2007/Jul/22

สวัสดีค่า หลังจากที่ได้อัพบลอคมา เอ่อ นานมาก เอาเป็นว่าเรามาอัพแล้วน้า เห็นเพื่อนๆ บอกว่าอยากอ่านนิยายเรื่องนี้กัน เราก็เลยเอามาสนอง 55 แต่บอกไว้ก่อน เรายังแต่งไม่จบนะจ๊ะ แล้วก็คงได้แค่นั้น -_- อ่านแล้วช่วยคอมเมนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ธรณีเพียงฟ้า....จันทราเพียงดิน

By viky

สายลมร้อนพัดเอาความฝุ่นละอองและเศษผงของเม็ดทรายให้กระจัดกระจายไปมาตามผืนดินที่แห้งผาก ท้องฟ้าสีคราม ก้อนเมฆสีขาว นัยน์ตางามเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย วันนี้แล้วสินะ

ขออภัย องค์ชายซามิลรา เสียงกล่าวขานนามของเขาดังขึ้นด้านหลังเรียกความสนใจ หากแต่ใบหน้าเนียนก็ยังมิมีอะไรเปลี่ยนแปลง มีอะไรงั้นรึ เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปมาบนแผ่นหลังบางด้วยแรงลมที่เข้ามากระทบ ชายหนุ่มมองภาพเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความกล้ำกลืน

องค์สุลต่านเรียกพบพะยะค่ะ ริมฝีปากเรียวยิ้มบางๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนพูด ขอบใจ... เด็กหนุ่มลุกขึ้นก้าวเดิน

ซามิลรา พ่อขอร้องทำเพื่อแคว้นนี้เถอะนะ มือแกร่งเอื้อมเข้ากุม

ราชาแห่งอันลัลคาวาต้องการให้เจ้าไปเป็นชายา นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วรู้ไหม?

นัยน์ตางามหลุบลงต่ำ แต่ข้า

พ่อรู้ หากเจ้าก็เข้าใจนี่ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรักคนที่เขาไม่ได้รัก พ่อหวังดีกับลูกนะ แต่งงานซะ ซามิลรา เจ้าเป็นคนฉลาดคงไม่ต้องให้พ่ออธิบายอะไรมากก็คงจะรู้ เสียงเริ่มเข้มขึ้นจนกลายเป็นหนักแน่นเสมือนว่าไม่ต้องการคำปฏิเสธ

ข้า หยดน้ำตาใสเริ่มไหลคลออาบแก้มบาง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แคว้นอันลัลคาวานั้นยิ่งใหญ่นัก หากเขาปฏิเสธการแต่งงานนั่นก็หมายถึงว่าสงครามจะอุบัติขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ความรู้สึกของเขาล่ะ?

องค์ชายองค์ชายซามิลรา? ถึงห้องท่านสุลต่านแล้วนะท่าน คามีลพูดปลุกให้เจ้านายตนตื่นขึ้นจากภวังค์

อ่าข้า ซามิลราสะดุ้งเฮือกหน้าซีดด้วยความกลัว ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนดันหลังคนข้างๆ ให้เข้าไป นัยน์ตางามส่องประกายหวั่นวิตกชัดเจน คา คำพูดต่อไปถูกประกบปิดจากฝ่ามือผอม

ไม่ต้องเอ่ยอะไรทั้งนั้น รู้ไว้เพียงแต่ว่าข้าคนนี้ยังรักและห่วงใยเสมอก็พอ เจ้าชาย เขาขยิบตาให้คนตรงหน้าเป็นกำลังใจสร้างรอยยิ้มแผ่วให้กับเด็กหนุ่ม

ถ้วยน้ำชาถูกวางลงช้าๆ เมื่อปรากฏการมาของคนที่รอคอย ฮามัดกวักมือเรียกให้เข้ามาใกล้ เอาล่ะ ตอนนี้ข้าคิดว่าเจ้าคงจะมีคำตอบที่น่าพอใจนะ ลูกข้า สายตาประสานเป็นเชิงบังคับ เด็กหนุ่มนิ่งเงียบสักพัก ขบริมฝีปากเบาๆ ไปมาก่อนที่ศีรษะงามจะถูกปล่อยลงให้หยดน้ำใสตกกระทบไปบนพื้น

สุดแล้วแต่จะพิจารณาเถิดท่านพ่อ มือเรียวกุมกระชับชายเสื้อข้างตัวแสดงถึงความเจ็บปวด ภาพเหตุการณ์ในความทรงจำต่างๆ แล่นผ่านเข้าโสตประสาทช้าๆ รวมทั้งคนๆ นั้น คนที่เขา เคย รักที่สุด

อีกสามวันจะออกเดินทางเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี อย่าให้ข้าต้องเสียชื่อล่ะ เขากล่าวเสียงเข้มข่มความรู้สึกบางอย่างไว้จนร่างบางนั้นลับตาไป สีหน้าเข้มจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นเศร้าสลดแหงนหน้ามองรูปภาพหญิงสาวสวยบนผนังห้องใหญ่

อานิสทำไมลูกเพียงคนเดียวของพวกเราต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วยนะ พระอัลล่าห์ได้ทรงโปรดช่วยคุ้มครองเค้าด้วยเถิด

เสียงดาบดังเคร้งคร้างกระทบกันไปมาตามจังหวะของการปะทะ ชายหนุ่มในชุดสีดำทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสมกับดั่งคำที่คนทั่วไปได้ร่ำลือกันว่ากษัตริย์แห่งนักสู้ ทหารคนแล้วคนเล่าที่ถูกคัดให้เป็นคู่มือด้วยแล้วแต่ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือยังมิอาจจะเทียบ

ขออภัย ท่านชาเซนาน ชายคนหนึ่งกล่าวขัดจังหวะ ขอเวลาข้าสักนิดได้ไหมพระองค์

มีอะไรก็ว่ามา เม็ดเหงื่อใสๆ สะบัดตกลงบนพื้นก่อนจะค่อยขยับดาบกลับเข้าที่ จายาสยิ้มนิดๆ ที่มุมปากหันมองชายฉกรรจ์ข้างๆ

เจ้าออกไปก่อน สิ้นคำสั่งของร่างสูงนายทหารหนุ่มก็ปฏิบัติตามอย่างทันที

พอใจหรือยังมีอะไรก็ว่ามา ชายหนุ่มยกขยับตัวเปลื่ยนเป็นท่านั่งไขว้ห้างเมื่อเดินเข้ามายังที่พักซึ่งจัดไว้ใกล้ๆ เจ้าก็รู้นี่ว่าข้านิสัยอย่างไร อย่าทำอะไรให้มันชักช้านัก

จายาสยักยิ้ม เมื่อก่อนนะใช่ แต่เดี๋ยวนี้ชักไม่แน่ใจพอเถิด มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงจำพระคู่หมั้นของฝ่าพระบาทได้หรือไม่ ? นัยน์ตาที่ดูดุดันราวกับราชสีห์เข้มขึ้นวูบหนึ่งก่อนที่เจ้าของจะผงกศีรษะนิดๆ บอกอาการรับรู้

พวกกระหม่อมลองปรึกษากันดูแล้วมีความคิดเห็นว่านี่ก็ถึงเวลาอันควรที่พวกเราจะทวงสัญญาจากฝ่ายนั้นซะทีนะพระเจ้าค่ะ

คนที่เฝ้าเกลียดแสนเกลียดกำลังจะตกมาอยู่ในมือของเราแล้วหรือนี่ ริมฝีปากเรียวแสยะยิ้มเย็น เจ้าพูดถูกจายาส มันถึงเวลาแล้ว!

ooooooooooooooooooooo

เสียงโห่ร้องกึกก้องเข้าสู่โสตประสาทเป็นการเตือนให้ร่างโปร่งรู้ตัวว่าอีกไม่นานอีกไม่นานแล้วที่เขาจะต้องจากที่ๆ ตนเกิด จากคนตนที่รัก และคนที่ห่วงใยที่เคยเฝ้าทะนุถนอมประคองตนตลอดเวลา

ผ้าคลุมบางสีเขียวใบไม้อ่อนถูกคลี่ออกมาคลุมกาย เด็กหนุ่มอมยิ้มนึกถึงตอนที่คามีลยกให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้วก็หัวเราะออกมา ของชิ้นนี้เป็นสิ่งมีค่าที่สุดแล้วสำหรับเขา มือผอมจับปลายผ้าขึ้นมาสัมผัสกับผิวแก้ม เปลือกตาบางปิดลงอย่างอาทร

ทำไมถึงเป็นเขาไม่ได้ ทำไมถึงคิดเพียงแค่น้องชาย ทั้งๆ ที่รออยู่เสมอ ทำไม? ความฝันที่เขาอยากจะให้เป็นจริงถึงไม่มีเลยสักครั้ง!

ประตูหนาถูกเปิดออก นางกำนัลสาวสามสี่ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามาในห้องนอนกว้าง ได้เวลาแล้วเพคะ องค์ชาย ร่างโปร่งขยับก้าวเดินนำออกไปด้วยสีหน้าเฉื่อยชา ความทรงจำ ความสนุกสนานรวมทั้งหัวใจของเขาได้ถูกทิ้งลงไปเสียแล้ว ณ เวลานี้

ผ้าคลุมบางล่วงหล่นลงปลิดปลิวล่องลอยไปมาตามกระแสลมที่โชยเบา ก่อนจะค่อยๆ ล่วงหล่นลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ปิดลง

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่2

เสียงแส้หวดไปมากลางอากาศดังขึ้นเป็นการเตือนให้ฝูงม้าจำนวนมากรีบเร่งฝีเท้าควบไปตามผืนทรายเร็วขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามกำหนดเวลาของการนัดหมายครั้งสำคัญ ประตูกั้นเขตพระราชวังค่อยๆ เปิดอ้าออกให้ผู้มาเยือนทั้งหลายย่างกายเข้าสู่สถานที่ ผ้าคลุมสีหม่นค่อยๆ ถูกเลิกขึ้นจากใบหน้าคม ชายหนุ่มมองไปมารอบตัวอย่างคุ้นเคย ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

ขออภัย ท่านหัวหน้าองครักษ์ ไม่ทราบว่ามีอะไรกับวังแห่งนี้หรือ? กระแสเสียงเข้มกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหันรีหันขวาไปมาอยู่นาน

อ่ะ หา?เปล่า เปล่า เพียงแต่ข้ากำลังคิดว่าที่นี่สวยไม่แพ้อุทยานแห่งเชเฮราชาดเท่านั้นเอง เขาแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ด้วยนึกหาเหตุผลแก้ต่างไม่ออก

ท่านทั้งหลายเชิญทางนี้ ส่วนท่าน องค์สุลต่านขอพบเป็นการพิเศษ ทหารหนุ่มชี้นิ้วไปที่คามีล คิ้วเรียวขมวดเข้าไม่สบายใจ ไหงมันถึงได้เร็วขนาดนี้ได้ แม้เขาจะรู้ตัวอยู่แล้วก็เถอะว่าจะต้องเจอกันแน่แต่ไม่ได้นึกเลยนะสิว่าจะกระทันหันขนาดนี้

นั่งลงสิ เสียงทุ้มดังขึ้นปลุกภวังค์ของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มให้รู้สึกตัว คามีลหันมองซ้ายมองขวาทันใด นี่เขาคิดเพลินขนาดที่ว่ามาถึงนี่ได้โดยไม่รู้ตัวเชียวเหรอเนี่ย

เป็นอะไรไปมองหาใครอยู่หรือคามีล เมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้าไม่ได้มีทีท่าจะทำตามคำสั่ง ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แทน

ปล่ะ..เปล่า ข้าเพียงแต่เหม่อๆ ไปเท่านั้นเอง เขาพูดตะกุกตะกักพยายามยันมือกันใบหน้าคมที่ค่อยๆ โน้มลงชิดผิวหน้าตน ถอนหายใจเฮือกเมื่อร่างสูงขยับห่างออกไป ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือองค์สุลต่าน แสร้งถามถึงสาเหตุพอเป็นพิธี

ริมฝีปากเรียวยักขึ้นนิดๆ เป็นเชิง ไม่มีอะไรมากหรอกเพียงแต่อยากเห็นหน้าทหารคนสนิทของชายาในอนาคตเท่านั้นเอง ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริงขณะ นัยน์ตาเข้มก็จับจ้องอยู่แต่เจ้าของร่างคนตรงหน้า

เจ้าเปลี่ยนไปนะ ผอมลงบ้างหรือเปล่าเนี่ย หืม?

ศีรษะได้รูปหันควับไปอีกด้านเมื่อรู้สึกว่าผิวหน้าของตนร้อนผ่าวขึ้น ขะ..ขอบคุณที่ใส่ใจ แต่ข้าว่าท่านควรจะถามถึงท่านซามิลรามากกว่านะ

สีหน้าของชาเซนานเปลื่ยนไปทันทีก่อนจะปรับให้เป็นปกติอย่างเดิมโดยคนพูดไม่ทันสังเกตเห็น

นั่นสินะก็ได้