้นบ้างไหม? ใบหน้าสวยเงยมอง

โปรดตอบข้า ว่าไง?

ง่าเอางี้ เวลาท่านชาเซนานกอดจูบหรือสัมผัสท่านรู้สึกอย่างไร?

ชาเรลยิ้ม เริ่มเข้าเค้า ก็แค่นี้ องค์ชาย ท่านรักสุลต่านแน่นอน สาบานกับพระอัลล่าห์เลยเอ้า ยกมือขึ้นทำท่าจะปฏิญาณ

อ้าวไม่เชื่ออีก ก็นะท่านคิดดูดีๆ มันจะมีใครที่ไหนเค้ายอมให้คนอื่นเค้ามากอดจูบโดยที่ไม่ได้รักได้เล่า จริงไหม? ไม่เห็นต้องมาคิดมากให้ปวดหัวเลย ข้าว่าสิ่งที่ท่านกำลังกังวงอยู่หาใช่เรื่องนี้แต่แท้จริงแล้วมันคือความกลัว กลัวจะผิดหวังเหมือนกับครั้งแรก เหล่ตามองอาการคนข้างๆ ชักนำง่ายเสียจริง

กลัวงั้นเหรอ?

แต่มันก็เป็นเพียงแค่การสันนิฐานจากข้าเท่านั้น ท่านต้องถามตัวท่านเองนั่นคือสิ่งที่เป็นคำตอบให้ดีที่สุด คืนนี้ลองถามใจตัวเองดูสิ ถามดูอีกครั้งว่า ใคร คือ คนที่ท่านรัก ในตอนนี้ ชาเรลเริ่มพูดมีสาระขึ้น ถ้าเขาเกิดขึ้นผิดขึ้นมาก็แย่สิ ให้คนที่เค้ากังวลคิดเอาเองสิถึงจะถูก

องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสายมากแล้ว ลองคิด คิดให้ดีๆ พระองค์ กล่าวส่งท้าย คิดให้ดีๆ โค้งตัวลงถวายความเคารพ

พระจันทร์ดวงโตขึ้นกลางฟากฟ้าเปล่งประกายแสงกับหมู่เหล่าดวงดาว เด็กหนุ่มนอนหงายคิดเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด 3 อาทิตย์นี้สลับไปมากับชีวิตของตนตลอด 23 ปี ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่เคยเจอคามีลก็แค่หนเดียวเมื่อตอนงานเลี้ยงหากเขาก็ไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายหรือร้อนใจใดๆ เหมือนในอดีต

ร่างเพรียวพลิกตัวไปนอนตะแคงอีกด้านค่อยๆ เลื่อนมือลงกำสายสร้อย นึกถึงใบหน้าและแววตาที่แสนอ่อนโยนคู่นั้นแล้วก็หน้าแดง

ไปตลาด?

ใช่

ด้วยม้า