2007/Jul/22

ธรณีเพยงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 9

กลางหุบเขาสูงในทะเลทรายที่แสนจะแห้งแล้งไม่มีสัตว์ตัวใดจะอาศัยอยู่ได้ ดินแดนนี้ไม่มีฝนตกลงมานานนับปี ต้นไม้แม้เพียงกระบองเพชรสักต้นยังมิอาจถูกค้นพบ ส่งผลให้ผืนดินและขอบหินผาล้วนมีแต่ความกันดาร แสงแดดที่ส่องลงมาเป็นประกายวูบวาบเพราะไม่มีอะไรมาบดบังทำให้ที่แห่งนี้มีสมญานามว่านครทองสีเหลืองแห่งซีร็อค

เฮ้ยเฟตา เจ้ายังไม่กลับอีกเหรอวะ ชายหนุ่มที่นั่งพิงกำแพงหินอยู่ใกล้ๆ เขาถามขึ้น วันนี้มีงานฉลองครบรอบ 20 ปีที่พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะอะไรงั้นเหรอ ไม่หรอก ไม่มีใครกล้ารู้มากกว่า ถึงแม้จะมองภายนอกว่าพวกตนนี้เป็นเพียงแค่ขบวนนักเดินทางเร่รอนที่มาปักหลักพักอาศัยหากแท้จริงแล้วแต่ละคนนั้นมีศักดิ์เป็นถึงนักฆ่ามืออาชีพที่ทางการได้แต่ชายตามองไม่กล้าทำอะไร

ด้วยชื่อเสียงของที่นี่ประกอบการคงอยู่ของพวกตน เพชรฆาตเลือดเย็นเหล่านั้นจึงได้เดินทางหลั่งไหลกันเข้ามาเมื่อต้องการพักผ่อนและออกไปทำงานตามหน้าที่หมุนเวียนผละเปลี่ยนกันแบบนี้เรื่อยไปและเฟตาก็เป็นหนึ่งในนั้น

แล้วทำไมข้าต้องรีบกลับด้วยฌามา ร่างเพรียวบ่นอุบไม่ค่อยพอใจนัก

เสียงฮาจากรอบวงที่นั่งกันเป็นวงกลมดังลั่น โอ้ย เฟตา ถ้าเจ้าไม่รีบกลับเดี๋ยวเมียบังเกิดเกล้าก็เล่นเอาหรอก บอกก่อนนะว่าพวกเราไม่ช่วยเจ้าแน่ บาฮาดีชายหนุ่มร่างกำยำหนวดเฟิ้มกล่าวติดตลก

ใช่ๆ เมียเจ้าน่ะเก่งยังกะอะไรดี ใครจะไปกล้าสู้วะ เสียงใครก็ไม่รู้แถวๆ นั้นเสริม

เฟตาชักเริ่มโมโหเลือดขึ้นหน้า ปกติเขาเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วด้วยและนี่เพิ่งจะกรอกเหล้าลงไปเป็นถังอีก เดี๋ยวได้มีเรื่องแน่ พูดงี้หมายความว่าไง ข้ายังไม่มีสักหน่อยมามง มาเมียอะไร! เขาฉุนจัดกระชากคอเสื้อไอ้คนปากเสียเมื่อกี้ขึ้น

อ้าว เรื่องไรมาลงที่ขะอ๊ะ! พูดปุ๊บก็มาปั๊บเลยวะ เฟตายักคิ้ว โน่นไง ร่างหนาชี้นิ้วออกไปนอกวง

เซดิล! เฟตาวิ่งเข้าไปหาปล่อยไอ้คนที่โชคร้ายเมื่อก้นกระแทกพื้นเพราะไม่ทันระวังตัว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยคม เชิดคอขึ้นยืนกอดอก รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว! เฟตาสะดุ้งโหยงเดินเข้าไปก้มปะล่อกๆ

แหม..ก็..มันแค่.. เขายิ้มแหยๆ ไม่นึกว่าเพื่อนตนจะโกรธขนาดนี้

ไม่คงไม่แค่จำได้มั้ยว่าพรุ่งนี้วันอะไร ร่างที่สูงกว่าถ้ามองดูให้ดีๆ จ้ำเท้าเข้าไปใกล้

พรุ่งนี้..ง่า เขากลิ้งลูกตากรอกไปมา วันอะไรวะ

ร่างโปรงชักเลือดขึ้นหน้าสะบัดตัวเดินหนีทันที เฟตาเห็นก็รีบวิ่งเข้าไปจับข้อมือเพื่อนตนไว้ เฮ้ย! เดี๋ยวสิจะไปไหน เส้นความอดทนของเซดิลชักเริ่มขาดพึง เขาอ้าปากเตรียมจะด่าไอ้คนความจำสั้นนี่สักฉอด

แหมๆ เฟตาเค้าก็แค่กลับดึกนิด ๆหน่อยๆ แค่เนี่ยถึงกับฉุนไม่มองหน้าใครเชียว โกรธง่ายแบบนี้ระวังจะเหี่ยวเร็วนะ เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวแต่งอค์ทรงเครื่องอะร้าอะร่ามในวงนั่นพูดประชด หล่อนไม่

ค่อยชอบใจนักกับท่าทางง้องอนของเฟตา เพราะหล่อนก็เคยหมายตาเขาเอาไว้ถ้าไม่มีไอ้คนๆ นี้เข้ามาแทรก

ใคร เจ้าว่าใครเป็นคนโกรธง่าย พูดให้มันระวังปากไว้บ้างก็ดีนะจิลา ถ้าไม่อยากให้หน้าเหี่ยวๆ นั่นย่นลงไปอีก เซดิลดึงมือของเฟตาออกเพื่อเดินเข้าไปประจัน

ลองดูไหมล่ะ หล่อนเชิดหน้าเขย่งเต็มที่

ไม่เอาน่า ทั้งคู่แหละ บาฮาดีเข้าไปห้ามกลางวงของทั้งคู่ ขืนได้สู้กันจริงๆ ยายจิลานี่เน่าแน่เพราะเซดิลมันทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงและเด็กตัวเล็กๆ

เชอะ! หล่อนนั่งลงที่เดิม บ่นอุบไปมา คอยดูนะ ถ้าข้ามีโอกาสเจ้าได้เจอดีแน่

เซดิล~! เฟตารีบวิ่งตามไปประกบขอโทษไอ้เพื่อนยากแทบไม่ทัน คนอะไรวะเดินเร็วฉิบ

ณ วงล้อมแค้มป์ไฟที่เดิม ทุกคนกำลังนั่งมองตาค้างอยู่แบบนั้น บทจะไปก็ไป บทจะมาก็มาเรอะ

ฮึๆ ฮ่าๆ บาฮาดีหัวเราะลั่นยกมือขึ้นตีหน้าผากไปมา พวกเขาหันกลับไปมอง คราวนี้อะไรอีกล่ะ

เฮ้ย ขำไรวะ

ก็กำลังนึกถึงวันที่ไอ้เซดิลมาไง จำไม่ได้เรอะ พวกแกงี้หน้าตาหื่นยังกับไม่เคยเห็นคนจนโดนไอ้เฟตาถล่มซะยับเยิน พวกคนในเหตุการณ์นั้นนึกตามแล้วก็หัวเราะออกมาบ้าง

นั่นดินะ แต่แหมตอนนั้นไอ้เซดิลมันสวยจริงๆ นี่หว่า เอวบางร่างน้อย ถึงแม้ตอนนี้มันจะสูงขึ้น แข็งแรงขึ้นแต่ก็ยังสวยฉิบหายอยู่ดี พูดแล้วก็นึกถึงตอนที่มันฟื้นขึ้นมานะ ฌามาพูดเสริม

ใช่ๆ ตอนนั้นออกจะน่ารัก เรียบร้อยแต่อยู่ๆ ไปมันชักยังไง ห่ามๆ เหี้ยมๆ ไม่รู้ติดนิสัยใครมา คนที่นั่งอยู่แถวๆ นั้นพูดต่อโดยที่ไม่ได้รู้เอาซะเลยว่าคนที่เฟตาเก็บมานั่นนิสัยเป็นจากหน้ามือเป็นหลังตีนได้ขนาดนี้ก็เพราะพวกมันเองนี่แหละ

อืม 3 ปีแล้วสินะ บาฮาดีนลูบหนวดที่เริ่มจะยาวเป็นเคราแพะไปมา ตั้งแต่เซดิลมา ดูเฟตามันจะสงบเสงี่ยมเปลี่ยนไปเยอะ ทำไงได้ เป็นใคร ใครก็หงอวะ สวยดุขนาดเคยฆ่าล้างตระกูลชาวบ้านซะขนาดนั้นนี่นะ

นี่ เจ้าก็บอกให้รู้เรื่องสิว่าพรุ่งนี้น่ะมันวันอะไร! เฟตาสบถเมื่อกลับเข้ามาในกระโจมที่พักแล้ว ไม่ว่าจะง้อยังไงไอ้เพื่อนคนนี้มันก็ไม่หายงอนซะทียังงี้ต้องเจอไม้ตาย เฮ้ย ถ้าขืนเจ้ายังทำท่าแบบนี้เรื่อยๆ คนเค้าก็หาว่าเจ้าน่ะเป็นเมียข้ามากขึ้นนะโว้ย ได้ผลชายหนุ่มชะงักกึก

ใคร ใครมันบังอาจ อ้าวซวยแล้วไง ร่างเพรียวคิด

เอ่อ เปล่าอ่ะ เปล้าไม่มี แค่พูดเฉยๆ ว่าแต่โกรธข้าเรื่องอะไรเนี่ยบอกได้ยัง

ว่าแล้ว สมองปลาทองความจำสั้นอย่างเจ้าคิดไป 100 ปีก็นึกไม่ออกหรอก เฟตาไม่สนใจ เขาทำเป็นไม่ได้ยินโดนไอ้เพื่อนคนนี้มันด่ามาซะ 3 ปีแค่นี้น่ะเรื่องเล็ก

ก็มันเรื่องอะไรล่ะ เขาไม่ตอบหากกลับเอามือแหวกผมยาวดำสลวยนั่นเปิดต้นคอเนียนที่มีรอยนูนของตราประทับอะไรซักอย่างออก

นี่ไง สมองอันแสนน้อยนิดของเฟตามีแสงสว่างทันที ไอ้รอยบ้าๆ นี่น่ะเหรอ

เออ นึกออกแล้วใช่ไหม

ยังว่ะ เซดิลแทบทรุด เขาหยิบมีดจ่อคอหอยไอ้เพื่อนรักทันที นึกออกหรือยัง

นึกนึกออกแล้วจ้า ร่างเพรียวชักเริ่มเหงื่อตก คนอะไรล้อเล่นหน่อยเดียวเองอ่ะ

ยังไง

เอ่อ นัยน์ตาสีน้ำตาเฉมองทางอื่น ใช่แล้ว! เรื่องที่ว่าจะพาเจ้าไปหานักทำนายมุสตาปานั่นใช่ไหม? ชายหนุ่มมองดูเพื่อนตนสักพักก่อนลดดาบลง รอดไปได้นะ

เจ้าน่ะมันพวกกินไม่เลิก ถ้าไม่ไปตามอีก 10 ชั่วโมงก็ไม่จบ เขาหันหลังไปจัดที่นอน เอ้า เอาไป โยนหมอนกับผ้าห่มให้กับร่างเพรียวที่ทำหน้าเหรอหราทันที คราวนี้อะไรอีกวะ

ลงโทษ คืนนี้นอนพื้นนั่นแหละ

หา!

ค่ำคืนในหุบเขานี้หนาวเย็นจนเข้ากระดูกดำ เสียงเอะอะโหวกเหวกข้างนอกเงียบลงบ้างแล้ว เซดิล ร่างเพรียวหงกหัวขึ้นมาเรียกเพื่อนตนว่าหลับไปหรือยัง

อะไร

นอนคนเดียวไม่หนาวเหรอให้ข้าขึ้นไปกอดไหมจ๊ะ อ๊ากกก! ผ้าห่มผืนใหญ่โยนลงมาใส่คนพูดแทบไม่ทัน

โธ่ ตัวเองอย่างอนแบบนั้นสิ เมียจ๋าแอ๊ก! หมอนหนุนตามไปอีกหนึ่ง

ไม่ชอบเหรองั้นเปลี่ยนเป็นผัวขาก็ได้อ่ะ คราวนี้เซดิลล้มลงมาทับเองเนื่องจากไม่มีอะไรจะปาแล้ว เฟตายิ้มแหยงๆ เจ็บเหมือนกันนะโว้ย

พูดปุ๊บก็จะเอาปั๊บเลยเหรอจ๊ะทูนหัว แกล้งแหย่ต่อแต่ผลที่ตามมานั่นคือหมัดลุ่นๆ ที่หลบแทบไม่ทัน ทั้งคู่ตะลุมบอนกันไปพาจนฝุ่นคลุ้ง

เฟตาพรุ่ ชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งเปิดผ้ากระโจมออกเห็นภาพที่ดูแล้วเข้าใจผิดสุดๆ เข้า

ง่าขะขอโทษ เชิญตามสบายนะ ฮะๆ เขาหายใจแรงมีเรื่องเล่าแล้วโว้ยแต่เอ๊ะ! ทำไมเซดิลถึงอยู่ข้างบนล่ะ คิดเองหน้าแดงเอง อนุโลมเสร็จศัพท์ว่าถ้าตนยังอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวพวกเขาจะเกรงใจไม่กล้าทำต่อเลยสาวท้าวยาวๆ ไปอย่างเร็ว

คนในห้องทั้งคู่ที่ตกเป็นเชลยจำยอมอยู่มองค้างตามไอ้คนเมื่อกี้แล้วกลับมาจ้องตากัน เฮ้ย! เซดิลลุกซะทีสิมันหนักนะโว้ย~ ดูดิยิ่งเข้าใจผิดกันไปใหญ่เลย

ก็เพราะใครล่ะ หาเรื่องเอง ชายหนุ่มชักเซ็ง พรุ่งนี้ต้องโดนล้อแต่เช้าแน่ ไม่อยากจะคิด พอๆ นอนกันได้แล้ว เขาประคองร่างตัวเองกลับขึ้นไปบนเตียง

ไรกัน ข้าผิดด้วยเรอะเอ๊ะ! แล้วสรุปนี่ต้องนอนพื้นจริงๆ เหรอ

รุ่งเช้ามาเยือนที่นี่อีกครั้ง เหล่าซากอะไรซักอย่างที่ดูเหมือนคนนอนเกลือกกลิ้งกันบนพื้น ขาก่ายกันแทบพัน งานเลี้ยงเมื่อคืนคงจะมันส์จนไม่ยอมเลิกแน่ๆ เซดิลคิดขณะเดินผ่านไป

เป็นไข้! เสียงสามเสียงแทบประสานกันดังลั่น

ร่างโปร่งยกมือขึ้นกันน้ำลายที่กระเด็นมาทันที ใช่ ต้องพูดซ้ำอีกเหรอ เนี่ย เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีตั้งแต่เช้าแล้วตื่นขึ้นมาก็ต้องมาเจอหน้ายายเหี่ยวจิลานั่นเป็นคนแรกเพราะบาฮาดีให้มาตามเฟตาไปพบ แล้วสิ่งที่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ก็คือเฟตาที่กำลังนอนตัวร้อนจี๋อยู่อีก สงสัยเพราะให้นอนพื้นเมื่อคืนแหงๆ เสียชื่อนักฆ่ามือหนึ่งจริงๆ ไอ้หมอนี่นิ

แล้วทีนี้จะทำยังไงดี บาฮาดีชักกลุ้ม ลูกค้าเจาะจงเป็นไอ้หมอนี่หรือคนที่มีฝีมือใกล้เคียงซะด้วยสิ แล้วไอ้คนที่มีฝีมือใกล้เคียงนี่ก็ออกไปทำงานกันหมดเลยเหลือแต่

มีเรื่องอะไรกันงั้นเหรอ ร่างหนาส่ายหัวไปมา บอกไม่ได้เด็ดขาด ขืนเจ้านี่รู้เค้ามีหวังต้องเสนอตัวทำแทนแน่ๆ เซดิลชักเอะใจ ร้อนรนแบบนี้ต้องเกี่ยวกับธุรกิจของเฟตาชัวร์ มีงานเข้ามาใช่มั้ย?

ทั้งสามเสตาไม่กล้ามองสบ เขาชักทนไม่ได้ กระชากคอเสื้อของใครสักคนที่ใกล้ตัวที่สุดขึ้นจนคนนั้นตัวลอย ตอบมา!

ไม่รู้ด้วยแล้วโว้ย ไอ้หมอนั่นคิด มีงานเข้ามาน่ะ ฆ่าผู้สำเร็จราชการแคว้นมาเจาร์

เซดิลขมวดคิ้ว งานง่ายๆ แค่นี้ทำเองก็ได้ไม่น่าจะเดือดร้อนถึงเฟตานี่นาช่างเถอะ ข้าทำเอง

เฮ้ย!!

ไม่เป็นไรน่า บาฮาดี ข้ารู้นะว่าพวกท่านกังวลอะไรอยู่ ไม่เป็นไรหรอก ข้าฝึกกับเฟตามาอย่างดีแล้ว น่า เชื่อกันบ้างสิ เขาทำหน้าหวานออดอ้อนออเซาะ เจอลูกนี้เข้าเป็นใครก็ยอมตกหลุม

รายละเอียดเดี๋ยวค่อยมาคุย เดี๋ยวข้ากลับมาไปเตรียมของเดินทางก่อนรอตรงนี้แหละ เขาวิ่งฝุ่นกระจุยหายไป

หลังลับร่างชายหนุ่มไป คนทั้งสามก็มานั่งกลุ้มใจ ไม่น่าไปหลงคารมเลยจริงๆ นึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นที่พวกตนพาเซดิลออกไปทำงานด้วยครั้งแรกแล้วหนาว แรกๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่จู่ๆ บ้าอะไรขึ้นมาไม่มีใครรู้ เห็นเลือดปุ๊บดันเกิดอาการอยากฆ่าล้างโคตรเค้าเสียเฉยๆ นึกถึงใบหน้าที่แสนโหดเหี้ยมนั่นแล้วสยอง จะห้ามก็ไม่กล้า หันไปขอความเชื่อเหลือจากเฟตาก็ไม่ได้เรื่องเพราะเจ้านี่เวลาได้ลงมือฆ่าคนแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นกัน ต่างกันเพียงยังมีสติรับรู้เท่านั้น

คิดแล้วกลุ้ม ไม่เข้าใจไอ้สองคนนี่เลยจริงๆ เวลาอยู่เฉยๆ ก็ออกจะกะล่อนไปวันๆ ไม่สมกับหน้าตาแต่ไฉนเวลาทำงานจึงเหมือนกำลังสนุกเวลาได้ฆ่าเสียมากกว่า

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 10

นัยน์ตางามกระพริบปริบมองเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งจ้องตนเขม็ง เจ็บเขาขยับทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็ตัวงอ จุกที่หน้าท้องไปหมด

อย่าเพิ่งลุกสิ เจ้าโดนแทงมานะ คนตรงหน้ายันไหล่เขาลงนอนที่เดิม

ที่นี่คือที่ไหนกัน เขาถาม บรรยากาศไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

กลางหุบเขาที่กันดารที่สุดแห่งหนึ่งน่ะสิ ชายหนุ่มยื่นแก้วที่บรรจุน้ำสีแปลกๆ ให้ ดื่มซะ มันจะช่วยให้นายดีขึ้น

เขารับมา ทำหน้าบึ้งเมื่อลิ้มรส ยาอะไรเนี่ย ขมจัง

อ้าวก็ยาน่ะสิไม่ใช่ขนมถึงได้หวาน ไม่เคยกินยาขมๆ หรือไง ทำตัวยังกับพวกคนในวังไปได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นไปจัดของใส่ย่ามเสร็จแล้วจึงหันมาพูดกับร่างบางต่อ

เจ้าชื่ออะไรน่ะ ทำไมถึงโดนแทงซะขนาดนั้น

ข้าชื่อชื่อ เด็กหนุ่มใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ก็ยังนึกอะไรไม่ออก คิ้วเรียวขมวด ชื่ออะไร? อย่าบอกนะว่าจำไม่ได้ เฮ้ย! เป็นอะไร

ร่างบางขยับมือเข้ากอดตัวเองเหมือนคนกำลังเกรงอะไรสักอย่าง เขากำลังกลัว ภาพเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกันแวบผ่านไปมาในมโนสำนึก ลมหายใจเริ่มจะหอบระรัว เหงื่อเม็ดใสๆ ผุดขึ้นตามใบหน้า ชายหนุ่มเห็นอาการนั้นแล้วชักใจเสีย

เฮ้ย! เฮ้ย! เขาเขย่าตัวร่างบางไปมา เหมือนจะได้สติแล้ว เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาไปมา

นี่ข้า..?

เจ้านี่ จริงๆ เลยนะ เขาเกาหัว ช่วยคนผิดจริงๆ เรา ไม่ต้องทำหน้ายังกะโลกจะแตกก็ได้ จำไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าเฟตา ชี้นิ้วไปที่อกแนะนำตัว

ooooooooooooooooooooo

เลือดสีแดงสดสาดกระจายไปทั่วพื้นพรมเพราะเส้นเลือดใหญ่ถูกปาดฉึบ ร่างหนาของชายหนุ่มล้มลงทาบทับแนบอกของหญิงสาวที่นอนอยู่ด้านล่างทันที

กรี๊ดดดดด! นางกรีดร้องดังลั่น ฝ่ามือเรียวได้รูปจับยกท่อนแขนหนาให้พลิกตัวกับมาเพื่อจะนำชิ้นส่วนบางอย่างไปเป็นหลักฐาน

จำเอาไว้ ถ้าเจ้านำเรื่องนี้ไปบอกใครข้าจะตามล่าเจ้าแบบเงาตามตัว ใบหน้าคมงานหันไปสั่งเสียพยานเมื่อทำงานเสร็จสิ้น

โอ๊ย! อุตส่าห์เก๊กมาดเข้มแต่สุดท้ายก็สะดุดชนขอบเก้าอี้จนกระดาษบนโต๊ะหล่นลงมา

ตรานี่! รูปประทับที่ด้านล่างทำเอาเขาต้องเอามือเข้าลูบที่ต้นคอ คล้ายกันเลย นี่มันสัญลักษณ์อะไรน่ะ เขาถามหญิงสาวที่สั่นเป็นจ้าวเข้าอยู่

หล่อนก้มหน้าก้มตา เอาแต่นั่งร้องไห้ จนเขาทนไม่ได้ ตอบมา! นางสะดุ้งเฮือก ตะ..ตราประทับประจำเมืองอะไรสักอย่างละมั้ง ขะ..ข้าไม่รู้

ชายหนุ่มเห็นแล้วก็สังเวช เห็นท่าว่าหล่อนคงจะไม่รู้จริงๆ นั่นแหละ อย่างว่าเป็นแค่อีหนูเท่านั้นเองจะไปรู้อะไรได้ เขาถอนหายใจหยิบกระดาษแผ่นนั้นติดมือแล้วหายตัวไปต่อหน้าต่อตาของหญิงสาวนางนั้น

เฮ้ย นั่นเซดิลนี่ ทำไมกลับมาเร็วจังวะ ดูบานชี้ไปหาร่างโปร่งที่เดินเข้ามาพร้อมของในมือ

ไงฆ่าไปกี่คนล่ะ เฟตายิ้มแซวขณะยื่นมือรับถุงใส่เงิน เซดิลไหวไหล่เดินผ่านเข้าไปหยิบน้ำขึ้นดื่มอึกๆ

ดูบาน เจ้าออกไปก่อนได้ไหม ความที่เป็นเพื่อนรู้ใจกันมามีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าเซดิลต้องการจะพูดบางอย่างกับตน

ว่าไงล่ะ มีอะไร กระดาษแผ่นบางๆ ที่ร่างโปร่งหยิบติดมือมาด้วยถูกเขวี้ยงใส่เฟตาเต็มๆ หากเฟตานั้นกลับรับได้หวุดหวิด กระดาษ? ทำไม? ..ตรานี่! เขาชะโงกหน้าขึ้นมองเซดิลแทบไม่ทัน

ใช่เหมือนมากแต่ไม่ใช่ อีหนูของเจ้าแก่ที่ข้าฆ่าไปบอกว่าเป็นสัญลักษณ์เมืองอะไรสักอย่าง เจ้าคิดว่าไง?

เจ้าไม่รู้แล้วข้าจะรู้ไหมล่ะ เฟตาค่อนแคะ

เฮ้อมันก็จริงล่ะนะด้วยรูปร่าง หน้าตาและมันสมองอันแสนจะเลอเลิศยอดเยี่ยมราวกับพระเจ้าสร้างขึ้นแบบข้าจนใครๆ ไม่อาจมาแทบได้ยังคิดไม่ออกแล้วอย่างเจ้าจะมีปัญญาได้ยังไง ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ถามผิดคน เขาทำท่าสังเวชตัวเอง

เฟตาที่เสื้อหลุดโชว์ไหล่ไปแล้วข้างนึงเพราะไม่นึกว่าร่างเพรียวจะเล่นมุขนี้ขึ้นมา เออข้ามันไม่ดี

เพิ่งรู้เรอะ ชายหนุ่มพูดขรึมๆ

นี่เซดิล ข้าสังเกตเห็นนะว่า 2-3 วันมาเนี่ยเจ้าไม่ค่อยยิ้ม เที่ยวไปกวนประสาทชาวบ้านเค้าอย่างเมื่อก่อน เป็นอะไรไปหรือเปล่า

เซดิลเสมอง ก็เพราะใครล่ะบอกว่าจะพาไปเจอนักทำนายบ้าบออะไรนั่นแล้วก็ดันเป็นไข้ขึ้นมาเดือดร้อนเพื่อนที่แสนดีต้องออกไปผจญชะตาตามลำพังคิดแล้วก็น่าเศร้า เขายกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา

เฟตาเห็นอาการตอแหลของเพื่อนแล้วชักอยากถีบ สรุปข้าก็ไม่ดีอีกสิ

ใช่ เรียบง่ายและได้ใจความสุดๆ

ทำไมเราถึงเก็บเจ้าบ้านี่มานะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เอาวะ แกล้งซะหน่อย งั้นก็แย่สิเพราะตอนแรกกะว่าจะทำบุญไถ่โทษ พาไปหามุสตาปาซะหน่อย ดูท่าเจ้าคงอยากเล่นบทนักแสดงมากกว่าจะไปนะ

ว่าไงนะ ไปสิ ไป ไปเดี๋ยวนี้เลย เซดิลไม่พูดร่ำทำเพลงลากแขนเรียวนั่นออกไปทันที

เฮ้ย เบาๆ หน่อยสิวะ เฮ้ย~! กลิ่นกำยานหอมตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ ที่นี่คือถ้ำที่เกิดจากการกัดกร่อนของลมจนกลายเป็นชะง่อนหินเว้าเข้าไปภูเขาสูงที่แสนจะแห้งแล้งไม่แพ้ที่ๆ พวกเขาอยู่

ข้ากำลังคิดว่าจะไปตามเจ้าอยู่เชียวเฟตา เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าคนทั้งคู่ดังขึ้น เซดิลมองอย่างนึกทึ่ง ผิดคลาดไปแยะแฮะ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นผู้เฒ่ารุ่นแง้มฝาโลงซะอีก

มีอะไรหรือพ่อหนุ่ม? มุสตาปาถามขึ้น ร่างเพรียวจึงได้รู้ว่าเสียมารยาท เขาหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ เฟตาเห็นแล้วอดกระทุ้งสีข้างเพื่อนสนิทตัวเองไม่ได้

ทำตัวดีๆ สิ นั่นท่านมุสตาปานะโว้ย ไม่ใช่คนที่จะมาเล่นด้วยได้

มุสตาปายกมือขึ้นปราม ไม่เป็นไรหรอก ทางนี้สิต้องขอโทษเพราะไม่สามารถต้อนรับได้สมกับฐานะของพระองค์ ชายหนุ่มทั้งคู่แปลกใจกับสรรพนามที่แปลกออกไป พระองค์?

ไม่เห็นต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย พระชายา คราวนี้ตาแทบถลนออกมานอกเป้า พระชายา!

ไหนไหนกันท่าน ข้าไม่เห็นใครเลยนะนอกจากพวกเรา เซดิลหันมองซ้ายขวา ...อย่าบอกนะว่าข้า นิ้วเรียวชี้ไปเข้าที่อกตัวเอง ส่วนเฟตาก็ผงกหัวเห็นด้วยทันที

เหตุใดข้าจึงต้องหลอกด้วย สัญลักษณ์ที่คอของท่านเป็นเครื่องหมายได้อย่างดี ท่านซามิลรา มือแกร่งยื่นสัมผัสที่หลังคอเนียน

ซามิลราเฟตายกมือขึ้นปิดปาก เขารู้จักชื่อเสียงของพระชายาองค์นี้ดี ทะ..ท่านมุสตาปา อย่าล้อเล่นแบบนี้น่า ชื่อนี้เป็นชื่อต้องห้ามที่ไม่ควรจะเอ่ย ท่านก็รู้

แม้เซดิลจะไม่รู้เรื่องอะไรแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อนัก นั่นสิ พระชายาเชียวนะ ข้าคงไม่ใช่หรอก

ตา

เอ๋?

สีตาของท่านก็เป็นอีกหลักฐานหนึ่ง

บะบ้าน่าตาข้าก็เหมือนคนทั่วๆ ไป

อย่าโกหกข้า พระชายาน่ะก่อนที่จะถูกปลงพระชนม์ได้ถูกโรยผงยาสลบอย่างแรงไว้ที่นัยน์ตา ดังนั้นฤทธิ์จึงมีผลข้างเคียงทำให้พระองค์มีตาสีน้ำตาลทองในเวลากลางวัน สีทองในเวลากลางคืน

ถูกปลงพระชนม์! หมายความว่าถูกฆ่าเหรอ ไม่ใช่หนีไปพร้อมชายชู้งั้นรึเนี่ย! เฟตาโพลงออกมาด้วยความลืมตัว

ชู้! หมายความว่ายังไง! ชายหนุ่มตะโกนลั่นแม้จะไม่แน่ว่าตัวเองคือ ซามิลราจริงๆ หรือเปล่าก็ตาม

ใจเย็นๆ ทั้งคู่นั่นแหละ มุสตาปาปรามอีกรอบ ชายหนุ่มทั้งสองได้ฟังก็สงบลง

แล้วมันยังกันแน่

ไม่ ท่านต้องหาคำตอบด้วยตัวของท่านเอง พระชายา แสงตะเกียงถูกลมพัดไปมาจนไหววูบและดับลง

ตกลง เซดิลหยุดคิดสักครู่ก่อนตอบ แต่บอกก่อนนะว่าข้ายังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด

มันเป็นความจริงพระองค์ แหวนที่มือนั่นก็คือหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง

บ้าน่า เฟตาจ้องหน้ามุสตาปาเขม็ง ท่านมุสตาปาลองคิดดูสิ หากเจ้านี่เป็นเจ้าชายซามิลราจริงจะมีนิสัยแบบนี้เหรอ เท่าที่เคยได้ยินท่านออกจะเรียบร้อยปานนั้น แม้จะเป็นการเถียงข้างๆ คูๆ แต่มันก็เป็นการขัดกันอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ซึ่งเซดิลเห็นด้วยในข้อนี้เช่นกัน

แล้วทำยังไงพวกท่านถึงจะเชื่อ

ข้าจะไปพบสุลต่านชาเซนาน ไปถามเค้าด้วยตัวเอง

เฟตาแทบผงะ ฮ้าาาา!

ใช่ข้าอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของสุลต่านชาเซนานเอง เขาอาจจะเคยเป็น ซามิลราที่แสนดี แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เขาคือเซดิล นักฆ่ารับจ้างคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูสีกับมือหนึ่งอย่างเฟตา!

เมื่อตกลงปลงใจกันได้ว่าจะออกเดินทางไปแคว้นอัลลัลคาวา ทั้งสองจึงเอ่ยลาและขอตัวจา

กไปโดยทิ้งอาหารและข้าวของเครื่องใช้ไว้เล็กน้อยเป็นสินน้ำใจ

มุสตาปาเดินไปส่งพวกเขาถึงหน้าปากถ้ำ รอจนร่างเพรียวทั้งสองหายไปจึงพูดขึ้นกับใครบางคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้น แน่ใจหรือว่าทำแบบนี้จะถูก ท่านอาจารย์

ร่างสูงก้าวเดินออกมา เขาไม่เอ่ยอะไรนอกจากแหงนหน้ามองดวงดาวที่ส่องประกายสลัวอยู่บนฟากฟ้า ไม่มีใครรู้อนาคตได้ มุสตาปา ไม่มีใครรู้

แม้แต่ท่านมาดีนาย?

ใช่

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 11

สายสร้อยทองคำแท้ยาวที่มีอัญมณีสีฟ้าจางๆ ประดับล้อมรอบด้วยเม็ดไข่มุกขาวบริสุทธิ์ถูกมือแกร่งจับยกขึ้นหลังจากมันถูกเก็บไว้ในที่ลับนานถึง 3 ปี ร่างสูงมองผ่านมันนึกถึงยังเจ้าของล่าสุดที่เคยสวมใส่มันแล้วนัยน์ตาคมก็มีประกายกร้าวขึ้น ข้ารู้นะว่าเจ้ายังไม่ตายซามิลรา กลับมาสิ กลับมาให้ข้าฆ่าเจ้าด้วยมือคู่นี่อีกครั้ง

ท่านพ่อ ชาเรลเรียกซ้ำเมื่อครั้งแรกไม่ได้ผล ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาก็พูดกับชายหนุ่มน้อยลงและแทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลยถ้าไม่จำเป็น ดูเหมือนบิดาตนจะเปลี่ยนไปมาก เงียบขรึมขึ้นกว่าแต่ก่อนจนใครๆ ก็อุปโลกน์ไปว่าพระองค์ตัดใจจากพระชายาไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันจะเป็นเช่นนั้นหรือ?

เอ่อ..ท่านพ่อ จายาสให้มาเชิญไปที่ห้องประชุม ชาเซนานวางของในมือลงแล้วเดินออกไป เด็กหนุ่มไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งนั้นนักจึงก้าวขาเข้าไปเพื่อดูให้เต็มตา สร้อยของท่านซามิลรา! ชาเรลหันกลับไปมองร่างสูงที่หายลับตาไปแล้ว

ท่านพ่อ ท่านคิดอะไรอยู่กันแน่

แสงตะวันแดดแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ อากาศที่ร้อนระอุแผดเผาโลมเลียผู้คนที่กำลังสันจรไปมาจนต้องยกผ้าคลุมขึ้นมาปกปิดส่วนต่างๆ กันเป็นทิวแถว ประตูเมืองใหญ่แห่งแคว้นอัลลัลคาวาเปิดกว้างให้บรรดาพ่อค้า นักท่องเที่ยวผ่านไปมากันอย่างขวักไขว่

ว้าว เฟตาแหงนหน้ามองตึกรามบ้านช่อง สมแล้วจริงๆ กับคำล่ำลือ ข้าไปมาตั้งหลายเมืองแล้วไม่เคยเห็นที่ๆ เจริญเท่านี้มาก่อนเลยนะ เขาหันหลังมาพูดกับเพื่อนของตน คิดว่างั้นไหม? ร่างโปร่งไม่ตอบตอบคำถามนั่นเพียงแต่บอกให้รีบๆ หาที่พักก่อนที่จะค่ำเท่านั้น

พ่อหนุ่มสองคนตอนดึกๆ อย่าออกมาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ล่ะ โจรมันชุก สาวแก่เจ้าของตึกเก่าๆ ที่พอดูจะเป็นที่นอนได้บอกกล่าวก่อนที่พวกเขาจะขึ้นห้อง

เฟตาวางย่ามสัมภาระก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ไม่น่าเชื่อจริงๆ เลยว่าที่พักแถวในตัวเมืองจะเต็มหมดขนาดนั้น แต่ดูสภาพห้องนี่ก็ยังพอใช้ได้นะ เซดิลเซดิล!!

เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ว่ะ ว่าไง

เจ้านั่นแหละว่าไง เป็นอะไรขึ้นมาอยู่ๆ ก็นั่งเหม่อ เซดิลไม่ตอบเพราะเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่ย่างกลายเข้ามาที่เมืองนี้หัวใจเขาก็เต้นแรง เจ็บหน้าอกแปร๊บๆ อยู่ตลอดเวลา

นี่เซดิล ถามจริงๆ นะ ถ้าเกิดว่าเจ้าเป็นพระชายาจริง เจ้าจะทำยังไงต่อไป

ทำยังไงแล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไงล่ะ ไปอ้อนวอนของไอ้สุลต่านนั่นว่าข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าเถิด ให้ข้ากลับเข้าวังเหอะนะ หรือยังไง เขาขมวดคิ้ว ที่ข้าลงทุนมาที่นี่ก็แค่อยากจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองแต่ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมนี่พอเหอะ นอนดีกว่า เขาทำท่าจะล้มตัวลงนอนถ้าไม่ขัดที่คนข้างๆ ดึงไว้

อะไรอีกล่ะ เขาสะบัดแขนออก เจ้าเฟตามันเป็นอะไรของมันนะทำท่าอ้อนเค้าตั้งแต่เริ่มออกเดินทางแล้ว

ป่ะ เปล่าๆ นอนเหอะ เขาอยากจะบอกว่าถึงแม้เซดิลคิดกลับไปเป็นเหมือนเก่า เขาคนนี้แหละที่จะเป็นคนขัดขวางเองถึงแม้จะต้องทำร้ายกันบ้างก็เหอะ

แล้วเช้าวันใหม่ก็มาถึง เฟตาและเซดิลตกลงกันว่าจะลอบเข้าไปคืนนี้ ดังนั้นทั้งคู่จึงจำเป็นต้องศึกษาแผนที่วังให้เสร็จก่อนค่ำ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นถึงนักฆ่าชั้นยอดอยู่ก็ตาม ทั้งกำลังพลที่แน่นหนา ความกว้างใหญ่และซับซ้อนของสถานที่ แต่สิ่งที่แย่ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นห้องนอนขององค์สุลต่านซึ่งมีกระจายอยู่ประมาณ 3-4 ที่

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ชาววังปกติเค้าไม่ได้นอนกันที่เดียวหรือไงนะ

ไม่ต้องหันมามองเลย ข้าจะไปรู้ได้ยังไง เซดิลบ่น ข้าว่าข้าจะไปห้องนี้ก่อน เขาชี้นิ้วลงบนแผนที่ที่ได้มา เราจะเรียงลำดับตั้งแต่ห้องในสุดออกมาจนกระทั่งนอกสุด เจ้าว่าดีไหม?

คิ้วเรียวขมวดเข้าอย่างคนใช้ความคิด เรื่องแบบนี้มันเสี่ยงมากพอดูทีเดียว ห้องในสุดนั่นก็หมายถึงพระราชฐานด้านในซึ่งมีกำลังพลตรวจตราเข้มงวด ทำไมต้องเริ่มจากในสุดด้วยล่ะ

อ้าว! ถ้าพวกนั้นเริ่มจะระแคะระคาย เค้าก็ต้องเพิ่งเวรยามให้มากขึ้นแล้วเอ่อ เอาเป็นว่าข้าจะเริ่มจากข้างในละน่าอย่าถามมากเลย ตัดบทเอาดื้อๆ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันแหละว่าทำไมเพียงแต่ตัดสินใจไปตามความรู้สึกเท่านั้นเอง

เฟตาได้แต่มามองตาปริบๆ นึกทึ่งในความตัดบทของเพื่อนตนแต่ก็ช่างมันเหอะ เขาไหวไหล่ และแล้วแผนการบุกวังก็เป็นอันเสร็จสิ้น ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดดำรัดกุมทั้งสองค่อยๆ ลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้

มือเรียวตะปบเข้าจับชายเสื้อเพื่อนตนเพื่อดึงเข้าหลบกองขบวนทหารขนาดย่อมๆ ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเวรยามแค่นี้จะไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้แต่การไม่ประมาทเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้

แสงจันทร์นวลส่องกราดเข้าทั่วบริเวณช่วยให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกันแล้วน่ะเฟตา สะกิดคนข้างๆ หลังจากวิ่งกันเข้ามาหลบในพุ่มไม้แห่งหนึ่งได้

เดี๋ยวนะอ๊า! เขาอุทานเบาๆ ขณะกำลังยกแผนที่ขึ้นดู นั่นไงละจุดนัดพบของพวกเรา นิ้วเรียวชี้ไปตามทางเดินที่ลาดยาวบรรจบเป็นห้องๆ หนึ่ง

แต่แปลก ทำไมไม่เห็นมีคนเฝ้าหน้าห้องเลย?

จะไปรู้เรอะ เอาน่าลองเข้าไปดูเหอะ เซดิลเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนออกเดินนำหน้าอาดๆ ออกไปทิ้งให้เฟตาวิ่งตามอยู่ข้างหลัง

นี่ข้าว่าพวกเราเข้าทางหน้าต่างไม่ดีกว่าเรอะ

ooooooooooooooooooooo

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ดังขึ้นติดๆ กัน พวกเขาลอบเข้าไปในวังนั่นมา 2 ครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่พบคนที่ต้องการเลย คว้าน้ำเหลวทุกครั้งเหมือนกับว่าคนๆ นั้นรู้ว่าเขาจะมาอย่างไรอย่างนั้น นี่มันอะไรกันนะ!

อาการนั้นไม่สามารถพ้นสายตาของคนอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในห้องเช่นกันได้ เขาลอบยิ้ม สงสัยว่ากลับไปเจ้าเซดิลคงต้องไปฝึกลางสังหรณ์ใหม่ซะแล้ว ครั้งจะเอ่ยปากพูดร่างโปร่งนั่นก็ลุกขึ้นทำท่าจะออกจากห้องไปซะก่อน

เฮ้ย! เซดิลนี่เจ้าจะไปไหนน่ะ

นัยน์ตาคมหันขวับมา เบื่อเซ็ง จะออกไปเดินเล่น!

งั้นข้าไปด้วย รอเดี๋ยวนะไปหยิบผ้าคลุมก่อน ตอนนี้แดดมันร้อนเดี๋ยวผิวสวยๆ ของข้าจะไหม้ซะหมด ถึงแม้ว่าจะพูดอย่างงั้นหากที่จริงแล้วผ้าคลุมผืนนั้นเฟตาก็ไม่ได้เป็นคนใช้ เขาบังคับให้ซาดิลห่มเอาไว้โดยอ้างว่าใบหน้าเนียนนั่นดูซีดเซียวเหมือนคนกำลังจะไม่สบาย

ทั้งสองคนต่างพากันเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดมุ่งหมายจนกระทั่งแสงแดดเริ่มจะแรงกล้าขึ้นทุกที นี่แวะร้านโน้นกันเหอะ ข้าว่าจะซื้อผ้าใหม่ๆ อยู่พอดี เฟตาหาข้ออ้างจูงข้อมือบางนั่นออกเดิน ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะพาเซดิลมาหลบร้อนเท่านั้นแต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะความหลากหลายของสีสรรพวกนี้

ผ้าไหมหนาเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มถูกยกรื้อขึ้นดู ผืนนี้คงจะเหมาะกับเซดิลไม่น้อยทีเดียว ชายหนุ่มแอบยกขึ้นเทียบดู ตายจริง นายท่านนี่สายตาดีจริงๆ นะคะ ผ้าผืนนั้นข้าสั่งทอมาจากดินแดนอันไกลโพ้น เนื้อผ้าก็ละเอียดนุ่ม ใส่แล้วเย็นสบาย ต้องเหมาะกับท่านแน่นอน หญิงสาวร่างท้วมที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้านเดินนวยนาดเข้ามาจีบปากจีบคอ

เฟตายิ้มเจื่อนๆ คือข้าไม่ได้ซื้อให้ตัวเองหรอกว่าจะดูให้คนนั้นน่ะ ท่านว่าเหมาะไหม?

หล่อนหันไปหาเซดิลที่ยืนมองสีผ้าแปลกๆ ทันที เหมาะสิคะเอ๊ะ!! ท่านหน้าตาคุ้นๆ นะ

คราวนี้เป็นฝ่ายเซดิลเองที่หันกลับมามอง ท่านรู้จักข้าหรือ?

ฮ๊า!! หล่อนอุทานดังลั่น แหมคนสวยๆ อย่างท่านมีหรือที่ข้าจะจำไม่ได้ ตอนนี้เซเลเป็นอย่างไรบ้างล่ะ

เซเล?ใครอีกล่ะเนี่ย เซดิลปั้นหน้ายุ่ง เซเล? ท่านหมายถึง

แหมๆ เซเลที่เป็นคู่หมั้นของท่านไง ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ข้าไม่ได้เห็นเขามาเกือบจะ 3 ปีเห็นจะได้ตั้งแต่คราวที่เค้าพาท่านมาอวดข้านั่นแหละ คู่หมั้น!! ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันทันที หมายความว่ายังไงกัน?

เอ่อ ท่านป้าช่วยกรุณาเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยจะได้ไหมว่าเซเลนี่เป็นใคร เฟตาพูดขึ้น

หญิงสาวยักคิ้วขึ้นเป็นอาการเฉพาะตัวเวลามีเรื่องสงสัย เซเลก็พ่อค้าอัญมณีที่เทียวไปเทียวมาแคว้นนี้อยู่เรื่อยๆ ข้าก็ไม่ได้สนิทอะไรนักแต่ที่รู้จักก็เพราะว่าสาวๆ แถวนี้เค้าเล่าให้ฟังว่าหน้าตาหล่อเหลาหาตัวจับยากอีกทั้งวาจาที่แสนสุภาพ หล่อนนิ่งไปชั่วครู่ แต่เริ่มมารู้จักกันจริงๆ ก็ตอนที่เค้ามาหาซื้อผ้าไหมอย่างดีให้คนรักของเค้า ข้าก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหร่ ความจริงท่านน่าจะรู้ดีกว่าข้าอีกนะ

เซดิลฝืนยิ้มก่อนจะขอตัวออกไปทิ้งให้เฟตาหาเหตุผลมาอ้างสารพัดเองตามลำพัง ดูท่าการเดินตลาดคราวนี้จะให้อะไรมากกว่าที่คิดซะแล้วสิ

ดวงตะวันค่อยๆ ลับแสงลงจากขอบฟ้า คืนนี้ก็ควรจะเป็นอีกคืนหนึ่งที่พวกเขาจะเข้าไปในวังหากแต่ไม่ขัดที่ข่าวซึ่งได้ยินมาว่าองค์สุลต่านจะเดินทางออกนอกเมืองไปสักพักกว่าจะกลับก็อีกประมาณ 3 วันจึงเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งคู่จะได้ติตรองถีงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วย

เซดิลเฮ้ย! มือผอมกระชากใบหน้าเนียนนั่นให้หันกลับมาหลังจากเอ่ยปากเรียกไปแล้วสองสามครั้งก็ไม่เป็นผล

อ่ะ..อะไรกันเจ้านี่!!

เจ้าแหละอะไรกันกลับมาก็นั่งเหม่ออีกล่ะ เขาลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามเพื่อให้การสนทนานี้สะดวกขึ้น

ข้ากำลังคิด

คิด? คิดนี่นะ? คิดทำไม ไม่เห็นต้องคิดเลย เรื่องมันก็ออกจะลงตัวอยู่แล้วนี่ เซดิลทำหน้าเบ้ไม่เข้าใจ โธ่เจ้าน่ะเป็นชายาของสุลต่านชาเซนานแต่ว่าดันไปมีชู้กับไอ้คนชื่อเซเลซึ่งปัจจุบันนี้อาจจะกลายเป็นซากศพแถวๆ ทะเลทรายไปแล้วโทษฐานล่วงเกินเบื้องสูง จำได้ไหมว่าตอนที่เข้าพบเจ้าๆ ก็สะบัดสะบอมจะตายอยู่แล้ว เรื่องมันออกจะลงตัวขนาดนี้ง่ายจะตายไป

พูดอะไรบ้าๆ ท่านชาเซนานก็คือเซเลนั่นแหละ อ๊ะ!? เซดิลตกใจไม่น้อยกับคำพูดของตัวเอง ทำไม? เขารู้ได้ยังไงกัน?

เฟตาก็เช่นเดียวกับ นั่นทำให้เขายิ่งแน่ใจขึ้นมาอีกว่าเซดิลอาจจะเป็นซามิลราจริงๆ มือเรียวกำแน่นพยายามบังคับอารมณ์ที่เริ่มครุขึ้น

ช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเขาพยายามยืดเวลาไม่ให้เซดิลสืบเรื่องตัวตนที่แท้จริงของตัวเองก็เพราะเกรงว่าคนตรงหน้านั้นจะจากไป ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่เริ่มรู้จักกับเซดิล แต่ก่อนเขาไม่รู้ว่าจะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ไม่เคยมีเพื่อน ไม่รู้จักความสุข เอาแต่ตีสองหน้าว่าเป็นคนสนุกสนาน แต่เซดิลเป็นคนเปลี่ยนทุกอย่างให้กับเขาแล้วจู่ๆ คนๆ นี้จะมาหายไป เขาจะทนได้หรือ!!

เฟตานั้นเอาแต่นั่งเงียบลงไปจนเซดิลชักเริ่มกลัว ตอนนี้เขาเองก็กำลังสับสนไม่แพ้กัน ถ้าเกิดว่าเขาเป็นซามิลราจริง เขาจะทำอย่างไร? เฟตาข้าออกไปข้างนอกเดี๋ยวมานะ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิเสธเซดิลก็ถือว่านั่นเป็นการตอบรับ ชายหนุ่มหยิบผ้าคลุมขึ้นสวมกันอากาศที่แสนหนาวเหน็บข้างนอก

สายลมพัดโกรกเข้าปะทะร่างโปร่งหลายครั้งจนเขาต้องกระชับผ้าคลุมให้หนาแน่นขึ้น เวลาแบบนี้มันไม่แปลกนักหรอกที่จะไม่มีผู้คนเดินสวนมายิ่งเขากำลังเดินอยู่ในตรอกเล็กๆ เท่านั้นด้วย

ขณะที่เซดิลกำลังเดินเหม่ออยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกคล้ายเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เซดิลนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าแถวนี้มีโจร คงจะถูกปล้นอยู่ละมั้งเขาค่อยๆ เดินเลียบเคียงเข้าไปใกล้คนกลุ่มนั้นอย่างช้าๆ อืม 1 2 3 มีแค่ 3 คน คงจะจัดการไม่ยากนัก

หากขณะที่มือเรียวจะชักดาบออกมา เสียงร้องโหยหวนของโจรทั้ง 3 คนนั่นก็ดังขึ้นซะก่อน เกิดอะไรขึ้นน่ะ?! เซดิลเผลอตัวเดินออกมาจากที่กำบังทันที

คนๆ นี้!! เขาจำได้เขาเคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ร้อน! แหวนที่นิ้วด้านขวาของเขาเปล่งประกายวูบวาบขึ้นมาทันทีที่คนๆ นั้นหันหน้ากลับมาเพราะรู้สึกว่ามีคนมอง

ร่างโปร่งในเงามืดนั่นเดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ แสงจันทร์ค่อยๆ ฉายใบหน้าคมให้เด่นชัดขึ้น เซดิลหัวใจเต้นระทึก มือไม้สั่น ทางด้านอีกฝ่ายนั้นก็เช่นกัน แค่เพียงแว่บเดียวเขาก็จำได้ คนๆ นี้ยังมีชีวิตอยู่ เขาพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในจิตใจ กลัวว่ามันจะเป็นเพียงภาพลวงตาอย่างที่เคยเป็นมา

ท่ะท่านซามิลรา เซดิลสะท้อนใจวูบ แม้ว่าเขาจะไม่จำไม่ได้แต่เขาแน่ใจว่าเขารู้จักคนตรงหน้าอย่างแน่นอน

ค่ะคามีล เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าเอ่ยชื่อนั้นออกมาได้อย่างไร ความรู้สึกของตนเองตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ มันทั้งดีใจ แปลกใจ และ สะท้อนใจ

บางทีนะถ้าข้าไม่ออกมาเดินข้างนอก ไม่เจอกับชายผู้นี้ ทุกอย่างอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

ท่านซามิลรา คามีลโอบกอดร่างโปร่งนั้นอย่างแนบแน่นกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปอีกคราว คามีลเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่รู้จักหยุด สิ่งที่เคยเสียไป เขาได้กลับคืนมาแล้ว

วันนี้แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า คืนฟ้าโปร่งแบบนี้ทำเอาเขาใจไม่ดีเอาซะเลย ท่านพ่อก็ไปราชการที่ชายแดนพร้อมกับจายาส ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกับเหมือนกับเมื่อ 3 ปีก่อนไม่มีผิด

อ๊ะ! ชาเรลสะดุ้งเฮือกยกนิ้วขึ้นดูรอยเลือดเล็กๆ เขาดึงหนามกุหลาบที่ติดมาด้วยออก อาการเจ็บเมื่อครู่นั่นทำให้ชาเรลรู้สึกตัวว่าเดินเพลินมาจนถึงห้องที่เคยเกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้น จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ตั้งแต่ที่ท่านซามิลราจากไปที่นี่ก็ไม่มีคนอยู่อีกเลย ท่านพ่อขับไล่พวกนางในฮาเร็มออกไปหมด ยกเลิกข้อห้ามที่เคร่งครัดต่างๆ จนสิ้น เวรยามนั้นก็มีอยู่เพียงเล็กน้อย

แต่ยังมีสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับเขาอยู่ นั่นคือ บางครั้งบางครั้งที่ท่านพ่อจะเข้ามานอนที่ห้องนี้ ทั้งๆ ที่เคยพูดเอาไว้แล้วว่าจะไม่เข้ามาอีก ยิ่งสร้อยคอของท่านซามิลราอีก มันยิ่งทำให้เขาค่อนข้างจะแน่ใจว่าท่านพ่ออาจจะมีใจให้กับท่านซามิลราแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

เปิดประตู ข้าจะเข้าไป สั่งนายทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูที่มีทีท่าลังเลเล็กน้อยก่อนจะยอมทำตามคำสั่ง ชาเรลมองกราดไปทั่วห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ท่านพ่อไม่ยอมให้เหล่านางกำนัลมาเคลื่อนย้ายของสิ่งใดออกไป ทุกอย่างยังไงบ่งชี้ถึงการคงอยู่ของท่านซามิลราได้อย่างดี

ชาเรลเหลือบมองไปยังต้นเสาที่เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์นั้น เขายังคงจดจำสีหน้าท่านซามิลราที่มองมาทางเขาได้อย่างดี ผ้าเขาหยิบผ้าที่ปลายเท้าขึ้นดู คล้ายกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ

ใครน่ะ!! เหยี่ยวสีดำตัวใหญ่บินโฉบเข้ามาเกาะไหล่เขา นี่มันของคามีลนี่ ชาเรลแกะกระดาษที่ผูกติดมากับข้อเท้าเจ้าเหยี่ยวตัวใหญ่นั่นออก

นี่มัน!!

ooooooooooooooooooooo

เฟตาปรับอารมณ์ไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้ยิน เซดิลก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่อะไรบางอย่างในตัวของเขาบอกว่ามันคือเรื่องจริง เขาคือซามิลราอย่างแน่นอน

แล้วคามีล เกิดอะไรขึ้นกับข้า ทำไมข้าถึงถูกกล่าวหามีชู้ล่ะ คนตรงหน้านั้นเอาแต่เล่าเรื่องครั้งสมัยที่เขายังเป็นเด็กให้ฟังเท่านั้น ไม่ยอมเล่าเรื่องที่เขาอยากจะรู้จริงๆ สักทีจนเซดิลชักจะทนไม่ไหว

คามีลสะดุดกึก เขาไม่อยากให้ท่านซามิลราเจ็บปวดกับเรื่องราวที่แสนเลวร้ายนั่นอีก แต่จะยืดเวลาออกไปก็เท่านั้น จะเร็วจะช้ายังไงท่านก็ต้องรู้ คามีลขยับปากทำท่าจะเล่าให้ฟังแต่จู่ๆ เซดิลก็ขัดขึ้นซะก่อน

พอเหอะ ไม่ต้องเล่าดีกว่า ข้าว่าไปถามจากท่านชาเซนานแหละดีที่สุด

ไม่ได้นะ! คามีลลุกขึ้นยืน ท่านไปพบเขาไม่ได้ ข้าไม่อยากสูญเสียท่านไปอีกแล้ว! ท่านต้องกลับไปกับข้า กลับไปเชเฮราชาด!

ไม่! ข้าไม่ยอมให้เซดิลไปไหนทั้งนั้น! จู่ๆ เฟตาที่นั่งนิ่งมานานก็ตะโกนขึ้น เขาคว้าดาบยาวที่วางอยู่บนโต๊ะมา ทางด้านคามีลแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่เห็นว่าอีกฝ่ายเอาจริงเขาก็หยิบดาบที่สีข้างออกมาบ้าง

เฟตาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน แต่เขาก็ประมาทคามีลเกินไป คามีลก็เช่นกัน เขาประมาทอีกฝ่ายเกินไปเพราะเห็นว่าอายุน้อยกว่า คามีลก้มตัวหลบดาบที่สะบัดพลิ้วไปมา เขาพยายามทำสมาธิเพื่อหาช่องว่างในการโจมตีและแล้วก็เจอ ชายหนุ่มพุ่งตัวไปเข้าอย่างรวดเร็วจนเฟตาตั้งตัวไม่ทัน

หยุดนะ!! เลือดสีแดงฉานสาดกระเด็นไปโดนใบหน้าของเซดิล บุคคลทั้ง 3 นิ่งงันกันไปชั่วครู่แต่เซดิลเป็นฝ่ายที่รู้สึกตัวก่อน เขากระวีกระวาดไปหยิบผ้าสีขาวสะอาดมาห้ามเลือดให้กับคามีลทันที

บ้าจริง ทั้งเฟตาแล้วก็ท่านด้วย ทำบ้าอะไรกันนะ เขาบ่นพึมพำขณะทำแผล

เฟตาผู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเดินเข้ามา เมื่อครู่ตอนที่เซดิลตะโกน ด้วยความเร็วขนาดนั้นไม่มีทางจะหยุดดาบได้แน่นอน แต่คามีลกลับใช้แขนอีกข้างนึงรับคมดาบของตัวเองไว้แทน บอกไว้ก่อน ข้าไม่ขอบคุณหรอกนะ พูดจบก็เดินแยกออกไปล้มตัวลงบนบนเตียงของตนเองจนคามีลต้องมองตามอย่างไม่เข้าใจ

นั่นแหละวิธีขอบคุณของเขา เขากำลังเขินน่ะ เซดิลอมยิ้ม เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย มือเรียวตบแผลนั่นเบาๆ 2-3 ที อ่ะ ขอโทษเจ็บเหรอ

เปล่าเมื่อก่อนตอนที่ท่านทำแผลให้ข้า ท่านก็ทำแบบนี้ตบเบาๆ ที่แผล 2-3 ที คามีลพูดยิ้มๆ นี่ก็ดึกมากแล้ว ท่านนอนเถอะ ข้าจะเฝ้าให้เอง

แต่

ไม่มีแต่ ท่านซามิลรา เจอไม้นี้เข้าเซดิลจึงต้องจำใจขยับขึ้นเตียงแต่ก็บอกคามีลให้ก่อนว่าถ้าง่วงก็มานอนกับเขาได้

แสงไฟในตะเกียงดับมอดลง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เสียงบางอย่างดังแว่วอยู่ข้างหู คามีลลุกขึ้นเปิดหน้าต่างรีบเอาจดหมายที่ชาเรลฝากมาอย่างรวดเร็ว เจ้าเหยี่ยวตัวใหญ่นั่นพอทำหน้าที่เสร็จก็บินจากไป มือเรียวขยุ้มกระดาษแน่นเมื่ออ่านข้อความจบ พรุ่งนี้คงเป็นวันที่ยาวนานที่สุดแน่

0000000000000000000000000000000000

แฮะๆๆ เราแต่งไว้แค่นี้อ่ะจ๊ะ ถ้าวันไหนว่างๆ (อาจจะ)มาแต่งต่อเน้อ


edit @ 2007/07/22 20:42:49

2007/Jul/22

ธรณีเพียงฟ้า...จันทราเพียงดิน

ตอนที่ 5

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วที่ขอบหน้าต่างปลุกให้เด็กหนุ่มกระพริบตาไปมาก่อนจะขยับลุกขึ้นหันไปมองรอบตัว โอมาว? หญิงสาวร่างท้วมเปิดประตูออกมาแทบไม่ทันเมื่อได้ยินร่างบางตะโกนเรียก

เจ้าชายโอ้ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยที่เข้ามารับใช้ท่านไม่ทัน คุกเข่าลงข้างเตียงที่ยกระดับขึ้นจากพื้น ซามิลรามอง

เอ่อข้าเพียงแต่ไม่เห็นเจ้าเลยเรียกดูเท่านั้นเองนะ ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้

แต่ว่า

พอเถอะ ข้าอยากอาบน้ำเต็มแก่แล้ว เขายกมือปราม ก้าวเดินนำไปยังห้องข้างๆ ที่มีเพียงผ้าม่านโปร่งผืนยาวกั้นขวางไว้ ผ้าชิ้นสุดท้ายถูกถอดออกจากร่างบาง มืออ้วนค่อยๆ จุ่มวัดอุณหภูมิน้ำเมื่อแน่ใจในความอุ่นจึงค่อยพาเด็กหนุ่มก้าวลง

แย่จริง นางสบถ นี่เราลืมเครื่องหอมและน้ำมันทาตัวหลังชำระร่างกายไปได้อย่างไร

มีอะไรหรือ? โอมาวหันรีหันขวางเอาไงดี เอ่อพระองค์ เดี๋ยวข้ามานะเพคะ หล่อนกระวีกระวาดวิ่งออกไปโดยไม่บอกเหตุผล ถ้าให้องค์ชายรู้มีหวังเสียชื่อนางกำนัลมือหนึ่งหมดพอดี

เป็นอะไรของเขานะ ซามิลรากวักน้ำขึ้นลูบหน้า แวกว่ายเข้าไปในส่วนที่ลึกกว่าแต่ก็ยังยืนถึง ที่นี่กว้างจริงๆ ว่าห้องของเขากว้างแล้วยังไม่เท่า พื้นน้ำหลากสีสะท้อนกับแสงแดดส่องประกายวูบวาบเหมือนแก้ว ผ้าม่านกำมะยี่หลากสีที่แขวนไขว้กันไปมาแถมด้านบนยังเปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้าด้านบนนั่นอีก นับว่าคนที่ออกแบบที่นี่นั้นเก่งชนิดจับตัวอยากเลยทีเดียว

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่หารู้ไม่เลยว่ามีร่างๆ หนึ่งกำลังยืนมองอยู่หลังม่านกั้น เสียงฝีเท้าที่ขยับเดินเรียกให้ซามิลราหันควับไปทันควัน

ใครน่ะ! เขาลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าผิดปกติ ไม่ใช่โอมาวแน่

ท่านชาเซนาน? ร่างบางตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

ใช่ข้าบอกเจ้าไว้แล้วนี่ว่าจะมา ชายหนุ่มเดินอ้อมไปหา แต่ไม่นึกนี่สิว่าจะเข้ามาจังหวะเหมาะได้ขนาดนี้ นัยน์ตาคมพราวระยับ ด้วยมุมของเขากอปรกับน้ำที่ใสแจ๋วแบบนี้อะไรต่อมิอะไรก็ปรากฏให้เห็นหมด

ท่านหมายความว่า?อ๊ะ!! ซามิลราผลุบลงนั่งกอดตัวเองด้วยสีหน้าแดงก่ำ

เป็นอะไรไปซามิลราอายรึ? จะอายไปทำไมอีกไม่นานเจ้าก็จะต้องเป็นของข้าอยู่แล้ว คุกเข่าย่อกายลงให้อยู่ในระดับเดียวกับเด็กหนุ่ม เอื้อมมือเข้าลูบผิวแก้มบาง

..กรุณาออกไปก่อนเถอะท่านชาเซนาน ซามิลราพูดตะกุกตะกัก เขินไปหมดทั้งสถานการณ์ที่เป็นอยู่และชายหนุ่มโอย ใครก็ได้ช่วยเขาที

องค์สุลต่าน! เจ้าชาย! เสียงระฆังช่วยของโอมาวดังขึ้น ชาเซนานยิ้มบางๆ แล้วก้าวออกไปโดยดี นางมองตามชายหนุ่มจนเห็นว่าพ้นเขตไปแล้วจึงหันกลับมาหาเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หน้าแดง หูแดงไปหมดแล้ว

กรี๊ดท่านซามิลราาาาา หล่อนตะโกนร้อง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงหัวเราะนึกภาพเจ้าของชื่อนั่นออกเลย อะจริงสิ เขาเรียกหญิงสาวออกยื่นของบางอย่างให้

สวมให้เขาด้วยนะ หล่อนพยักพะเยิดเข้าใจแล้วจึงกลับเข้าไปทำหน้าที่ต่อ

ขณะที่กำลังรอซามิลราอาบน้ำอยู่ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเดินสำรวจไปมา นับว่าเขาคิดถูกจริงๆ ที่ให้กัยยัมออกแบบสร้างไว้รับรองแขกคนสำคัญ สมแล้วที่เป็นถึงมัณฑนากรผู้ลือชื่อ

ท่านชาเซนาน ร่างโปร่งก้าวออกมาในชุดสีขาวสะอาด กลิ่นหอมของเครื่องหอมต่างๆ ประดังเข้าจมูกของชายหนุ่ม ยิ่งสายสร้อยที่คล้องประดับไว้ที่คอของร่างเพรียวนั้นยิ่งช่วยเสริมความงามขึ้นไปอีก ไม่ยากเลยที่เขาจะตะลึงไปชั่วครู่

รู้ตัวไหมว่าเจ้างามมาก องค์ชาย เขาเอ่ยชมจากใจจริงขยับโอบไหล่บางเข้ามานั่งที่ปลายเตียง

เอ่อโอมาวบอกข้าว่าสร้อยเส้นนี้ท่าน มือบางจับเข้าที่อัญมณีตรงกลางคงจะสูงค่ามาก

ใบหน้าคมโน้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากกอดร่างเพรียวไว้แนบอก ใช่ข้านำมาเอง มันเคยเป็นของเสด็จแม่ข้ามาก่อน ความจริงกะจะให้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่เจ้าเกิดไม่สบายขึ้นมาก่อนนะสิ พูดไปก็จูบไล้แก้มบางไป

มะ..มันคงจะมีค่ามากเกรงว่า ยกมือขึ้นกันริมฝีปากชาเซนานที่เริ่มจะเกินเลย

ชาเซนานขยับออกห่างทั้งที่ยังเสียดาย ไม่หรอกสำหรับเจ้าที่จะเป็นชายาข้ามีสิ่งใดที่ไม่คู่ควร มองสบเข้าไปในนัยน์ตาสวย ซามิลราสร้อยเส้นนี้คือตัวแทนข้าจำไว้นะ ข้าจะอยู่กับเจ้าเสมอ มือแกร่งลูบผิวแก้มอีกครั้งอย่างอาวรณ์

เด็กหนุ่มเลี่ยงหลบตา เขารู้สึกผิด ชายหนุ่มดีกับเขาขนาดนี้ แต่ดวงใจเขากลับมีคนอื่นครอบครองอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มตวาดถามอารมณ์เสีย ใครน่ะ!

เอ่อพระองค์ ท่านสุลต่านฮาหมัดเสด็จมาขอรับ ทหารหน้าประตูกราบทูลสั่นๆ

ท่านพ่อ! ซามิลราลุกขึ้นยืนทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้ ตามกำหนดมันคืออีก 3 อาทิตย์นี่

ชาเซนานยืนมือเข้าโอบเอวบางพาก้าวเดิน ไปกันเถอะ ท่านคงจะมาเยี่ยมน่ะ หันไปบอกยิ้มๆ ซามิลรารับคำ ภายในใจของเขาตอนนี้กำลังร้อนจนแทบละลาย

ooooooooooooooooooooo

ท่านแม่ถ้าท่านยังมีชิวิตอยู่ก็คงจะตอบคำถามข้าได้ ใครกันนะที่เป็นคนที่ข้ารักอย่างแท้จริง หลังจากวันนั้นที่เขามาถึงที่นี่เป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้วแต่เขาก็ยังสับสน

ท่านซามิลรา ชาเรลเข้าทักเมื่อเห็นร่างเพรียวนั่งเงียบๆ อยู่ในสวน

ซามิลราหันไปตาเสียงเรียก อะไรกัน เจ้าเองหรือ พูดยิ้มๆ หลังจากที่เขามาอยู่ที่นี่คนที่สนิทกับเขามากที่สุดก็คือชาเรลนี่แหละ..อาจจะเป็นเพราะชาเรลนั้นอายุใกล้เคียงกับเค้ามากที่สุดแล้วมั้ง ถึงแม้ชาเรลนั้นจะแค่ 16 และเขานั้น 23 แล้วก็เหอะ

ใช่สิ จะใครล่ะ แล้วนี่มาทำอะไรอยู่ที่นี่คนเดียว เดินเข้าไปนั่งข้างๆ ตามข้อตกลงที่ว่าอยู่กันแค่ 2 คนก็ไม่จำเป็นต้องมีพิถีรีตองกันมากนัก

เปล่ากำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ ไม่อยากจะให้พวกนั้นมายุ่งหนวกหูจะตาย ชาเรลหัวเราะมันก็จริง ผู้หญิงพวกนั้นทั้งเอะอะและน่ารำคาญถึงแม้ท่าน ซามิลราจะมีศักดิ์เป็นพระชายาในอีกไม่กี่วันแต่ก็ยังเป็นผู้ชาย

เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดมา ชาเรลจะแก้ปัญหาให้เค้าได้ไหมนะ เอ่อชาเรล ข้ามีเรื่องจะปรึกษาแต่ต้องสัญญาว่าจะเก็บเอาไว้ยิ่งชีพได้ไหม? หัวหน้าองค์รักษ์พยักหน้า ซามิลราจึงเม้มริมฝีปากตัดสินใจระบายความในใจที่อัดอั้นทั้งหมด

หมายความว่าท่านไม่ได้รักสุลต่าน

ไม่ข้าไม่รู้ หยาดน้ำตาเอ่อล้นคลอเป้า ชาเรลกระเด้งลุกทำอะไรไม่ถูก อ่าพระองค์อย่างร้องไห้สิ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรท่านเลยนะ หากแต่น้ำตานั้นกลับไม่ยอมหยุดเอาง่ายๆ เขาอัดอั้นใจมานานทำนบที่พังทลายลงจึงยากที่จะหักห้าม

ร่างโปร่งเกาหัวแกรกมองดูอารมณ์นั้น เอาไงดี อ๊ะ! จริงสิ ท่านซามิลราเวลาท่านอยู่กับองค์สุลต่านท่านใจเต้นบ้างไหม? ใบหน้าสวยเงยมอง

โปรดตอบข้า ว่าไง?

ง่าเอางี้ เวลาท่านชาเซนานกอดจูบหรือสัมผัสท่านรู้สึกอย่างไร?

ชาเรลยิ้ม เริ่มเข้าเค้า ก็แค่นี้ องค์ชาย ท่านรักสุลต่านแน่นอน สาบานกับพระอัลล่าห์เลยเอ้า ยกมือขึ้นทำท่าจะปฏิญาณ

อ้าวไม่เชื่ออีก ก็นะท่านคิดดูดีๆ มันจะมีใครที่ไหนเค้ายอมให้คนอื่นเค้ามากอดจูบโดยที่ไม่ได้รักได้เล่า จริงไหม? ไม่เห็นต้องมาคิดมากให้ปวดหัวเลย ข้าว่าสิ่งที่ท่านกำลังกังวงอยู่หาใช่เรื่องนี้แต่แท้จริงแล้วมันคือความกลัว กลัวจะผิดหวังเหมือนกับครั้งแรก เหล่ตามองอาการคนข้างๆ ชักนำง่ายเสียจริง

กลัวงั้นเหรอ?

แต่มันก็เป็นเพียงแค่การสันนิฐานจากข้าเท่านั้น ท่านต้องถามตัวท่านเองนั่นคือสิ่งที่เป็นคำตอบให้ดีที่สุด คืนนี้ลองถามใจตัวเองดูสิ ถามดูอีกครั้งว่า ใคร คือ คนที่ท่านรัก ในตอนนี้ ชาเรลเริ่มพูดมีสาระขึ้น ถ้าเขาเกิดขึ้นผิดขึ้นมาก็แย่สิ ให้คนที่เค้ากังวลคิดเอาเองสิถึงจะถูก

องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสายมากแล้ว ลองคิด คิดให้ดีๆ พระองค์ กล่าวส่งท้าย คิดให้ดีๆ โค้งตัวลงถวายความเคารพ

พระจันทร์ดวงโตขึ้นกลางฟากฟ้าเปล่งประกายแสงกับหมู่เหล่าดวงดาว เด็กหนุ่มนอนหงายคิดเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด 3 อาทิตย์นี้สลับไปมากับชีวิตของตนตลอด 23 ปี ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่เคยเจอคามีลก็แค่หนเดียวเมื่อตอนงานเลี้ยงหากเขาก็ไม่ได้รู้สึกกระวนกระวายหรือร้อนใจใดๆ เหมือนในอดีต

ร่างเพรียวพลิกตัวไปนอนตะแคงอีกด้านค่อยๆ เลื่อนมือลงกำสายสร้อย นึกถึงใบหน้าและแววตาที่แสนอ่อนโยนคู่นั้นแล้วก็หน้าแดง

ไปตลาด?

ใช่

ด้วยม้า

ใช่วันนี้ข้าจะพาเจ้าออกเยี่ยมชมเมืองที่ได้สมญานามว่าจักรเฮรอนว่าจะสมกับที่รำลือกันไหม ซามิลรามองข้างทางด้วยความตื่นเต้นตอนที่ได้ยินชายหนุ่มพูดเมื่อครู่แล้วยังตกใจไม่หาย ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเลยที่จะออกมาเดินตลาดแบบนี้แล้วยิ่งกับสุลต่านเจ้าของแคว้นด้วยแล้วยิ่งไม่เคยใหญ่ ถ้าท่านพ่อรู้เข้าจะทำหน้ายังไงกันนะ

หน้าข้ามีอะไรติดอยู่อย่างงั้นหรือ? ชาเซนานถามขณะอุ้มร่างเพรียวลงจากหลังม้า

เปล่า ข้าเพียงแต่คิดว่าแปลกมันดีเท่านั้นเอง ซามิลราตอบยิ้มๆ

แปลก? ยังไง

ก็ที่บังคับข้าไม่ให้ใส่ผ้าคลุมแล้วหนำซ้ำยังพามาที่แบบนี่อีกน่ะสิ ร่างเพรียวมองชายหนุ่มที่กำลังยืนซื้อผลไม้ มันช่างเป็นภาพที่ขัดกันเสียจริง สุลต่านหนีวังออกมาเดินซื้อผลไม้

มือแกร่งลูบหัวซามิลราเบาๆ เมื่อรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ข้าออกมาแบบนี้ประจำนั่นแหละ ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะสามารถรู้ความเป็นอยู่ที่แท้จริงของชาวเมืองได้อย่างไร หรือเจ้าว่าไม่จริง? ยื่นผลอินทผลัมที่ซื้อมาเมื่อกี้ให้

ท่านชาเซนานช่างเป็นคนที่แปลกจริง ในบางครั้งท่านก็ดูเหมือนคนที่เคร่งขรึมจนไม่อยากจะเข้าใกล้ บางครั้งก็ดูเหมือนคนขี้เล่น และในบางครั้งบางครั้งเท่านั้นที่เขาเห็นความโหดเหี้ยมในแววตาคู่นั้น

ซามิลราเป็นอะไรไป ร่างสูงถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มนิ่งเงียบไป ถอนหายใจเมื่อร่างนั้นสะดุ้ง ช่างเถอะ เราไปกันต่อก่อนที่มันจะร้อนกว่านี้กันดีกว่า ผิวหน้าเนียนแดงผ่าวเมื่อชายหนุ่มโอบรอบเอวพาเดิน

ท่านชาเซนาน ซามิลราพยายามแกะมือใหญ่นั่นออกสุดชีวิต ชาเซนานมองแกล้งกำชับให้แน่นเข้าอีก เด็กหนุ่มทำหน้าเหยเก ด้วยรูปร่างและหน้าตาของเขาและคนข้างๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เป็นจุดสนใจ แล้วยิ่งอยู่ในท่านี้ด้วย เสียงผิวปากดังขึ้นเป็นระยะที่เขาก้าวพ้น

ชายหนุ่มพาร่างที่โอบเอวอยู่มาหยุดที่ร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับขนาดใหญ่ ปล่อยซามิลราให้เป็นอิสระแล้วออกเดินเข้าไปในร้านพูดคุยกับแม่ค้าที่ออกสนทนาด้วยสักพักก่อนจะกวักมือเรียก เข้ามานี่สิซามิลรา ข้ามีของจะให้เจ้าดู ซามิลราเดินเข้าไปโดยดี

แหมท่านเซเลไม่ได้เจอตั้งนานไม่นึกเลยนะคะว่าคราวนี้จะมาหักอกสาวๆ โดนการพาคู่หมั้นมาแบบนี้ หญิงสาวท่าทางจัดจ้านเมื่อครู่พูดค่อนแคะแต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มหนุ่มเต็มตาก็ต้องอุทานลั่น

ตายจริงสวย..สวยมากๆ เลย เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นใครสวยได้ถึงขนาดนี้เลยนะเนี่ย นางเอื้อมมือเข้าไปจับๆ แตะๆ ใบหน้าที่ราวกับตุ๊กตานั่น ข้าชักจะไม่ประหลาดใจแล้วสิที่ท่านท่านบอกว่าเป็นคู่หมั้น

ซามิลรายิ้มให้ จากที่พูดกันดูท่าว่าท่านชาเซนานจะออกมาบ่อยจริงๆ ด้วยแฮะ เอ่อข้า เขาชักเริ่มรำคาญเมื่อหล่อนลูบผิวหน้าตนไปมา ชายหนุ่มคงจะสังเกตเห็นอาการนั้นจึงบอกให้หล่อนเลิกเล่นได้แล้วรีบๆ นำของที่บอกออกมา นางพยักหน้ารับอย่างเสียดาย ปลีกตัวออกไปหลังร้านทิ้งให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง

ของงั้นเหรอ? เสียงใสเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนา

ชาเซนานไม่พูดอะไรแกล้งมองอย่างอื่นในร้านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหญิงสาวเมื่อครู่กลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าพับสีน้ำเงินคราม

รู้ไหมว่ากว่าจะได้มาน่ะต้องเสียเวลาขนาดไหน เนี่ยถ้าไม่ใช่เซเลล่ะก็ไม่ไปให้หรอก นางบ่นออดๆ ส่งผ้านั้นให้กับชายหนุ่มไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะเอาไปให้ใคร

แล้วก็เป็นดั่งความคาดหมาย ชายหนุ่มยื่นให้กับร่างบางด้วยแววตาที่อ่อนโยนที่นางไม่เคยได้รับ

แด่เจ้าซามิลรา

ท่านชา..เซเล ของมีค่าแบบนี้ข้า สร้อยเส้นนี้ก็ครั้งนึง คราวนี้เป็นผ้าที่ดูแล้วราคาไม่น่าจะแพ้ของชิ้นแรกไปได้เลย เขาไม่กล้าจะรับไว้หรอก

เหมือนชายหนุ่มจะรู้ใจรีบเอ่ยประโยคดักขึ้น ผ้าผืนนี้นะข้าใช้เวลาสั่งทำเป็นแรมเดือนตั้งแต่รู้ว่าเจ้าคือคู่หมั้นของข้า นี่เจ้าจะใจดำขนาดไม่รับไว้เชียวหรือ ชายหนุ่มหันไปกระพริบตากับเจ้าของร้านให้รับมุข

ใช่..ใช่ค่ะ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เอาแต่ยังไงซะเซเลก็ต้องจ่ายเงินซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามากแค่ไหนอยู่แล้ว มันอยู่ในสัญญา ผ้าผืนนี้น่ะต้องใช้เวลาทำนานและต้องปราณีมาก เซเลอุตส่าห์ขอร้องข้าตั้งนานกว่าจะตกลงแล้วนี่ท่านมาบอกว่าไม่เอาแบบนี้ โอ้เซเลช่างน่าสงสารนัก เจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องจำยอมทั้งนั้น

เด็กหนุ่มรับมาอย่างเสียไม่ได้ ผ้าคลุมงั้นรึ ช่างบังเอิญเสียจริงๆ มือเรียวกระชับผ้าเข้าแน่นเข้าก่อนจะตัดสินในเอ่ยบางอย่าง อ่า..ข้า ประโยคสุดท้ายเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบเบาๆ ชาเซนานกระเถิบเข้าใกล้พร้อมเอามือป้องหูแกล้ง อะไรนะข้าไม่ได้ยิน

ร่างบางหน้าแดงจัด ข้าขอบคุณ เขาพูดดังขึ้นมาอีกเพียงนิดเท่านั้น ชาเซนานดึงเด็กหนุ่มเข้ามาอ้อมกอดกระซิบเบาๆ เพื่อเจ้าไม่ว่าอะไรข้าก็จะหามาให้

ซามิลรากุมสายสร้อยแน่นเข้านึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งอาทิตย์ ริมฝีปากสวยอมยิ้ม นั่นสิ เขาจะคิดมากอีกทำไมในเมื่อเขารู้ใจตัวเองอยู่แล้ว เขารักชาเซนาน รักตั้งแต่แรกพบ ที่ผ่านมาเขาเพียงแต่กลัว กลัวว่าจะผิดหวังอีกครั้งจึงปฏิเสธความรู้สึกนี้มาตลอด

ใช่เจ้าพูดถูก ชาเรล ข้ารักพระองค์

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 6

นัยน์ตากลมเพ่งมองร่างเพรียวที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่ภายในสนามหญ้าที่อุทยานหลวงอย่างสุดกำลัง แสงที่แดดที่เข้ามากระทบแยงตานั้นเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่เขาต้องตัดสินใจเดินเข้าไปให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิม

คามิล ตัดสินใจเรียกออกไปทั้งที่ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก

ชายหนุ่มที่กำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ อยู่ชะงักกึกหันกลับมาหาต้นเสียง ท่านซามิลรา เขาทำหน้าแปลกใจบอกไม่ถูก

ซามิลรายิ้มรับเดินเข้าไปนั่งใกล้ คามีลรีบลุกขึ้นถอยห่างทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าสงสัย เอ่อข้าว่ามันจะไม่ค่อยดีนักที่จะมาตีตัวเสมอท่านเหมือนแต่ก่อนได้ ชายหนุ่มแก้ตัว

ไม่เห็นจะเป็นไรเลยแต่ก็ตามใจแล้วกัน เขามองเห็นท่าทางของอดีตหัวหน้าองครักษ์แล้วก็ต้องปล่อยเลยตามเลย เม้มริมฝีปากก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่อยากพูดมานาน

คามีล..ข้ารักเจ้า ชายหนุ่มตาเบิกโพลง ว่าไงนะ!

ซามิลรามองรอคำตอบของชายหนุ่มที่กำลังออกอาการทำอะไรไม่ถูกแล้วก็หัวเราะออกมา ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรหรอกข้ารู้ รู้ว่าเจ้ามีคนอื่นในใจอยู่แล้ว

คามีลมอง รู้?

อีกอย่างตอนนี้ข้าก็สามารถพูดได้เต็มปากแล้วล่ะว่าเจ้าคือคนที่ข้าเคยรัก เพียงแต่อยากจะบอกให้รู้ไว้เท่านั้นเอง

พระองค์หมายความว่า เงียบไปพักใหญ่ก่อนพูดต่อ คนที่ท่านรักตอนนี้คือองค์สุลต่าน? ซามิลราผงกหัวรับหน้าแดงเถือก คามีลร้อนรุ่มในใจ หรือว่านี่คือการลงโทษจากสวรรค์กันนะ

คามีล เป็นอะไรไป? ซามิลราทักเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งเงียบไปนานพอควร

นัยน์ตาคมกวาดมองรอบตัวนิดหนึ่งแล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้ร่างบางนั่น องค์ชาย ไม่สิ น้องชายเพียงคนเดียวของข้าพี่คนนี้ยังไม่ได้ให้ของขวัญวันแต่งงานให้เจ้าเลยนะ เขายกมือขึ้นถอดแหวนสักอักษรโบราณยื่นให้ แม้ว่าอาจจะไม่มีค่ามากแต่ก็ถือว่าข้าให้ด้วยใจนะ

ซามิลรากระพริบตาปริบๆ แหวนวงนี้เขาเคยเห็นติดตัวคามีลมาตั้งแต่เขายังเด็กนัก เคยถามครั้งนึงจำได้ว่าชายหนุ่มบอกว่ามันคือของที่มีค่าที่สุดสำหรับเขาแล้วนี่จู่ๆ จะมายกให้อย่างงี้มัน..

รับไว้เถิดพระองค์ เขาสวมแหวนใส่เข้าที่นิ้วกลางข้างขวาของคนตรงหน้าเป็นแกมบังคับ

แต่

องค์ชาย องค์ชายเพคะ เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นมาแว่วๆ ซามิลราหันกลับไปตอบ นางกำนัลมากมายจึงรีบวิ่งเข้ามาหา โถ่ท่าน มาอยู่ที่นี่เอง อย่าทำให้พวกข้าหัวใจวายนักเลย โอมาวหอบแฮ่ก

ขอโทษด้วยนะ มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?

ท่านสุลต่านมาหาท่านเมื่อครู่แล้วไม่เจอพระองค์ท่านโมโหมากเลยนะคะ หาว่าพวกข้าไม่ดูแลเกือบจะโดนประหารอยู่แล้ว ท่านชาเซนานมา ซามิลราหันหน้าไปหาคามีลเชิงขอตัว

คามีลที่กระเถิบหนีออกไปยืนข้างๆ ตั้งแต่เมื่อกี้พยักหน้ารับ ท่านซามิลรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าได้ถอดแหวนนะพระองค์ ซามิลราถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็รับคำไว้ ชายหนุ่มมองตามร่างบางนั้นไปอย่างน้อย อย่างน้อยสิ่งที่เขาจะทำได้ก็คงจะมีเพียงแค่สิ่งนี้ กรูเกรา คุ้มครองน้องชายเพียงคนเดียวของข้าด้วยเถิด

พวกเจ้าไม่ต้องตามข้ามาหรอก ข้าแค่จะไปหาท่านชาเซนานที่ห้องทรงอักษรแค่นี้เอง ซามิลราไม่ชอบเลยจริงๆ ที่ไปไหนมาไหนต้องตามมาเป็นขบวนแบบนี้

แต่ว่า พวกนางทำท่าลำบากใจ จะขัดคำสั่งรึก็ไม่กล้า

ไม่มีแต่ ถ้าท่านชาเซนานตำหนิก็บอกไปเลยว่าข้าสั่งเอง โอมาว เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะนะ

งานของข้าก็คือท่านนี่คะ

ร่างบางชะงักกึก เข้าใจพูดจริงนะ ถ้างั้นข้าสั่งอะไรเจ้าก็ต้องทำสิ ใช่มั้ย? นางรับคำ

พระองค์มีเรื่องใดจะใช้ข้าหรือ?

แน่นอน พวกเจ้าทุกคนนั่นแหละข้าขอสั่งให้ไปเฝ้าดูห้องของข้าเอาไว้ เป็นคำสั่งที่พิลึกพิลั่นจนพวกหล่อนต้องร้องห๋า!?

ไม่ห๋าสิ ข้าสั่งแล้วนะ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องไปคืนคำ โอมาวเดินนำออกไปอย่างเสียไม่ได้ ใครเค้าพูดกันนะว่าท่านซามิลราเรียบร้อย น่ารัก ออกจะเจ้าเล่ห์จะตาย

เฮ้อ~ เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกออกเดินต่อไปยังจุดหมาย แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ซามิลราหยุดยืนอยู่หน้าประตูเมื่อมาถึงแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่มียามเฝ้าแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ยกมือขึ้นเตรียมเคาะ

เจ้ากำลังจะบอกว่าซามิลรารักข้าแล้วสินะ เสียงที่เล็ดรอดออกมาเบาๆ แต่ก็เกินพอที่จะให้เขาได้ยิน ร่างบางหยุดขยับเข้าไปฟังให้ชัดขึ้นกว่าเดิม

ถูกต้อง เอ่อ... คู่สนทนาทำท่าอิดออดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

มีอะไร

แล้วท่านรักองค์ชายซามิลราบ้างไหม? เสียงหัวใจของเด็กหนุ่มแทบจะเต้นออกมานอกอก เขากำลังกลัว

เจ้าคิดว่าไงล่ะ คนอย่างข้า หึ หึ มันก็สนุกดีนะกับการทำตัวแสนดีเล่นบทคนรักแบบนี้น่ะ

ท่านพ่อ! หมายความว่าท่านไม่ได้รัก.. หยุดพูดเมื่อมือแกร่งนั้นบีบเข้าที่ปลายคาง

ยัง..ยังก่อน ข้ายังสนุกได้ไม่เท่าไหร่เลย อย่าอย่าได้พูดเสียงดังไป ข้ายังอยากจะให้ชายาของข้าอยู่ในความฝันที่แสนหวานอีกนิดแล้วค่อยบีบให้ทรมาณทีละน้อยๆ ชาเรล เสียงดังบริเวณหน้าประตูเรียกให้ทั้งร่างสูงและชาเรลหันควับไป ชายหนุ่มรีบเดินไปทันมองร่างๆ หนึ่งที่แสนจะคุ้นตาวิ่งหายลับไป รอยยิ้มที่แสนโหดเหี้ยมที่มุมปากปรากฏขึ้น

ท่านพ่อ ใครหรือ? ชาเรลเดินเข้าไปใกล้ ชาเซนานก็หันกลับมายิ้ม หากความเยือกเย็นที่ใบหน้าคมก็ยังไม่หมดไป ไม่มีอะไรหรอก เด็กหนุ่มเกร็งผวาขึ้น เขาอยากจะช่วยท่านซามิลราแม้เพียงสักนิดก็ยังดี แต่คงจะสาย สายเกินไปเสียแล้ว

เมื่อกี้มันอะไรกัน เขาต้องหูฝาดไปแน่ๆ เรื่องเมื่อกี้มันอะไรกัน ท่านชาเซนาน? ชาเรล? พ่อ ลูก ไม่ ต้องไม่ใช่แบบนี้ ซามิลราวิ่งไปสุดกำลังไม่รู้ตัวเลยว่ากลับเข้ามาที่ห้องนอนตั้งแต่เมื่อไหร่

น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดตั้งแต่เมื่อบ่ายยังไม่หมดไป เขาร้องไห้ซะจนไม่มีเหลือแล้ว แตกไปหมดแล้วสำหรับใจดวงนี้อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็นแค่ฝันตื่นขึ้นมาก็คงจะพบกับความใบหน้าที่อ่อนโยนที่มองเพียงเขาคนเดียวอีกครั้ง แต่มันเป็นความจริง ความจริงที่แสนจะโหดร้าย

ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ วันที่ชาวเมืองทุกคนรอคอย งานวันอภิเษกสมรสที่ใช้เวลาเตรียมการนานถึง 3 อาทิตย์ หากสุลตาน่าของพวกเขาก็ยังคงจมอยู่กับเศร้า ไม่พูดไม่จา แทบจะไม่แตะต้องอาหารเลยสักนิด ร้อนใจไปถึงโอมาวที่จนต้องไปเรียนกราบทูลท่านชาเซนนาน หากแต่คำตอบกลับทำให้ร้อนใจยิ่งกว่าเดิม นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะเมื่อวันนั้นที่ห้องทรงอักษรนั่น

เจ้าชาย ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเถิดเพคะ เดี๋ยวจะสายไม่ทันฤกษ์ โอมาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางยังคงไม่ขยับไปไหนตั้งแต่ตื่นขึ้นมา

ฤกษ์?

เพคะ วันนี้คือวันที่ท่านและองค์สุลต่านจะเป็นทองแผ่นเดียวกันไงเพคะ ทรงลืมแล้วหรือ?

นั่นสิ งานแต่งงานของข้านี่เอง เขาลุกขึ้นเดินออกไปง่ายๆ ไม่ต้องมีการบังคับหรืออ้อนวอนเหมือนวันก่อนๆ

พิธีเป็นไปอย่างหรูหราอลังการ เจ้าชายซามิลราที่จะขึ้นตำแหน่งเป็นสุลตาน่าในวันนี้นั้นช่างงามจนหาที่เปรียบไม่ได้ ชุดผ้าไหมสีทองกรุยกรายพร้อมผ้าคลุมที่ใส่สวมทับในสีเดียวกัน มงกุฏใหญ่ทองคำแท้ที่ด้านล่างมีสายห้อยระโยงระยางอยู่ช่วยขับใบหน้าสวยนั่นให้มีสเห่น์ยิ่งขึ้น

เหล่าผู้นำจากต่างเมือง ต่างแคว้นแล้วพร้อมใจกันมาร่วมสรรเสริญยินดี เสียงหัวเราะเฮฮาไม่ขาดสาย ประชาชนต่างพร้อมใจกับหยุดงานมาร่วมยินดีกันในครั้งนี้ ฝุ่นสีต่างๆ มากมายทั้งชมพู เหลือง แดงต่างถูกโปรยปรายไปทั้งทั้งสารทิศ นักเล่านิทาน นักทำนายต่างออกมาแสดงความสามารถในงานฉลองยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ความสนุกนั้นเลยมาจนถึงพลบค่ำ ตลอดวันนี้ซามิลราไม่ได้พูดอะไรหรือแสดงกิริยาใดๆ ออกมา ได้แต่เงียบยอมรับอย่างสงบโดยปกติท่านเป็นคนที่มีความเศร้าในแววตากอปรกับความไม่พูดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้วทุกคนจึงไม่มีใครทักหรือแสดงอาการผิดสังเกตใดๆ ยกเว้นเสียแต่คามีล ชาเรล โอมาวซึ่งเป็นคนสนิทจริงๆ เท่านั้น

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดชาเรล คามีลพูดกับเด็กหนุ่มที่ชะเง้อมอง ซามิลราบนบังลังค์

ข้า ถ้าวันนั้นข้าไม่ไปพูดกับท่านพ่อ ไม่แน่ ไม่แน่ว่าตอนนี้เจ้าชายอาจจะนั่งหัวเราะอยู่ก็เป็นได้

ชายหนุ่มโอบไหล่บางเข้ามาใกล้ ไม่หรอก ช้าเร็วยังไงก็ต้องรู้ ดีเสียอีกที่ได้รู้ตอนนี้ ดีกว่าที่จะมาเสียใจภายหลังนะ เขาปลอบขณะทอดสายตามองไปยังที่เดียวกับคนในอ้อมแขน

ซามิลรามองสบลงมาพอดี คามีลท่านพ่อ เขาเลื่อนสายตาไปมองฮาหมัดที่กำลังยิ้มเศร้าๆ อย่างคนที่เข้าใจเรื่องทั้งหมด ชาเซนานดึงรางบางนั้นเข้ามาโอบเอวแล้วก้มลงระดมจูบไปทั่วใบหน้าสวยที่โผล่พ้นผ้าคลุมออกมาเรียกเสียงเฮได้ไม่น้อย ซามิลราดิ้นรนขัดขืน

อยู่นิ่งๆ ถ้ายังอยากรักษาชีวิตไว้ตอนนี้ เขากล่าวเบาๆ พอได้ยินกันสองคน

ร่างบางก้มงุดลงไม่กล้าสบตา หยาดน้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นคลอไป เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งน้ำเสียงและการกระทำที่อ่อนโยนนั้นกลับปฏิบัติกับเขาเหมือนกับโสเภณีข้างถนน

เสียงนกร้องฟังดูวังเวงดังขึ้นเสียดแทงใจเขาในตอนนี้ ร่างระหงส์เข้ามานั่งในห้องหอกว้างที่มีรูปแบบการจัดแต่งคล้ายที่เดิมของเขาแต่สวยงามกว่าเพราะลายน้ำที่ต้องแสงจันทร์แล้วส่องกระทบเป็นเงาพลิ้วไหวไปมาทั่วห้อง

เป็นอะไรไปซามิลรา มือแกร่งลูบเข้าที่ไรผมดำขลับ ตอนนี้มีเพียงเขาและร่างสวยตรงหน้าเท่านั้น กลัวอะไรกัน? ไม่เอาน่าข้าจะถนอมเจ้าอย่างดี เชื่อสิ น้ำเสียงเย็นยะเยือกไปถึงหัวใจ ซามิลรากระเถิบหนีไปสุดเตียง

ทำไม เขาสะอื้นไห้ออกมา

คิ้วคมโก่งขึ้นเป็นเชิงถามขณะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ทำไม?

ทำไมถึงต้องทำกับข้าแบบนี้ ไม่รักข้าแล้วทำไมถึงมาขอแต่ง ทำไมต้องมาทำดีให้ข้ารัก ข้าหลง ยกมือดันอกกว้างที่ทับลงมา หันใบหน้าหลบริมฝีปากที่ระดมจูบ

มือแกร่งเลื่อนเข้าปลดผ้าคาดเอวบางออก ซามิลราข้ารักเจ้า หยุดยิ้ม จะให้พูดแบบนี้สินะ

ร่างบางน้ำตาหยดลงทันทีแล้วก็ต้องตะโกนสุดเสียง เสื้อผ้าเขาหลุดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ซอกคอหอมกรุ่นถูกลิ้มลองครั้งแล้วครั้งเล่า มือหนาเลื่อนสัมผัสผิวกายเนียนนุ่มนั้นอย่างพอใจ ถอนหายใจเมื่อเด็กหนุ่มยังไม่ยอมหยุดร้องง่ายๆ

จริงๆ เลยนะ เวลาแบบนี้ใครเค้ามานั่งร้องไห้กัน เอาเถอะข้าจะบอกให้เอาบุญ ร่างสูงลุกขึ้นมานั่งข้างๆ หากมือก็ยังคงลูบไล้อยู่ไม่หยุด

เจ้าอยากรู้อะไร

ท่านทำแบบนี้กับข้าทำไม

ชายหนุ่มหยุดการกระทำทั้งหมด เพราะข้า เกลียด เจ้ายังไงล่ะ เจ้าพรากคนที่ข้ารักที่สุดไป ซามิลราหัวใจแทบสลาย เกลียดอย่างงั้นเหรอ

คนที่ท่านรักมากที่สุด พะเพราะอย่างงั้น ท่านถึงได้มาแกล้ง สร้างฝันแสนหวานกับข้าแล้วก็เป็นฝ่ายขยี้ทิ้งกับมือสินะ ก้อนสะอื้นจุกเข้าที่คอ

ฝ่ามือแกร่งเข้าตะครุบแก้มเนียนดึงให้ใบหน้าสวยเข้าไปใกล้ ใช่เกลียด จนอยากจะฆ่า รู้ไว้ซะ เจ้ามันก็แค่ตุ๊กตาแสนสวยตัวหนึ่งที่ข้าจะเฉดหัวทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ กระชากศีรษะเล็กที่หันออกเข้ามา ริมฝีปากเรียวประกบเข้าจูบอย่างร้อนแรง

ซามิลราดิ้นรนตะเกียดตะกายหนีทันที ไม่! ใครก็ได้ ช่วยเขาด้วย ชายหนุ่มใช้มือเพียงข้าเดียวลากข้อมือร่างบางให้กลับมาที่เดิม

ฤทธิ์มากจริงนะ จับข้อมือทั้งสองข้างของซามิลราไขว้หลังเอื้อมแขนไปหยิบอะไรบางอย่าง ซามิลราตาเบิกโพลง ผ้าผืนนั้น! ชาเซนานยิ้มเยือกใช้ผ้านั่นผูกมัดมือเล็กไว้ไม่ให้หลุด

ทีนี้คงสิ้นฤทธิ์แล้วนะ ทว่าเขาคิดผิด ซามิลราอาศัยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ถีบชายหนุ่มจนเซไปเล็กน้อย ชาเซนานโมโหจัดขยับกระชากร่างบางเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เจ้ากำลังทำให้ข้าโกรธนะ โกรธอย่างถึงที่สุดด้วย ตอนแรกเขากะจะเมตตาในครั้งแรกของเด็กหนุ่มแต่ตอนนี้ไม่มีคำนั้นอยู่ในสมองเขาอีกแล้ว

พลั่ก! ซามิลราร่วงผล่อยลงกับเตียงทันที ชายหนุ่มชกเข้าที่ท้องอย่างแรงจนเขาจุก จะลุกก็ลุกไม่ได้เพราะมือที่ถูกไขว้และขาที่ถูกทาบทับอยู่

จำไว้เป็นบทเรียน อย่าได้ขัดใจข้า เขาก้มลงสูดความหอมหอมของผิวกายแรกรุ่น สัมผัสหนักเน้นรอย ในตอนนี้ร่างข้างใต้เขาไม่มีอาการต่อต้านอีกต่อไปแล้ว

ชาเรลคือใคร? คำถามเบาๆ จากเด็กหนุ่มที่หลับตาแน่น ชายหนุ่มชะงักมือที่ลูบสะโพกนุ่มเล็กน้อย เจ้าก็รู้ดีนี่

แตกออกไปแล้ว ใจเขานั้นแตกออกไปแล้ว ไม่เหลืออีกแล้ว หยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้มเรื่อยๆ สิ่งที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือนอนนิ่งๆ ริมฝีปากเรียวจูบไล้ไปทั่วตั้งแต่หน้าผาก ปลายคาง ซอกคอ เรื่อยไล้จนมาถึงยอดอกสีชมพูที่ตึงแข็ง ขบกัดละเลียดเลียเบาๆ เลื่อนมือที่กำลังสำรวจผิวกายบังคับให้เด็กหนุ่มเผยอริมฝีปาก ลิ้นนุ่มสอดแทรกเข้าไป การกระทำต่างๆ นั้นล้วนหยาบคายและรุนแรงเกินกว่าที่ซามิลราจะรับได้ ตอนนี้เขาแทบจะบอกได้เลยว่าไม่ได้มีอารมณ์ตามคนตรงหน้าเลยสักนิด

เวลาผ่านไปนาน ร่างสูงก็ยังคงจูบไล้สร้างรอยไปทั่วโดย ชะ..ชาเซนาน ได้โปรดเถอะ อย่า.. เสียงใสสะอื้น เมื่อลิ้นอุ่นลากผ่านไปโดยขณะที่มือหนานั่นก็ยังไม่หยุดเค้นคลึงยอดอกสีชมพูที่ถูกขบเสียจนช้ำ

ซามิลรา ชาเซนานเอื้อมมือไปปลดผ้าที่มัดมือบางอยู่ออกมา ดันร่างบางให้เลื่อนลงไปที่ส่วนกลางลำตัวของตน เอาสิ เจ้าน่าจะรู้หน้าที่นะ

แต่ข้าไม่เคย ซามิลราพยายามจะชักกลับ

ไม่เคยก็ต้องฝึก! อย่าลืมว่าเจ้าคือที่ระบายอารมณ์ของข้า ทุกอย่างที่ข้าสั่ง เจ้าต้องทำ! ร่างสูงตะคอก ใช่สินะ เขามันแค่นางบำเรอ เมื่อคิดได้ดังนั้น เด็กหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับตัวลงทำตามจากประสบการณ์ที่เคยโดนเมื่อครู่เป็นครู

ลึกกว่านี้ซามิล..รา ชายหนุ่มหอบหายใจ เขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ร่างสูงพลิกเด็กหนุ่มให้ลงไปอยู่ข้างใต้สอดใส่เข้าอย่างรวดเร็วไม่มีการเบิกทาง ซามิลราแผดร้องไม่เกรงใคร

มือบางผลักแผ่นอกกว้างสุดกำลัง เจ็บร้าวไปหมดทั้งสะโพกหากชายหนุ่มกลับยิ่งเพิ่มความแรงขึ้นอีกตามความต้องการ

ไม่!! ข้าเจ็บ! ไม่! เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนเป็นถอยหนีแทน มือแกร่งรั้งสะโพกแน่นเมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังทำอะไร กัดฟันกรอดถอนตัวออก ซามิลราถอนใจโล่งอกแล้วก็กรีดร้องลั่นเมื่อเขาสอดใส่มาจนมิด กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านเข้าไปในตัวมากจนล้นออกมาเลอะเตียง

ชายหนุ่มล้มตัวลงหอบข้างซอกคอเนียนขณะที่เด็กหนุ่มก็ยังไม่หยุดร้องไห้ หึข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เอาเจ้ามาเป็นชายา ชาเซนานลุกขึ้นมองร่างที่เต็มไปด้วยรอยช้ำด้วยความภาคภูมิใจ

เป็นอะไร แค่นี้ต้องร้องไห้เชียว? บอกไว้ก่อนนะว่ามันไม่จบแค่นี้แน่

..ท่าน! เสียงเงียบหายไปเมื่อชายหนุ่มจูบเข้าอีกครั้ง มือแกร่งเลื่อนลงสัมผัสรอยแผลนั่นว่าหนักขนาดไหนแล้วก็ต้องทำหน้าเหยเก

ไม่น่าใจร้อนเลย.. เขาบ่นเบาๆ กับตัวเอง แต่เอาเถอะแผลแค่นี่ไม่ถึงตายหรอก บทรักที่ร้อนแรงเริ่มขึ้นอีกครั้ง เสียงครวญครางของทั้งเด็กหนุ่มดังขึ้นตลอดเวลาสลับกับเสียงทุ้มบ้างในบางครั้ง คืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก

ตอนที่ 7

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าแยงเข้าตาปลุกร่างเพรียวให้ตื่นขึ้น มือเล็กขยับสัมผัสที่นอนคนข้างๆ ชายหนุ่มไปแล้ว เมื่อคืนนี้เขาทำลงไปได้อย่างไรหนำซ้ำยังมิใช่แค่ครั้งเดียว ริมฝีปากนุ่มขบกัดเป็นรอยช้ำตั้งแต่เมื่อคืนเม้มเข้าเมื่อนึกถึงคำพูดของชายหนุ่ม นั่นสิเขาจะต้องมาแคร์อะไรอีกในเมื่อเขาเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาระบายอารมณ์ตัวหนึ่ง

บทสรุปที่น่ากลัว ทบนบกั้นน้ำตาพังทลายลงทันที ทุกอย่าง...ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การเสแสร้ง นี่สิความจริง ตอนนี้เขาตื่นแล้วสินะ ตื่นจากฝันอันแสนหวานมาสู่แล้วแห่งความจริง อยากจะฆ่าตัวตายเพื่อพ้นชะตากรรมนี้ไปซะก็ไม่ได้ จะหลีกหนีทิ้งไปก็ไม่มีทาง เขารักรักคนๆ นี้มากเกินไป

นับตั้งแต่นี้ไปเขาจะถูกย้ายมายังห้องหอตำหนักในสุดซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเฉพาะ ข้าทาสมากมายที่เห็นเป็นผู้ชายก็หาได้แท้ไม่ ทั้งหมดจะต้องผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีเพื่อกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่พึงประสงค์ขึ้น

เตียงนอนใหญ่ยับยู่ยี่ เศษเลือดและร่อยรอยที่แสดงถึงเหตุการณ์เมื่อคืนยังปรากฏอยู่ชัดเจน ซามิลราลุกขึ้นนั่งมองด้วยความสังเวชผ่านไปยังท้องฟ้าสีคราม

ใบหน้าสวยตวัดกลับมามองเมื่อมีคนเข้ามา ชายหนุ่มตรงดิ่งลงไปนั่งข้างร่างบางที่ก้มหน้าไม่สบตาส่วนมือก็กุมผ้าห่มแน่น

ชาเซนานจับกระชากเส้นผมนุ่ม มองตาข้า!

อย่าข้าเจ็บ

รอยยิ้มหยันประดับบนใบหน้าคม เจ็บ? แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ข้าเคยเจอ ซามิลรา มือแกร่งเหวี่ยงร่างบางให้ลงไปนอนที่เตียงอย่างแรง

ไปอาบน้ำซะ วันนี้พวกตาแก่นั่นจะมาอวยพรยินดี เขาพูดจบก็ก้าวออกไปไม่ใยดีพลันปลายเท้าก็ไปสะดุดเข้ากับผ้าผืนหนึ่ง เลื่อนมือลงไปหยิบขึ้นมาดูให้แน่ใจก่อนโยนให้คนบนเตียง

ใส่ซะไม่งั้นจะซื้อมาเสียของเปล่าๆ ยังไงชาเซนานที่แสนดีของเจ้าก็อุตส่าห์ซื้อมาให้ทั้งที หัวเราะเสียงเย็นขณะเดินออกไป ซามิลราดึงผ้าผืนนั้นออกจากหัวตน ทนเขาต้องทน นึกถึงคำพูดของนักทำนายลึกลับนั่น ใช่ต้องทนนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้

ท่านซามิลรา หญิงสาวหน้าซีดเผือด องค์ชายเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ใบหน้านั่น นัยน์ตานั่น เหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แล้วยังเศษเสื้อผ้าที่ดูยังไงก็ไม่ใช่การถอดออกดีๆ แน่ นางกลืนน้ำลายอึก ขอให้สิ่งที่นางคิดไม่เป็นความจริงด้วยเถิด

อาบน้ำเถอะเพคะดูท่าจะเหนียวตัวเต็มแก่แล้ว หล่อนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ซามิลราค่อยๆ ขยับลงจากเตียงโดยมีนางช่วยพยุง ขบกัดริมฝีปากทุกย่างก้าว

ooooooooooooooooooooo

เวลาใกล้เที่ยงผู้คนมากมายต่างเริ่มทยอยกันออกมาซื้อของ ตลาดใหญ่แห่งนี้มีทุกอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นของสด ของแห้ง เครื่องใช้ เครื่องประดับ หรือแม้แต่เสื้อผ้า

ชายคนหนึ่งเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์มองรอบทางไปเรื่อยๆ หากจู่ๆ ก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาประกบ งานคราวนี้ลอบสังหารคหบดีใหญ่แคว้นอัลลัลคาวา คนมาใหม่กระซิบเบาๆ

ค่าตอบแทน? ชายคนเดิมตอบกลับระดับเสียงเดียวกัน

3 พันเหรียญ รายละเอียดทุกอย่างอยู่ในนี้ เขายื่นถุงผ้าสีดำให้แล้วเดินจากหายไปท่ามกลางฝูงชน ชายคนเดิมยักไหล่เดินทอดน่องต่อไปเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

อาหารง่ายๆ พร่องลงไปมากแล้วจากฝีมือของชายหนุ่ม กระดาษในถุงเมื่อที่ได้รับเมื่อตอนกลางวันถูกคลี่ออกอ่าน

อัลลัลคาวาเชียวเหรอ ไกลเอาการนะเนี่ย เกาครางแกรกเมื่อรู้รายละเอียดภายใน นึกถึงระยะทางแล้วเซ็งแต่เอาวะเงินมันสูงนี่หว่าทำไงได้

ร่างสูงรีบจัดการของตรงหน้าให้หมดแล้วเก็บข้าวของใส่หลังม้า กระโดดคร่อมแตะกระทุ้งเบาๆ เป็นการบอกให้ออกวิ่ง ฝุ่นทรายกระจายตลบอบอวนไปทั่วตามฝีเท้าที่เริ่มจะเร็วขึ้นจากที่นี่ถึงอัลลัลคาวานั้นต้องใช้เวลาร่วมอาทิตย์ เขารีบๆ ออกซะตอนนี้ดีกว่า พรุ่งนี้เช้าจะได้แวะเข้าไคโรที่เป็นทางผ่านหาอะไรกิน

ooooooooooooooooooooo

เสียงครวญครางบนเตียงหยุดลง ร่างบางนอนคว่ำหอบระรัวจากกิจกรรมที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ชายหนุ่มข้างกายไม่ยอมให้เสียเวลาฉุดแขนเด็กหนุ่มให้ขึ้นมานั่งบนตัก ร่างทั้งร่างของซามิลราแดงเถือกเพราะความครุกรุ่นของอารมณ์ที่ยังไม่หมดไป เขาค่อยๆ ขยับลงหาช่องทางที่เหมาะสมอย่างรู้หน้าที่ เปลวเพลิงแห่งตัณหากำลังลุกโชติช่วงเผาผลาญคนตรงหน้าอีกครั้ง

เสียงน้ำเปลือกตาบางลืมขึ้น เขาสลบไปหรือนี่ ครั้นจะขยับตัวก็เจ็บร้าวไปหมดจนต้องยอมแพ้นอนนิ่งๆ 4 เดือนแล้วสินะกับความทรมาณ นับเป็น 4 เดือนที่ชายหนุ่มตักตวงความสุขจากร่างกายเขาได้อย่างคุ้มค่า ไม่มีเลยสักวันที่คนๆ นี้จะไม่มาร่วมหลับนอนด้วย

ความเศร้าเคลื่อนเข้ามาในหัวใจ น้ำตารื้อขึ้นมาอีกครั้ง เขาร้องไห้มาทุกวันจนจะไม่เหลือน้ำตาอยู่แล้ว เจ็บไปหมดทั้งตัวและหัวใจ แต่เมื่ออยู่ในอ้อมกอดนั้นเขาก็เหมือนคนไม่ได้สติยอมทำตามที่ชายหนุ่มว่าทุกอย่าง

นางกำนัลประมาณ 3-4 คนเดินออกมาจากห้องข้างๆ หลังเสร็จหน้าที่ ชายหนุ่มในชุดเต็มยศก้าวออกมาเป็นคนสุดท้าย สายตาตวัดไปมองร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นแล้ว เขาเข้าไปใกล้ช้อนใบหน้าเนียนให้หันมา ลิ้นอุ่นควานเข้าไปตักตวงอยู่นานจนพอใจ เด็กหนุ่มสำลักไอทันทีที่ถอนออก ความหวาดหวั่นแสดงออกมาชัดเจนจนชาเซนานสังเกตเห็น

ทำไม หรือว่ากลัว? ไม่เอาน่าเมื่อคืนเรายังสนุกกันอยู่เลยนี่ มือแกร่งช้อนคางมนขึ้นเยาะเย้ยหนักยิ้มเหี้ยมกดร่างบางลงชิดกับที่นอนหนา

ซามิลราขบฟันแน่น มืออุ่นเริ่มที่ควรจะเป็นเคลื่อนที่ลงมายังส่วนล่างด้วยความร้อนแรงจนเขาเผยอส่งเสียงครางเป็นบางครั้ง มือเล็กสั่นระริกกอดแผ่นหลังกว้างอัตโนมัติ

เด็กหนุ่มกรีดร้องลั่นเมื่อพุ่งถึงขีดสุด ชาเซนานหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นมองผลงานของตัวเอง ระเรียดลิ้นออกเลีย เจ้านี่ยอดจริงๆ เลยนะรู้ตัวไหม สมแล้วที่ข้าอุตส่าห์ยกตำแหน่งนางบำเรอที่มีเกียรติที่สุดให้

ใบหน้าสวยสะบัดหนีไม่กล้ามองแต่ร่างสูงก็บังคับให้หันกลับ เลียซะ เขายืนมือเข้าชิดริมฝีปากนุ่ม เด็กหนุ่มเงียบไปสักพักก่อนจะค่อยๆ ปฏิบัติตาม

ชาเซนานมองเหยียดดึงมือกลับหัวเราะเสียงเย็นเดินออกไปทิ้งให้เด็กหนุ่มอยู่ในห้องคนเดียวเพียงลำพัง ซามิลรายกมือจับขอบตาที่ร้อนผ่าวหากแต่ไม่มีน้ำตา หมดไปแล้วสินะ ทุกอย่างมันจบลงแล้ว เขาจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

มีดสั้นขนาดเล็กที่เขาแอบเก็บไว้ป้องกันตัวถูกชักออกจากฝัก ซามิลราสูดลมหายใจ นึกถึงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ท่านพ่อ ท่านแม่ คามีล โอมาว ทุกๆ คน ข้าขอโทษ! เลือดสีแดงไหลทะลักออกทันที ภาพทุกอย่างพร่ามัว สิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้ได้คือเสียงกรีดร้องของนางกำนัลคนสนิท

ใครกันน่ะ ใครกันที่กำลังร้องไห้อยู่ หยุดเถอะอย่าร้องไห้เพื่อคนที่ไร้ค่าเช่นเขาเลย เด็กหนุ่มเดินตามที่มาไปเรื่อยๆ จนเจอมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจเล็กน้อยแล้วยิ้มออก นั่นสิจะมีใครมาหลั่งน้ำตาให้เขานอกจากตัวเขาเอง

สิ่งที่ซามิลราเห็นอยู่คนขณะนี้คือร่างของตัวเองในสมัยอายุประมาณ 10 ขวบกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาเดินเข้าไปไกล้ยิ่งขึ้นจนใบหน้าพิมพ์เดียวกันแต่อ่อนเยาว์กว่าหันมา ใครน่ะ!

ซามิลราทอดมองอ่อนโยน หยุดร้องไห้เถอะ เด็กน้อย

นัยน์ตากลมโตจ้องตอบ ว่าเค้าแล้วทีตัวเองล่ะทำไมไม่หยุด ซามิลราสะดุดกึกขยับมือจับผิวแก้ม น้ำตา!

ปะ เปล่านี่ไม่ใช่มันเป็นแค่..

ไม่ต้องมาโกหกเห็นอยู่ชัดๆ ว่าร้อง นี่จะบอกอะไรดีๆ ให้ ถ้ามีเรื่องอะไรอัดอั้นนะตะโกนร้องออกมาเลยไม่ต้องอายใครมันจะได้สบายใจ เสียงใสพูดแจ้วๆ ตอนนี้เขาหยุดร้องแล้วแต่คนๆ นี้ยัง

ข้าไม่ได้โกหก ข้าไม่ได้ ซามิลราสะอื้นฮักกอดร่างตัวเองตอนเด็กไว้แน่น

มือเล็กเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูกสักพักแล้วโอบตอบ อืมคามีลเคยบอกข้าว่าถ้ามันมีเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้เราทุกข์จงอดทนแล้วทุกอย่างจะผ่านเลยไป เชื่อสิ คามีลไม่เคยพูดอะไรผิดเลยนะ

เจ้าชอบเขาเหรอ?

เด็กชายยิ้มเขินๆ อื้มชอบมากเลย

แล้วถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้รักเจ้าก็ยังจะชอบเขาเหรอ เด็กชายแม้จะงงๆ กับคำถามอยู่บ้างก็ผงกหัวรับ ซามิลรายิ้มให้กับคนในอ้อมกอด นั่นสินะไม่ว่ายังไงเขาก็ยังรักชาเซนานอยู่ดี

ขอบใจนะ ร่างเล็กหัวเราะขำกับอารมณ์แปลกๆ ของคนๆ นี้ ไม่เป็นไร อืมว่าแต่ท่านชื่ออะไรเหรอ

เอ่อ..ข้า ยังไม่ทันได้พูดอะไรจู่ๆ ทุกอย่างก็สว่างโร่ ร่างบางแสบตา มองอะไรไม่เห็นจนต้องยกมือขึ้นบัง

องค์สุลต่าน! หมอหลวง! ท่านซามิลราฟื้นแล้วเพคะ!! ใครสักคนในห้องนั้นตะโกนเรียกคนทั้งสองที่กำลังยืนคุยหน้าเครียดกันอยู่ ซามิลรามองหมอหลวงที่เดินเข้าไปตรวจอาการแล้วหันไปพูดบางอย่างกับชาเซนานอยู่ ทำไม?! ก็เขาตายไปแล้วนี่

พวกเจ้าออกไปได้แล้ว! ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกรีบเจ้าละหวั่นกันกันออกไปทันที เดี๋ยว! พวกเจ้าทุกคนห้ามเอาเรื่องนี้ไปแพร่พรายเด็ดขาดไม่งั้น...คนรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ละคนมีอาการไม่แพ้กันคือกลืนน้ำลายอึก ใครจะไปกล้า รอจนบานประตูใหญ่นั่นปิดลงจึงหันกลับมามองคนบนเตียง

เข้าใจคิดวิธีดีนี่

ซามิลราพยายามลุกหนีแต่ยาชานั่นทำให้เขาขยับตัวไม่ค่อยได้ กลัวเขากำลังกลัวคนๆ นี้จับใจ

เป็นอะไรทีตอนทำไม่กลัวนี่ ทีตอนนี้มาทำเป็น หึ ดูท่าข้าจะใจดีกับเจ้าเกินไปสินะถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ ความเหี้ยมเกรียมฉายชัดในแววตา เด็กหนุ่มสั่นหัวไปมากระเถิบหนีสุดชีวิต

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 8

ชายหนุ่มในชุดรัดรูปทะมัดทะแมงสีดำเข้มวิ่งหลบเข้าไปหลังเสาเพื่อกำบังตัว สมแล้วจริงๆ ที่เป็นถึงที่ประทับขององค์สุลตาน่ามีทหารเดินตรวจตรากันอย่างหนาแน่นไม่น้อย เขารอจังหวะชั่วครู่กวาดมองรอบตัว ทหารชุดใหญ่นั่นหายไปแล้ว ขลุ่ยเล็กๆ ที่แขวนอยู่ที่คอถูกเป่าออก เสียงหวีดดังแทรกขึ้นหากกลับไม่มีใครได้ยิน

พรึ่บ ชายร่างกำยำ 2 คนชะงักมองออกไปยังพุ่มไม้ สำเร็จเสียงหวีดหนที่ 2 ดังขึ้น คราวนี้ในพงหญ้าข้างๆ สั่นไหวไปมาเหมือนมีคนกำลังพยายามหลบซ่อนตัว

ยามหน้าประตูทั้งคู่ปฏิบัติหน้าที่ทันที ร่างหนาวิ่งเข้าไปตะครุบหวังจับไอ้คนที่บังอาจบุกมาถึงตำหนักในให้ได้ อะไรกันวะ แค่นกฮูกนี่เอง ไอ้เราก็นึกว่าโจรที่ไหน ชายหนุ่มทั้งคู่เดินกลับมาเฝ้าหน้าประตูอย่างเดิมโดยที่รู้เลยสักนิดว่าได้มีผู้บุกรุกยามวิกาลแอบเล็ดลอดเข้าไปแล้ว

ภายในห้อง ชายหนุ่มเหลียวมองหาคนที่ต้องการ วันนี้ตอนที่เขารู้ข่าวจากชาเรลว่าท่านซามิลราฆ่าตัวตาย หัวใจของเขาก็แทบจะหล่นลงมา เขาอยากจะรู้ อยากจะช่วย แม้ว่ามันจะเป็นการพาหนีก็ตาม!

มือเรียวแหวกม่านลูกไม้หลายทบนั้นออกเดินเข้าไปเพื่อเดินเข้าไปอีกห้องที่อยู่ติดกัน สายตาพลันเห็นร่างของเด็กหนุ่มกำลังนั่งพิงเสาอยู่บนระเบียง ในมือนั้นกำสร้อยเส้นหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นไว้แน่น

ท่านซามิลรา ร่างบางหันไป ดวงตาเบิกโพลง คามีล!

เจ้าเจ้าเข้ามาได้ยังไงถ้ามีใครรู้

ชายหนุ่มมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยน ดูท่าท่านจะลืมไปแล้วสิว่าข้าคือใคร อดีตหัวหน้าองครักษ์ของท่านเชียวนะ เขายกมือขึ้นชี้ที่อกทำท่ามั่นใจ ซามิลราอมยิ้ม นั่นสินะ ใบหน้าคมเข้มขึ้น มือเรียวฉุดคนข้างๆ ให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

ท่านฆ่าตัวตายใช่ไหม? เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถาม

ทำไม? ซามิลรา ข้าคนนี้เคยพูดไว้ยังไง จงอดทนแล้วปัญหาทุกอย่างมันจะผ่านพ้นไปเองจำได้ไหม? เขากุมมือเล็กไว้แน่น

ซามิลราหัวเราะเบาๆ รู้ไหมว่ามีคนพูดแบบนี้ให้ข้าฟังมา 3 คนแล้ว

เอ๋?

เปล่า ไม่มีอะไร ซามิลราชักมือกลับ

ซามิลรา หนีไหม? เพียงแค่ท่านออกคำสั่ง

หนี!? เขาอุทานลั่น

ใช่หนี องค์ชายข้าไม่อยากให้ท่านต้องเจ็บ ไม่อยากให้ท่านต้องทำแบบนี้อีก ขอเพียงเอ่ย ทุกอย่างจะเรียบร้อย

เด็กหนุ่มสั่นหัวบอกปฏิเสธ ไม่ คามีล ตราบใดที่ข้ายังไม่ตายตำแหน่งชายาก็ยังเป็นของข้าและจะไม่มีวันตกเป็นของคนอื่น ข้าจะทน จะอดทนอดกลั้นทุกอย่างเพื่อให้สักวันหนึ่งเขาหันกลับมารักข้าบ้าง ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็หนีชาเซนานไม่พ้นหรอก ไม่ว่าจะทำยังไง สู้อดทนเพื่อเสี่ยงดั่งคำทำนายที่ชายลึกลับนั่นว่าไว้จะดีกว่า

คามีลมองความเด็ดเดี่ยวนั้นแล้วถอนหายใจเอื้อมมือเข้าที่ต้นคอระหงส์เพื่อจะรั้งศีรษะมนเข้ามาแนบกับบ่าหวังจะปลอบประโลมแต่ก็สะดุดกึกกับรอยนูนบางอย่าง นี่มัน! เขารีบพลิกดูทันที ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของชาเซนาน!

นิ้วเรียวจับมือของชายหนุ่มออก ตราประทับน่ะเครื่องยืนยันอย่างดีที่แสดงว่าข้าเป็นของเขาตลอดกาล

ตั้งแต่เมื่อไหร่!! คามีลบีบต้นแขนเล็กทั้งสองข้างแน่น ใครก็ได้บอกเขาทีว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่น

ขอบตาเด็กหนุ่มเริ่มร้อน ตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน หลังจากที่ข้าพยายามฆ่าตัวตาย ได้ยินเพียงแค่นั้นคามีลก็ใจแทบสลาย คนเพียงคนเดียวที่เฝ้าฟูมฟักดั่งอัญมณีเลอค่า เด็กน้อยตัวเล็กๆ ที่เดินตามเขาต้อยๆ ต้องเจ็บปวดเกินใจคนๆ จะรับได้ขนาดนี้ เพราะเขาเขาคนเดียว คามีลกอดคนตรงหน้าไว้แนบชิด

ซามิลรากระชับร่างตัวเองเข้ากับชายหนุ่มแน่นเข้า แม้จะไม่รู้ว่าคามีลพูดอะไรที่ข้างหู แต่เสียงนั่นก็อ่อนโยนราวกับจะช่วยแบกความทุกข์ของเขาลง

หยุดการกระทำของเจ้าเดี๋ยวนี้ ไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! เสียงกร้าวของทหารหนุ่มรูปร่างหนาสมส่วนหนึ่งในหลายคนที่กำลังเดินเข้ามาล้อมก่อนจะจับทั้งสองแยกจากกัน

ซามิลราหน้าซีดเผือดพอๆ กับคามีล นี่มันอะไรกัน

เจ้ากำลังหยามเกียรติข้ามากเลยรู้ไหม ซามิลรา กระแสเสียงทุ้มเข้มเย้ยหยันดังฝ่าวงล้อมทหารออกมา ชาเซนาน! คามีลอึ้งไปทันที ไหนชาเรลบอกว่าเขาไปราชการชายแดนตั้งแต่เมื่อวานกว่าจะกลับก็อีก 3 วันนี่นา ข้อสงสัยเป็นอันตกไปเมื่อเขาขยับตัวมองไปทางด้านหลังของร่างสูง

ชาเรลรีบหันหน้าไปทางอื่นไม่กล้าสบตา บัดนี้ชายหนุ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว นี่คือแผนที่แท้จริงของท่านซินะ ชาเซนาน!

ไม่!!! ซามิลรากรีดร้องลั่น คามีลรีบหันกลับไปมอง ซามิลรากำลังถูกชาเซนานตรึงคางบังคับให้แหงนหน้าขึ้นแล้วโรยผงบางอย่างลงที่นัยน์ตาคู่สวยนั่น ซามิลราดิ้นไปมาชั่วไม่กี่อึดใจก่อนจะสงบนิ่งลง

ชาเซนานปรายมองคามีลอย่างผู้มีชัย ทหาร! นำไอ้ชายชู้นี่ไปขัง ส่วนเจ้าซามิลราคนสวยเอาไปไว้ที่ไซโบ! คามีลแม้จะขัดขืนเต็มกำลังแต่ก็มิอาจสู้คนหมู่มากได้ ตอนนี้เขาทำได้เพียงมองร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกอุ้มหายออกไปเท่านั้น

เจ้าเลวมากชาเซนาน เขากัดริมฝีปาก สาบานได้เลยว่าเขาจะต้องแก้แค้นให้ได้

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วจับหน้าชายหนุ่มขึ้นมอง เลว? ตรงไหนกัน ข้าแค่ลงโทษตามกฎเท่านั้นมีส่วนใดจะมาว่าข้าได้

กฎมันมีก็ต่อเมื่อทำผิดจริงเท่านั้น ไม่ใช่ละครที่จัดฉากขึ้น!

ฉาก? มีอันไหนกันที่เรียกว่าฉาก เจ้าแอบเข้ามายังห้องนอนของข้านั่นคือเรื่องจริง เจ้ากอดชายาขอข้านั่นก็คือเรื่องจริง มีสิ่งใดที่เรียกว่าฉาก แววตาร่างสูงนั้นเย็นยะเยือก

เจ้าเล่นกับคนผิดแล้ว คามีล จำเอาไว้บทเรียนข้อที่หนึ่ง อย่าเล่นกับไฟ! ชายหนุ่มกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าเข้ามาจ้องลึกลงไปในดวงตา

เจ้าก็เช่นกัน ชาเรล ชาเซนานสะบัดผ้าคลุมเดินออกจากห้องไม่สนใจร่างโปร่งนั่นอีกต่อไป ทุกอย่างเงียบลงกลับไปสู่ปกติ คามีลถูกทหารพวกนั้นเอาไปคุมขังเรียบร้อย ส่วนซามิลราก็ถูกนำไปไว้ที่ไซโบรอวันพิพากษาเหลือเพียงแต่ชาเรลอยู่ในห้องที่เกิดเรื่องเมื่อครู่ขึ้นตามลำพัง

ตลอดมาเขายังคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไร แต่จากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาคิดได้ และตอนนี้เขาก็ตัดสินใจแล้ว! บทเรียนข้อที่สองสำหรับวันนี้นะท่านพ่อ อย่าไว้ใจแม้จะเป็นถึงลูกตัวเอง ใบหน้าเนียนที่เคยมีแค่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้น ไม่มีทางซะหรอกท่านพ่อ สิ่งที่ท่านคิดวางแผนไว้มันจะต้องไม่เป็นจริงทั้งหมดแน่ ตราบใดที่ยังมีเขาอยู่

ooooooooooooooooooooo

ข่าวเสื่อมเสียของซามิลรานั้นแพร่กระจายออกไปสู่ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันออกไปต่างๆ นาๆ บ้างก็ว่าเป็นข่าวลือ บ้างก็ว่ามันคือเรื่องจริงร้อนถึงบรรดาขุนนางในวังต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาไถ่ถามว่าความกันแต่เช้ามืด

พวกข้าไม่อยากจะเชื่อเลย มันช่างเป็นการกระทำที่หยามศักดิ์ศรีพระองค์เสียเหลือเกิน ขุนนางร่วมท้วมคนหนึ่งพูดขึ้นกับเหล่าผองเพื่อน

ใช่ ช่างเป็นการหมิ่นเกียรติจักรแห่งเฮรอนเสียจนไม่น่าให้อภัยหรือท่านว่าไง ชายชราหันไปขอความคิดเห็นคนข้างๆ

มันก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องจริงมิใช่เหรอ? จายาสตอบ ตราบใดที่ไม่ได้ฟังความจริงจากปากท่านชาเซนาน เขาก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

องค์สุลต่าน! ชายชราคนเดิมตะโกนเรียกเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาพร้อมมหาอุปราช ทั้งคู่มีสีหน้าที่เคร่งขรึมพอกัน

พวกเจ้าทั้งหมดคงได้ยินข่าวนั้นแล้วใช่ไหม? ชาเซนานถามเกริ่นนำ

พระองค์อย่าทรงบอกนะว่านั่นคือเรื่องจริง จายาสชักเริ่มไม่ค่อยแน่ใจจากสีหน้าของชายหนุ่มนั่น

มีข่าวลืออันใดที่ไม่มีมูล จายาส ร่างสูงหน้าซีด ไม่น่าเชื่อว่าคนที่น่ารัก เรียบร้อยแบบนั้นจะกล้าทำแบบนี้

แล้วพระองค์จะจัดการเช่นใด เสียงใครสักคนในนั้นกล่าวถาม

กฎมีไว้ตัดสิน เมื่อมีความผิดก็ต้องทำตามไม่เว้นแม้แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นชายา! ทั้งหมดหน้าถอดสีทันใด ประหาร! ถึงแม้นั่นจะเป็นโทษที่ไม่สมควรให้อภัยแต่จะประหารบุคคลที่เป็นถึงชายาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พวกเขากราบทูลขอราชทานลดหย่อนโทษลงแต่คำตอบที่ได้เพียงอย่างเดียวก็คือไม่

ถึงแม้ว่าเขาจะต้องฆ่าคนที่เคยรักที่สุดก็ตาม เพราะว่าไม่ได้ตัวมาแล้วเขาจะยอมให้คนอื่นแย่งชิงไปได้อย่างไร คามีลสิ่งที่เจ้าทำไว้กับข้านั่นเป็นดาบสองคมที่จะย้อนสนอง

การะประชุมเสร็จสิ้นลง ขุนนางแต่ละคนต่างร้อนกันเป็นไฟลนก้น โดยเฉพาะคณะที่เป็นฝ่ายเทียบเคียงซามิลราให้มาเป็นชายาของเมืองนี้ การประหารเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยง แล้วชะตากรรมของพวกเขาล่ะ จะแก้ตัวกับสุลต่านฮามัดว่ายังไง เดินเข้าไปหน้าชื่นแล้วบอกว่าท่านซามิลรากำลังถูกฆ่างั้นเหรอ ไม่มีทาง

จายาส เจ้าต้องจัดการเรื่องนี้นะ เพราะเจ้าเป็นคนเสนอชื่อท่านซามิลราเอง ปัดความรับผิดชอบกันเห็นๆ ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรนอกจากรับคำ คนเหล่านั้นจึงเดินจากไปอย่างสบายใจที่หาคนรับผิดชอบได้แล้ว

ได้ยินใช่ไหม? ชาเรล จายาสพูดขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง

เด็กหนุ่มก้าวออกมาจากที่กำบัง สมแล้วกับที่เป็นท่าน ขนาดข้าว่าแอบอยู่เงียบๆ แล้วเชียวนะ

จายาสหัวเราะเบาๆ ขยับมือโอบเอวผอมดึงร่างบางเข้ามา จูบเส้นผมนุ่มสูดความหอมอย่างแสนคิดถึง ก็มีใครเขาจะจำคนรักตัวเองไม่ได้มั่งหรือไม่จริง? ริมฝีปากหนาได้รูปสัมผัสผิวแก้มนุ่มคลอเคลีย

พอเถอะเดี๋ยวใครมาเห็น จายาสไหวไหล่ไม่ได้ว่าอะไรยอมปล่อยเด็กหนุ่มแต่โดยดี

แล้วจะทำยังไง ร่างเพรียวสมส่วนมองหน้าคนรักตน

มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำยังไง เขายักคิ้วทำท่าทะเล้น ชาเรลยิ้มเจ้าเล่ห์พอกัน ข้าว่าจะไปปล่อยนกปล่อยปลาทำบุญทำทานแถวนี้ซะหน่อย จะไปด้วยกันไหมล่ะ

จายาสยิ้มเข้าใจในความหมายแต่ก็บอกปัดคำชวนเพราะมีงานต้องทำอีก ระวังตัวนะชาเรล ค่าเงินของมันนะแพงเกินกว่าจะไปอาจเอื้อมเอาได้ง่ายๆ

ร่างเพรียวรับคำก่อนเดินจากไปส่วนชายหนุ่มก็หันกลังกลับเข้าท้องพระโรงเป็นทางลัดตัดไปยังห้องทำงานของตน

มืดมืดไปหมด เขามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เสียงน้ำ ไม่เสียงคนเดิน มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา ใครน่ะ! ชายหนุ่มตะโกนเรียกหากกลับมีมือหนึ่งมาปิดปากไว้

เงียบๆ สิเดี๋ยวเจ้าพวกนั้นก็แห่กันเข้ามาหรอก คามีลอึ้งไป เสียงนี้มัน ชาเรล! เจ้าทำไม ก็เจ้าเป็น

จะบอกว่าข้าเป็นคนบอกท่านพ่อล่ะสิ เด็กหนุ่มพยายามไขโซ่เหล็กที่มัดมือและเท้าชายหนุ่มออก

หรือมันไม่จริง

ถูกล่ะว่าที่บางเรื่องที่ท่านพ่อรู้นั้นเพราะข้า แต่เรื่องเมื่อวานมันไม่ใช่แผนของข้าหรอกนะ เขาปลดโซ่ตรวนชิ้นสุดท้ายออกอย่างยากเย็น คามีลจับข้อมือลูบไปมา หมายความว่าไง

อย่าลืมสิว่าหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง นี่คือวังของใคร ทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของท่านพ่อหมด มีหรือจะไม่รู้ ข้าเองก็ประมาทไป เรื่องมันก็เลยเป็นแบบนี้ เด็กหนุ่มค่อยๆ พยุงตัวคามีลขึ้น

เลยรับผิดชอบงั้นสิ

ส่วนนึงแต่ที่ข้าทำเพราะสัญญาที่เคยให้ไว้กับเจ้าไง คามีลทำหน้าไม่เข้าใจ

อะไรกันก็ที่บอกว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านซามิลราได้แม้แต่คนที่ท่านกำลังคิดน่ะ ยังไม่แก่สักหน่อยขี้ลืมจริง คามีลยิ้ม เด็กคนนี้บทจะเล่นก็เล่นจริงๆ บทจะเอาจริงก็คงจะเอาเรื่องน่าดู แล้วท่านซามิลราล่ะ

ชาเรลหยุดกึก ยัง ท่านพ่อเอาไปขังไว้ที่ไซโบ ข้ายังไม่สามารถไปได้ในวันนี้

ไซโบ? ร่างที่สูงกว่าผลักแขนที่ช่วยพยุงออกเพราะเริ่มจะก้าวขาได้มั่นแล้ว

ที่ขุมขังสำหรับสุลตาน่าและเหล่าสนมโดยเฉพาะน่ะ แน่นหนามากในเรื่องกำลังทหาร และที่สำคัญวันนี้ท่านพ่อจะเข้าไป ชาเรลเปิดประตูห้องขังยื่นหน้าออกไปดูลาดเลาก่อน ทั้งคู่วิ่งรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังต้นเสาใหญ่เมื่อมีนายทหารตรวจเวร 2 คนผ่านมา เด็กหนุ่มก้าวนำเมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้ว

ต้องไปทางลับ เขาวิ่งไปหยุดริมกำแพงหิน คามีลไม่สงสัยอีกต่อไปแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้เข้ามาได้ยังไง ทางลับงั้นเหรอ ทำได้แนบเนียนจริงๆ

เร็วเข้า ชาเรลทำอะไรซักอย่างกับกำแพงแถวๆนั้นให้เปิดแง้มออก ทั้งคู่วิ่งหายเข้าไปก่อนจะมีทหารเวรชุดต่อไปเดินมา

ตะเกียงไฟจากดอกไม้อะไรสักอย่างถูกงัดขึ้นจากย่ามของเด็กหนุ่มทันทีที่ประตูหินนั่นปิดลง นี่เป็นทางลับที่ใช้หนีเวลาเกิดสงครามตั้งแต่สมัยก่อนน่ะ ชาเรลแถลงข้อข้องใจเมื่อเห็นชายหนุ่มมองไปมา

เจ้ารู้ งั้นชาเซนานก็ต้องรู้ด้วยน่ะสิ ชาเรลพยักหน้า

ไม่ต้องกังวลหรอก ท่านพ่อไม่มีทางออกมาดักจับได้หรอกเพราะว่าวันนี้จายาสเค้านัดคุยเรื่องการรบทางชายแดน

เมื่อ 2 วันก่อนเจ้าก็บอกข้าแบบนี้ ร่างบางหัวเราะขำกับคำประชดของคนตรงหน้า นั่นสิ กล้าเชื่อใจข้าหรือเปล่าล่ะ

ไหล่ที่ดูจะกว้างกว่าไหวขึ้น ก็ตกหลุมมาด้วยกันแล้วนี่

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงก็มาถึงทางแยก เด็กหนุ่มชี้ให้เขาไปทางซ้ายส่วนตัวเองจะไปทางขวา เมื่อถามเหตุผลก็ได้ความว่าด้านซ้ายคือทางที่โผล่ไปทางหุบเขาห่างออกจากตัววังไปมาก ส่วนเขาก็ต้องรีบกลับวังเพราะเดี๋ยวจะผิดสังเกตที่เดินมาด้วยก็แค่จะมาส่งเท่านั้นเพราะความจริงไอ้การเดินเข้าไปในวังโดยใช้ทางลัดล่ะก็ใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มรับตะเกียงไฟมาถือกล่าวขอบใจแล้วทำท่าจะเดินจากไป คามีล ชายหนุ่มหันตัวกลับมาเล็กน้อย

อีก 2 วันไปพบท่านซามิลราที่บ้านของเฒ่าเย ถามชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครไม่รู้จักท่านแน่ ชายหนุ่มรับคำแล้วจึงออกเดินต่อ สีหน้าชาเรลเข้มขึ้น ต่อไปก็ของจริงแล้วสินะ ท่านซามิลรา อดทนเอาไว้ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้เขาจะต้องไปช่วยท่านออกมาแน่

ท้องฟ้าสลัวๆ สีฟ้าจางๆ แสดงออกว่าวันใหม่กำลังจะเข้ามาถึง เด็กหนุ่มร่างบางรีบวิ่งลัดเลาะเข้าไปยังตำหนักต้องห้ามสำหรับทุกคน เวรยามจัดเอาไว้ไม่หนาแน่นนักตามที่คิดจึงสามารถเข้าไปได้ง่าย

ชาเรลกัดฟันกรอดเมื่อเห็นชาเซนานยังอยู่ในห้องกับซามิลรา เขาคำนวณผิดไปหรือนี่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่ท่านพ่อจะอยู่ที่นี่ทั้งคืนแน่

เข้ามาสิชาเรล จะแอบอยู่ทำไม ร่างสูงเอ่ยไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าใคร เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นจำใจก้าวขาเดินออกจากที่กำบัง สมแล้วที่เป็นท่านพ่อ แต่ว่าก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อสายตามองไปเห็นร่างสวยที่คุ้นตานั่นนอนจมกองเลือดใกล้กับชายหนุ่ม

ท่านซามิลรา!!! เขาวิ่งเข้าไปกอดร่างนั้นขึ้น ลมหายใจยังคงมีอยู่เล็กน้อย ถอนหายใจเฮือกโล่งอก

ดูท่าเจ้าจะมาช้าไปก้าวนึงนะ แต่เอาเถอะ มาก็ดีแล้ว ข้ามีงานให้เจ้าทำ อาลี! ชายร่างกำยำเปิดประตูเดินเข้าไปย่อกายทำความเคารพ

ชาเรล เจ้ากับอาลีจงนำร่างที่ไร้ประโยชน์นี่ไปทิ้งกลางทะเล ชาเซนานดักทางเด็กหนุ่มออกหมด ถ้ามีเขาเพียงคนเดียวก็ไม่ยากเลยที่จะช่วยท่านซามิลราได้แต่นี่กลับสั่งให้ไปพร้อมกับอาลี องครักษ์ประจำตัวของท่านพ่ออีก

อย่าให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ ชาเรล อาลี ชาเซนานพูดจบก็หันตัวเดินออกไป

ท่านชาเรล เชิญ อาลีผายมือนำบังคับเด็กหนุ่มที่อุ้มร่างที่หายใจรวยรินขึ้นออกเดิน ชาเรลขบกัดริมฝีปากด้วยความแค้นจนช้ำไปหมด อีกเพียงนิดเดียวแท้ๆ ท่านซามิลราข้าขอโทษ

แสงแดดที่เริ่มจะแรงกล้าขึ้นเพิ่มอุณหภูมิของอากาศที่ทะเลทรายนี้ให้ร้อนระอุยิ่งขึ้น พวกเขาควบม้าออกมาจากพระราชวังพอสมควรเพื่อจงใจให้ห่างไกลจากผู้คนตามคำสั่งของร่างสูงนั่น

รีบไปเถอะองค์ชาย อาลีมองเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ วางร่างบอบบางที่ถูกทำแผลให้อย่างดีแล้วลง ท่านซามิลราได้โปรดเถอะ เทพเจ้าทั้งหลายได้โปรดช่วยท่านด้วย ขอให้ท่านมีชีวิตรอดด้วย

องค์ชาย อาลีเรียกเตือนเป็นครั้งที่สอง ชาเรลตัดใจหันหลังกลับออกเดินนำทิ้งให้ร่างบางนั้นนอนสลบอยู่เดียวดาย

ว๊าก!! เสียงตะโกนร้องลั่น ชายหนุ่มบนอานม้าตัวใหญ่รีบยกบังเหียนบังคับให้หยุดแทบไม่ทัน เกือบจะเหยียบเอาอะไรบางอย่างที่แน่นิ่งอยู่นั่นแล้วไหมล่ะ

เฮ้ย! คนนี่หว่า เขาก้มลงมอง ใครกันวะเสือกมาเลือกที่ตายเอาแถวนี้ ศพไม่สวยหรอกนะเฟ้ย ชายหนุ่มเอารองเท้าจิ้มๆ มีเพียงเสียงแผ่วเบาลอดออกจากริมฝีปากของร่างนั่นเท่านั้น

ยังไม่ตายแฮะ เอาไงดีวะเขามันก็ไม่ใช่คนดีขนาดจะช่วยคนตกทุกข์ได้อยากขนาดนั้นซะหน่อย ช่วยไม่ช่วยช่วยไม่ช่วย พิศมองใบหน้าสวยแล้วก็ต้องถอนใจ

เอาวะ เพราะวันนี้ข้าอารมณ์ดีหรอกนะ เขาช้อนเด็กหนุ่มขึ้นแล้วกระโดดเหยงเข้านั่งที่หลังม้าควบอาชาตัวโปรดจนฝุ่นคลุ้งหายไป ถือซะว่าทำบุญไถ่บาปที่เพิ่งไปฆ่าไอ้เศรษฐีเวรนั่นก็แล้วกัน

ค่ำแล้วคามีลชะเง้อหน้าออกนอกหน้าต่างมองหาคนที่ต้องการจะพบมากที่สุด ไม่ มันจะต้องไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ชาเรลต้องช่วยท่านซามิลราได้น่าเขาคิดเข้าข้างตัวเองแม้จะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ

ถ้าองค์ชายของเขาสามารถหนีออกมาได้จริงก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ว่าจะมาเอาป่านนี้ หลงทางน่าชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั่นออก

คามีล พ่อเฒ่าชราในมือกำกระดาษแผ่นเล็กๆ แผ่นหนึ่งไว้แน่น

ท่านชาเรลส่งข่าวมา เขายื่นให้ร่างโปร่งรับ มือเรียวสั่นระริกเมื่อเห็นข้อความในสารนั่น

ข้าเสียใจด้วย คามีลไม่ได้กล่าวอะไร ตอนนี้เขาต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวซะมากกว่าแล้วเหมือนว่าชายชรานั่นจะรู้ใจเขาขอตัวเดินออกเบาๆ

น้ำตาใสค่อยๆ ไหลลงอาบแก้มเนียน ภาพเด็กน้อยในความทรงจำผุดขึ้นวนเวียนไปมาในสมอง เขาเสียไปแล้ว คนเพียงคนเดียวที่อยากจะปกป้องไม่ให้แปดเปื้อน ไม่ให้ต้องเจ็บซ้ำ ท่านซามิลราไม่! มันยังไม่แน่ว่าพระองค์จะตายนี่! ชายหนุ่มคลี่กระดาษแผ่นเดิมที่ถูกขยำจนแทบอ่านไม่ออกนั้นดู กรูเกราจะต้องช่วยท่านได้แน่

ดีล่ะ นัยน์ตาประกายกร้าวขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคนนี้ก็จะไม่ยอมเสียองค์ชายตัวน้อยๆ ของเขาไปอีกแล้ว!!

คามีล เจ้าจะไปไหนน่ะ เย พ่อเฒ่าที่มีอายุมากที่สุดในแถบนี้เอ่ยถามชายหนุ่มที่สะพายย่ามเดินเข้ามาบอกลาตน

ตามหาท่านซามิลรา

แต่ว่าในจดหมาย

ข้ารู้ แต่ท่านชาเรลไม่ได้บอกว่าตายนี่

หรือ..หรือว่าเจ้าจะไปตามหา กลางทะเลทรายที่ร้อนระอุในตอนกลางวันและเย็นเข้ากระดูกในช่วงกลางคืนเนี่ยนะ คามีลค่อยๆ ผลักประตูให้เปิดออกแทนคำตอบ

ข้าสัญญาเอาไว้กับตัวเองแล้ว ท่านผู้เฒ่าไว้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องตามหาท่านซามิลราให้เจอ แม้จะเป็นเพียงแค่ศพก็ตาม

ooooooooooooooooooooo


edit @ 2007/07/22 20:42:07

2007/Jul/22

สวัสดีค่า หลังจากที่ได้อัพบลอคมา เอ่อ นานมาก เอาเป็นว่าเรามาอัพแล้วน้า เห็นเพื่อนๆ บอกว่าอยากอ่านนิยายเรื่องนี้กัน เราก็เลยเอามาสนอง 55 แต่บอกไว้ก่อน เรายังแต่งไม่จบนะจ๊ะ แล้วก็คงได้แค่นั้น -_- อ่านแล้วช่วยคอมเมนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ธรณีเพียงฟ้า....จันทราเพียงดิน

By viky

สายลมร้อนพัดเอาความฝุ่นละอองและเศษผงของเม็ดทรายให้กระจัดกระจายไปมาตามผืนดินที่แห้งผาก ท้องฟ้าสีคราม ก้อนเมฆสีขาว นัยน์ตางามเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย วันนี้แล้วสินะ

ขออภัย องค์ชายซามิลรา เสียงกล่าวขานนามของเขาดังขึ้นด้านหลังเรียกความสนใจ หากแต่ใบหน้าเนียนก็ยังมิมีอะไรเปลี่ยนแปลง มีอะไรงั้นรึ เส้นผมสีดำขลับปลิวไสวไปมาบนแผ่นหลังบางด้วยแรงลมที่เข้ามากระทบ ชายหนุ่มมองภาพเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความกล้ำกลืน

องค์สุลต่านเรียกพบพะยะค่ะ ริมฝีปากเรียวยิ้มบางๆ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนพูด ขอบใจ... เด็กหนุ่มลุกขึ้นก้าวเดิน

ซามิลรา พ่อขอร้องทำเพื่อแคว้นนี้เถอะนะ มือแกร่งเอื้อมเข้ากุม

ราชาแห่งอันลัลคาวาต้องการให้เจ้าไปเป็นชายา นั่นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วรู้ไหม?

นัยน์ตางามหลุบลงต่ำ แต่ข้า

พ่อรู้ หากเจ้าก็เข้าใจนี่ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะรักคนที่เขาไม่ได้รัก พ่อหวังดีกับลูกนะ แต่งงานซะ ซามิลรา เจ้าเป็นคนฉลาดคงไม่ต้องให้พ่ออธิบายอะไรมากก็คงจะรู้ เสียงเริ่มเข้มขึ้นจนกลายเป็นหนักแน่นเสมือนว่าไม่ต้องการคำปฏิเสธ

ข้า หยดน้ำตาใสเริ่มไหลคลออาบแก้มบาง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ แคว้นอันลัลคาวานั้นยิ่งใหญ่นัก หากเขาปฏิเสธการแต่งงานนั่นก็หมายถึงว่าสงครามจะอุบัติขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ความรู้สึกของเขาล่ะ?

องค์ชายองค์ชายซามิลรา? ถึงห้องท่านสุลต่านแล้วนะท่าน คามีลพูดปลุกให้เจ้านายตนตื่นขึ้นจากภวังค์

อ่าข้า ซามิลราสะดุ้งเฮือกหน้าซีดด้วยความกลัว ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนดันหลังคนข้างๆ ให้เข้าไป นัยน์ตางามส่องประกายหวั่นวิตกชัดเจน คา คำพูดต่อไปถูกประกบปิดจากฝ่ามือผอม

ไม่ต้องเอ่ยอะไรทั้งนั้น รู้ไว้เพียงแต่ว่าข้าคนนี้ยังรักและห่วงใยเสมอก็พอ เจ้าชาย เขาขยิบตาให้คนตรงหน้าเป็นกำลังใจสร้างรอยยิ้มแผ่วให้กับเด็กหนุ่ม

ถ้วยน้ำชาถูกวางลงช้าๆ เมื่อปรากฏการมาของคนที่รอคอย ฮามัดกวักมือเรียกให้เข้ามาใกล้ เอาล่ะ ตอนนี้ข้าคิดว่าเจ้าคงจะมีคำตอบที่น่าพอใจนะ ลูกข้า สายตาประสานเป็นเชิงบังคับ เด็กหนุ่มนิ่งเงียบสักพัก ขบริมฝีปากเบาๆ ไปมาก่อนที่ศีรษะงามจะถูกปล่อยลงให้หยดน้ำใสตกกระทบไปบนพื้น

สุดแล้วแต่จะพิจารณาเถิดท่านพ่อ มือเรียวกุมกระชับชายเสื้อข้างตัวแสดงถึงความเจ็บปวด ภาพเหตุการณ์ในความทรงจำต่างๆ แล่นผ่านเข้าโสตประสาทช้าๆ รวมทั้งคนๆ นั้น คนที่เขา เคย รักที่สุด

อีกสามวันจะออกเดินทางเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี อย่าให้ข้าต้องเสียชื่อล่ะ เขากล่าวเสียงเข้มข่มความรู้สึกบางอย่างไว้จนร่างบางนั้นลับตาไป สีหน้าเข้มจึงปรับเปลี่ยนมาเป็นเศร้าสลดแหงนหน้ามองรูปภาพหญิงสาวสวยบนผนังห้องใหญ่

อานิสทำไมลูกเพียงคนเดียวของพวกเราต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วยนะ พระอัลล่าห์ได้ทรงโปรดช่วยคุ้มครองเค้าด้วยเถิด

เสียงดาบดังเคร้งคร้างกระทบกันไปมาตามจังหวะของการปะทะ ชายหนุ่มในชุดสีดำทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วสมกับดั่งคำที่คนทั่วไปได้ร่ำลือกันว่ากษัตริย์แห่งนักสู้ ทหารคนแล้วคนเล่าที่ถูกคัดให้เป็นคู่มือด้วยแล้วแต่ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือยังมิอาจจะเทียบ

ขออภัย ท่านชาเซนาน ชายคนหนึ่งกล่าวขัดจังหวะ ขอเวลาข้าสักนิดได้ไหมพระองค์

มีอะไรก็ว่ามา เม็ดเหงื่อใสๆ สะบัดตกลงบนพื้นก่อนจะค่อยขยับดาบกลับเข้าที่ จายาสยิ้มนิดๆ ที่มุมปากหันมองชายฉกรรจ์ข้างๆ

เจ้าออกไปก่อน สิ้นคำสั่งของร่างสูงนายทหารหนุ่มก็ปฏิบัติตามอย่างทันที

พอใจหรือยังมีอะไรก็ว่ามา ชายหนุ่มยกขยับตัวเปลื่ยนเป็นท่านั่งไขว้ห้างเมื่อเดินเข้ามายังที่พักซึ่งจัดไว้ใกล้ๆ เจ้าก็รู้นี่ว่าข้านิสัยอย่างไร อย่าทำอะไรให้มันชักช้านัก

จายาสยักยิ้ม เมื่อก่อนนะใช่ แต่เดี๋ยวนี้ชักไม่แน่ใจพอเถิด มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ไม่ทราบว่าพระองค์ทรงจำพระคู่หมั้นของฝ่าพระบาทได้หรือไม่ ? นัยน์ตาที่ดูดุดันราวกับราชสีห์เข้มขึ้นวูบหนึ่งก่อนที่เจ้าของจะผงกศีรษะนิดๆ บอกอาการรับรู้

พวกกระหม่อมลองปรึกษากันดูแล้วมีความคิดเห็นว่านี่ก็ถึงเวลาอันควรที่พวกเราจะทวงสัญญาจากฝ่ายนั้นซะทีนะพระเจ้าค่ะ

คนที่เฝ้าเกลียดแสนเกลียดกำลังจะตกมาอยู่ในมือของเราแล้วหรือนี่ ริมฝีปากเรียวแสยะยิ้มเย็น เจ้าพูดถูกจายาส มันถึงเวลาแล้ว!

ooooooooooooooooooooo

เสียงโห่ร้องกึกก้องเข้าสู่โสตประสาทเป็นการเตือนให้ร่างโปร่งรู้ตัวว่าอีกไม่นานอีกไม่นานแล้วที่เขาจะต้องจากที่ๆ ตนเกิด จากคนตนที่รัก และคนที่ห่วงใยที่เคยเฝ้าทะนุถนอมประคองตนตลอดเวลา

ผ้าคลุมบางสีเขียวใบไม้อ่อนถูกคลี่ออกมาคลุมกาย เด็กหนุ่มอมยิ้มนึกถึงตอนที่คามีลยกให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้วก็หัวเราะออกมา ของชิ้นนี้เป็นสิ่งมีค่าที่สุดแล้วสำหรับเขา มือผอมจับปลายผ้าขึ้นมาสัมผัสกับผิวแก้ม เปลือกตาบางปิดลงอย่างอาทร

ทำไมถึงเป็นเขาไม่ได้ ทำไมถึงคิดเพียงแค่น้องชาย ทั้งๆ ที่รออยู่เสมอ ทำไม? ความฝันที่เขาอยากจะให้เป็นจริงถึงไม่มีเลยสักครั้ง!

ประตูหนาถูกเปิดออก นางกำนัลสาวสามสี่ค่อยๆ ทยอยกันเข้ามาในห้องนอนกว้าง ได้เวลาแล้วเพคะ องค์ชาย ร่างโปร่งขยับก้าวเดินนำออกไปด้วยสีหน้าเฉื่อยชา ความทรงจำ ความสนุกสนานรวมทั้งหัวใจของเขาได้ถูกทิ้งลงไปเสียแล้ว ณ เวลานี้

ผ้าคลุมบางล่วงหล่นลงปลิดปลิวล่องลอยไปมาตามกระแสลมที่โชยเบา ก่อนจะค่อยๆ ล่วงหล่นลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงประตูห้องที่ปิดลง

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่2

เสียงแส้หวดไปมากลางอากาศดังขึ้นเป็นการเตือนให้ฝูงม้าจำนวนมากรีบเร่งฝีเท้าควบไปตามผืนทรายเร็วขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามกำหนดเวลาของการนัดหมายครั้งสำคัญ ประตูกั้นเขตพระราชวังค่อยๆ เปิดอ้าออกให้ผู้มาเยือนทั้งหลายย่างกายเข้าสู่สถานที่ ผ้าคลุมสีหม่นค่อยๆ ถูกเลิกขึ้นจากใบหน้าคม ชายหนุ่มมองไปมารอบตัวอย่างคุ้นเคย ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ

ขออภัย ท่านหัวหน้าองครักษ์ ไม่ทราบว่ามีอะไรกับวังแห่งนี้หรือ? กระแสเสียงเข้มกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหันรีหันขวาไปมาอยู่นาน

อ่ะ หา?เปล่า เปล่า เพียงแต่ข้ากำลังคิดว่าที่นี่สวยไม่แพ้อุทยานแห่งเชเฮราชาดเท่านั้นเอง เขาแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ด้วยนึกหาเหตุผลแก้ต่างไม่ออก

ท่านทั้งหลายเชิญทางนี้ ส่วนท่าน องค์สุลต่านขอพบเป็นการพิเศษ ทหารหนุ่มชี้นิ้วไปที่คามีล คิ้วเรียวขมวดเข้าไม่สบายใจ ไหงมันถึงได้เร็วขนาดนี้ได้ แม้เขาจะรู้ตัวอยู่แล้วก็เถอะว่าจะต้องเจอกันแน่แต่ไม่ได้นึกเลยนะสิว่าจะกระทันหันขนาดนี้

นั่งลงสิ เสียงทุ้มดังขึ้นปลุกภวังค์ของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มให้รู้สึกตัว คามีลหันมองซ้ายมองขวาทันใด นี่เขาคิดเพลินขนาดที่ว่ามาถึงนี่ได้โดยไม่รู้ตัวเชียวเหรอเนี่ย

เป็นอะไรไปมองหาใครอยู่หรือคามีล เมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้าไม่ได้มีทีท่าจะทำตามคำสั่ง ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาใกล้ๆ แทน

ปล่ะ..เปล่า ข้าเพียงแต่เหม่อๆ ไปเท่านั้นเอง เขาพูดตะกุกตะกักพยายามยันมือกันใบหน้าคมที่ค่อยๆ โน้มลงชิดผิวหน้าตน ถอนหายใจเฮือกเมื่อร่างสูงขยับห่างออกไป ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือองค์สุลต่าน แสร้งถามถึงสาเหตุพอเป็นพิธี

ริมฝีปากเรียวยักขึ้นนิดๆ เป็นเชิง ไม่มีอะไรมากหรอกเพียงแต่อยากเห็นหน้าทหารคนสนิทของชายาในอนาคตเท่านั้นเอง ชายหนุ่มกล่าวทีเล่นทีจริงขณะ นัยน์ตาเข้มก็จับจ้องอยู่แต่เจ้าของร่างคนตรงหน้า

เจ้าเปลี่ยนไปนะ ผอมลงบ้างหรือเปล่าเนี่ย หืม?

ศีรษะได้รูปหันควับไปอีกด้านเมื่อรู้สึกว่าผิวหน้าของตนร้อนผ่าวขึ้น ขะ..ขอบคุณที่ใส่ใจ แต่ข้าว่าท่านควรจะถามถึงท่านซามิลรามากกว่านะ

สีหน้าของชาเซนานเปลื่ยนไปทันทีก่อนจะปรับให้เป็นปกติอย่างเดิมโดยคนพูดไม่ทันสังเกตเห็น

นั่นสินะก็ได้ ว่าที่ชายาของข้าเป็นยังไงบ้างล่ะ

สบายดี เขาไม่อยากจะโกหกเลยถ้าไม่จำเป็นหากแต่จะให้บอกงั้นเหรอว่าองค์ชายที่แสนดีของเค้าตอนนี้เหมือนกับตุ๊กตาแสนสวยมากกว่าสิ่งมีชีวิต

งั้นรึ ข้านึกว่ากำลังนั่งร้องไห้อยู่ซะอีกนะ

ใบหน้าคมหันมาประเชิญหน้าตรงๆ ทันควัน แววตาที่เข้มขึ้นเมื่อครู่โอนอ่อนลงเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะตามมาหากเขาพลาดพลั้งทำอะไรลงไป

ข้าขอร้องเถิดนะองค์สุลต่าน องค์ชายซามิลราไม่รู้เรื่องนี้ ไม่เลยซักนิด ท่านอย่าได้เอาความในอดีตมาทำร้ายท่านเลย ได้โปรด

คิ้วหนาหยักขึ้นแกมสงสัย ทำร้าย? เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าน่ะนะ ทำร้าย? ไม่มีทาง ข้าไม่มีทางทำร้ายคนที่จะมาเป็นชายาของข้าหรอกนะ คามีล เจ้าก็รู้นิสัยของข้าดีนี่ นัยน์ตาดำขลับยังมิคลายกังวลอยู่ดีถึงแม้จะได้ยินประโยคเมื่อครู่ ใช่เพราะข้ารู้นิสัยของท่านดีน่ะสิ ชาเซนาน

เช่นนั้น ข้าก็คิดว่าองค์เหนือหัวคงจะมิทรงมีกิจอันใดจะเอ่ยถามอีกแล้ว กระหม่อมขอตัว เขาพูดตัดบทง่ายๆ ไม่ต้องรอคำอนุญาตก็ก้าวออกไปทันที ร่างสูงใหญ่สีหน้าเข้มขึ้นอีกครั้ง ใช่คนอย่างข้า ไม่ทำแค่ทำร้ายหรอกนะ เจ้าก็รู้ดีนี่ คามีลเจ้ารู้ดี

องค์ชาย ท่านทานอะไรหน่อยเถอะค่ะ เสียงหวานใสของนางกำนัลออดอ้อนให้คนตรงหน้าที่นั่งนิ่งอยู่เป็นเวลานานทานอะไรซะบ้างก่อนที่จะเป็นอะไรลงไป นี่ก็สามวันมาแล้วที่ท่านไม่พูดไม่จา เอาแต่เหม่อเหมือนคนที่ตกอยู่ในภวังค์

ได้โปรดเถิด เห็นแก่พวกข้าที่ยังไม่อยากโดนประหารหากท่าน ไม่ทันขาดคำเด็กหนุ่มก็ขยับมือขึ้นตักอาหาร ริมฝีปากบางยิ้มรับกับนางข้าหลวง

ไม่ต้องห่วงมากนักหรอกน่า พวกเจ้านี่ นั่นเป็นประโยคแรกที่พวกหล่อนได้ยินหลังจากร่วมเดินทางออกจากเมือนกันมา หน้าตาขององค์ชายซามิลราดูจะซีดเซียวลงมาก แต่พวกเธอก็สรุปอุทานกันไปเองว่าอาจจะมาจากการที่ต้องเดินทางไกล

สำรับอาหารถูกยกเก็บไปสักครู่หนึ่งแล้ว เด็กหนุ่มหันไปมองรอบกายชั่วครู่ก่อนดันตัวลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกเรียกความตื่นตะหนกให้แก่พวกนางในนั้นไม่น้อย

องค์ชาย! ท่านจะไปไหนกัน

ซามิลราหันมายิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก ข้าแค่จะออกไปเดินย่อยเท่านั้นเองนะอย่าทำตาโตแบบนั้นสิ ว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ กับสีหน้าของข้ารับใช้ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีหนักเมื่อได้ยินคำตอบ

เถอะน่า ไม่เป็นไรหรอก ข้าอยู่ในนี้ทำนานแล้วนะน่าเบื่อจะตาย อีกอย่างตอนนี้มันก็มืดแล้วด้วยไม่มีอะไรหรอก ทหารอารักขารึก็มีกันออกจะเยอะแยะ

แต่

ไม่มีแต่ โอมาว เขาสั่งหันตัวเดินออกไปไม่ใยดีใดๆ กับพวกผู้หญิงที่เจ้าละหวั่นกันยกขบวนตามออกไป

ดวงดาวบนท้องนภาส่งแสงระยิบระยับกันเกลื่อนผืนฟ้า พระจันทร์ดวงโตสีนวลสะท้อนเข้ากับผิวหน้าที่อ่อนวัยของเขา แสงที่สาดส่องลงมาตกกระทบเข้ากับสันทรายยังเป็นเส้นทางการเดินที่ทอดยาวออกไปไกลแสนไกล

มันจะไปสุดยังที่ใดนะ เขาพูดกับตัวเองเบาๆ ไม่ให้ใครได้ยิน

ความเงียบเริ่มย่างกายเข้ามาหาเด็กหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ กว่าจะไหวตัว ซามิลราก็ไม่เห็นใครสักคนอยู่ข้างกาย ผืนทรายรอบๆ ค่อยๆ เปลี่ยนไป บรรยากาศที่หนาวเย็นอยู่แล้วกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนี่มันอะไรกัน!

องค์ชายองค์ชายซามิลรา เสียงเรียกกระซิบเพียงแผ่วๆ ดังเข้าให้ได้ยินถึงโสตประสาท

ใครน่ะ! เจ้าเป็นใคร! เขาตะโกนดังมองไปรอบตัว เสียงนี่มาจากที่ใดกัน องค์ชาย..องค์ชายซามิลรา สิ้นเสียงนั้นภาพตรงหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มขุ่นมัว จากไอหมองสีขาวจางๆ ก็ค่อยๆ รวมตัวกันเข้าเป็นรูปร่าง

ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุมยาวจรดพื้นยืนเด่นอยู่ตรงหน้า กลางฝ่ามือเรียวนั้นปรากฏลูกแก้วใสสีฟ้าเข้มลอยอยู่

ท่านคือองค์ชายซามิลรา

เสียงที่เป็นเหมือนมนต์สะกดดังขึ้นชัดเจนกว่าเดิมเล็กน้อย ร่างเพรียวขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นปม นี่มันอะไรกัน!

ตอบข้า

ริมฝีปากเรียวเม้มเข้าหากันอย่างคนกำลังใช้ความคิด ใช่ข้าคือซามิลรา สิ้นคำบุคคลลึกลับนั้นก็ขยับมือเรียกให้เข้าไปหา ดั่งเป็นมนต์สะกดแห่งทะเลทรายเฮรอนนี้หรือไร ขาเรียวพลันก้าวเดินออกไปโดยเจ้าของไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

มาสิไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรท่านหรอก นายแห่งข้า ร่างสูงกล่าวเชื้อเชิญไม่ต้องรอนานอีกเช่นกันเด็กหนุ่มก็เข้ามายืนนิ่งใกล้เขามากขึ้นหลังจบคำ

ท่านไม่จำเป็นต้องแปลกใจหรือรับรู้ว่าข้าคือใคร จงสนใจแต่สิ่งที่ข้ากำลังจะบอกท่านเป็นพอจำไว้ แม้จะยังไม่เข้าใจนักแต่เด็กหนุ่มก็ผงกศีรษะลงรับข้อตกลง

มือเรียวสวยกวาดยังลูกแก้วไปมา ภายในนั้นคล้ายกับมีภาพจางๆ ปรากฏ เด่นขึ้นเด่นขึ้นและเด่นขึ้น คามีล! ซามิลราขยับตัวถอยหลังด้วยความตกใจ ทำไมเขาถึงมาอยู่ในลูกแก้วนี่ได้

นี่คือคนที่ท่านรักสินะ นายข้า เสียงเย็นเอ่ยขึ้นอย่างคนที่ไม่ต้องการคำตอบ ภาพต่อไปปรากฏเด่นตามขึ้นมาทันทีลบบุคคลเดิมจนหายไปสิ้น แล้วนี่ก็จะคือคนที่จะครอบครองตัวท่านในอีกไม่นาน

นัยน์ตางามมองลงมาราวกับจะจดจำเอาไว้ทุกอณู นี่นะหรือ ชาเซนาน คนที่จะเป็นของตน หากแต่ก็มิอาจจะเห็นได้ชัดเนื่องจากไอหมอกที่วนเวียนอยู่รอบๆ ลูกแก้ว สีน้ำตาเข้มในแววตาที่หม่นลงเล็กน้อยไม่อาจจะรอดพ้นจากผู้มาเยือนที่ลึกลับได้

จงฟังข้าองค์ชายท่านผู้นี้จะเป็นคนที่ท่านสมควรจะรักอย่างแท้จริง จำไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจงอย่าท้อถอยอย่าลืมว่าทุกอย่างต้องมีทางแก้ และข้าคนนี้ก็จะยังคงอยู่กับท่าน มือเรียวลูบเข้ากับผิวแก้มเนียนปลอบประโลม นี่เขาฝันไปหรือเปล่า เขาเห็นความอ่อนโยนมากๆ ในดวงตาสีดำขลับคู่นั้นมันช่างเหมือน เหมือนกับว่าเขาเคยเจอมาก่อน เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน

เจ้าเป็นใครกัน

ท่านกำลังผิดสัญญานายข้า จำเอาไว้เป็นพอว่าจงอดทน องค์ชาย ซามิลราแล้วท่านจะเจอสิ่งที่ท่านตามหาจำคำข้าไว้จงอดทน สิ้นเสียงเยือกเย็นนั่นทุกอย่างก็ค่อยๆ เลือนลายหายไป ฝ่ามืออุ่นที่แนบแก้มเขาสลายลงกลายเป็นไอหมอกจางๆ

ทุกอย่าง ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ เสียงนางข้าหลวงดังโหวกเหวกเรียกเขาให้รู้สึกตัว ซามิลราสะบัดหน้าให้หายมึนงงสักพักจึงจ้ำพรวดกลับเข้าไปในกระโจมของตนทิ้งให้พวกหล่อนตัวสาละวันกันเดินขบวนตามเข้าไป

องค์ชาย พระองค์แน่ใจนะเพคะว่าไม่ทรงเป็นอะไร

อาถ้าจะเป็นก็คงจะเป็นเพราะเจ้านั่นแหละโอมาวได้โปรดเถอะนะ.ให้ข้านอนเถิด เมื่อรอดวงตางามค่อยๆ ปิดสนิทลง ร่างท้วมของหญิงสาวจึงลุกขึ้นก้าวเดินออกไปทำธุระของตน

นัยน์ตาสวยลืมขึ้นมองทันที เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะฝันมันจะต้องเป็นความฝันแน่ๆ นั่นคือสิ่งที่ร่างบางคิดก่อนจะค่อยๆ ม่อยหลับไปพร้อมกับแสงเทียนที่ดับวูบลง

เจ้าเป็นใครกัน

ท่านกำลังผิดสัญญานายข้า จำเอาไว้เป็นพอว่าจงอดทน องค์ชาย ซามิลราแล้วท่านจะเจอสิ่งที่ท่านตามหาจำคำข้าไว้จงอดทน

ooooooooooooooooooooo

ตอนที่ 3

ท้องพระโรงกว้างที่ทอดยาวขึ้นไปเป็นบัลลังก์เบาะนวมยกระดับขึ้นจากพื้นสำหรับสุลต่านผู้ยิ่งใหญ่ ร่างสูงในชุดเต็มยศนั่งทอดอารมณ์คล้ายจะเหม่อลอยรับฟังเหล่าเสนาที่กราบทูลเรื่องต่างๆ อีกไม่กี่วันขบวนรับเสด็จก็จะมาถึงแล้ว

ชายหนุ่มเครื่องแบบอัศวินกล่าวถวายความเคารพเรียกสติกลับคืนมาแก่ชาเซนาน นัยน์ตาคมตวัดมองยังปลายเสียง ริมฝีปากบางยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย

เจ้าองครักษ์ประจำตัวซามิลรา แกล้งหยอกถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจ ศีรษะเล็กผงกลงแทนคำตอบ พวกข้าจะมาทูลลากลับเมือง ประโยคที่เรียบง่ายแต่ได้ใจความ ชาเซนานขยับนั่งตัวตรงขึ้นกว่าเดิมทันที

เหตุใดเจ้าจึงรีบกลับเล่าท่านหัวหน้าองครักษ์ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันอภิเษกสมรสของข้ากับองค์ชายของเจ้า ไม่คิดจะอยู่ดูหน่อยหรือกระไร เห็นแก่ข้า? เสียงทุ้มพูดแกมบังคับ

คามีลเม้มริมฝีปาก ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจะมาจัดการปัญหาต่างๆ ตามคำสั่งของสุลต่านตน เมื่อเสร็จกิจก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะอยู่ต่อ แล้วนี่กลับจะมาบังคับเขาอีก ร้ายนักนะ ชาเซนาน

ถ้าท่านกล่าวเช่นนั้น พวกข้าก็คงมิอาจขัดได้ ขอตัว เขาก้มตัวแสดงความเคารพอีกคราแล้วหันหลังเดินจากไปพร้อมขบวนชายกำยำแต่ก็ต้องสะดุดเพราะเสียงเรียก

ช้าก่อนหัวหน้าองครักษ์ ข้าอยากจะแนะนำคนๆ นึงให้เจ้ารู้จักสักนิด ร่างสง่ากวักมือเรียกเป็นสัญญาณให้คนข้างกายก้าวออกมา เด็กหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน รูปร่างสูงโปร่งในชุดข้ารับใช้ธรรมดาหากแต่กลับมีมีดสั้นเหน็บไว้ที่เอวเป็นปัญหาให้คามีลเคลือบแคลงใจใคร?

ชาเซนานลุกขึ้นยืนส่งผลให้ทุกคนในท้องพระโรงตาลีตาเหลือกนั่งคุกเข่ากันฉับพลัน ฝ่ามือแกร่งเอื้อมเข้าจับไหล่บางข้างตน แหงนใบหน้าคมเข้าประจันกับชายหนุ่มที่อยู่ในท่าเดียวกับทุกคนด้านล่าง

ทั้งหมดจงฟังนี่คือ ชาเรล หัวหน้าองครักษ์คนใหม่ของชายาข้า เสียงอื้ออึงดังไปทั่วพระราช หากเจ้าตัวที่ถูกพูดถึงเพียงแค่ชายตามองเหล่าเสนาผ่านๆ และก็สะดุดเข้ากับนัยน์ตาเข้มที่มองตนอยู่

ท่านคามีลหัวหน้าองครักษ์ไม่สิอดีตสินะ หากไม่เป็นการบังอาจเกินไป หลังจากจบการประชุมในวันนี้ ข้าอยากจะเชิญท่านสนทนาเป็นการส่วนตัวจะได้ไหม?

คามีลมองนิ่ง ผงกศีรษะแทนคำตอบเช่นเคย

เมื่อไม่มีเรื่องใดแล้ว ข้าก็ขอตัว เขาก้าวขายาวๆ ออกไปเมื่อได้รับอนุญาต เสียงดังระงมไปทั่วท้องพระโรงยังมิหยุดง่ายๆ ชาเรลงั้นรึท่านสุลต่านทรงคิดจะทำการใดกันแน่นะ

อุทยานหลวงสีเขียวขจีจากมวลหมูพฤกษา น้ำตกจำลองที่จัดสรรขึ้นเสริมตั้งเด่นสง่าอยู่ตรงกลาง กลิ่นหอมชวนหมู่ภูสมรให้ย่างกลายเข้าเด็ดดอมชวนชมกลิ่นน้ำหวาน เขามองออกไปรอบๆ อย่างหลงใหล ที่นี่ดูกี่ครั้งก็ยังคงความงดงามไว้มิเสื่อมคลาย

เสียงกรอบแกรบของใบไม้จากการเหยียบย่างของร่างบางเรียกให้ชายหนุ่มหันกลับไปมอง

ท่านชาเรล เขาเรียกชื่อตามมารยาท เด็กหนุ่มหน้าใสที่ดูอย่างไรก็วัยไม่น่าจะเกิน 17 ยิ้มรับ

ไม่จำเป็นต้องมี ท่าน หรอก ยังไงซะเราก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน คามีลเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาผายมือเชิญคนข้างๆ ให้ออกเดินนำ

ที่ข้าอยากจะพบท่านน่ะนะ คามีลข้าเรียกงี้นะ รอจนเจ้าของชื่ออนุญาตจึงพูดต่อ ท่านอาจจะกังวลว่าองค์ชายที่ตนเฝ้าทะนุถนอมมาแต่เด็กจะเป็นอันตรายไปเพราะมีหัวหน้าองครักษ์อย่างข้าที่เพิ่งจะอายุ 16 ไม่กี่เดือน ข้าพูดถูกหรือไม่?

ชายหนุ่มไม่ตอบอีกครั้ง เอาเถอะ ข้าถือว่าใช่แล้วกัน ดังนั้นสิ่งที่ข้าพูดต่อไปนี้ท่านอาจจะว่าข้าหลงตัวเองหรืออย่างไร ข้าไม่เถียงเพราะถ้าข้าไม่พอมีฝีมืออยู่บ้างก็คงจะมิบังอาจจะรับหน้าที่นี้แน่ หากแต่ในเรื่องของประสบการณ์แล้วข้ายังอ่อนนักเพียงเพราะข้ายังเป็นเด็ก เหล่ตาคู่สวยมองปฏิกิริยาคนข้างๆ

ดังนั้นเมื่อได้รับคำสั่งมา ข้าก็ลองๆ คิดดูแล้วก็อยากจะมีคนมาคอยให้คำปรึกษาที่มีประสบการณ์

สิ่งที่ท่านพยายามจะพูดทั้งหมดนั่นก็คือจะให้ข้าช่วยงั้นสิ?

ร่างโปร่งหันไปมองตาพราวระยับ ใช่ท่านก็รู้ดี และคงจะรู้ด้วยว่าไม่อาจจะปฏิเสธข้าคนนี้ได้ ชายหนุ่มถอยหายใจเฮือก นี่คือ หนึ่งในแผนของท่านสินะ ชาเซนาน

แล้วถ้าข้าบอกว่า ไม่ ละ

มันจะไม่มีคำนั้น ท่านหัวหน้าองครักษ์

เวลาผ่านไปนานกว่าที่เขาจะตัดสินใจตกลง เอาเถอะยอมทำเป็นหมากในตานี้สักหน่อยจะเป็นไรไป ทั้งคู่เดินสนทนาเรื่อยเปื่อยกันไปสักพัก ชาเรลก็ขอตัวเพราะมีธุระอื่นต่อ ซึ่งก็มีอยู่เพียงอย่างเดียว รายงายต่อองค์เหนือหัว

คามีลที่ข้าเป็นองครักษ์ประจำตัวของท่านซามิลราน่ะเพราะข้าอยากจะเป็นแล้วข้าก็สัญญาด้วยว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ จะไม่มีใครสามารถทำอะไรได้แม้แต่คนที่ท่านกำลังคิด

ชายหนุ่มนึกถึงหนึ่งในประโยคที่เขาพูดอยู่กับร่างที่ค่อยๆ เดินหายไปจนลับตาแม้แต่คนที่ข้ากำลังคิดงั้นเหรอ ไม่ท่านไม่มีอำนาจขนาดนั้นหรอกนะ ชาเรล

หนึ่งอาทิตย์ถัดไป

เสียงหัวใจที่เต้นระส่ำแทบจะดังออกมานอกอกของเด็กหนุ่ม เขารู้สึกได้ดีถึงความรู้สึกของตัวเองในขณะนี้ กลัว? ตื่นเต้น? หรือหวาดระแวง? ไม่เขาที่เคยปฏิญาณเอาไว้ว่าจะทิ้งหัวใจและความรู้สึกต่างๆ ไว้กลับมาเป็นคนเดิมได้อย่างนี้เพราะอะไรกัน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นอาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์อันแสนจะประหลาดเมื่อตอนนั้นก็ได้

องค์ชายเพคะ..อีกไม่นานก็จะถึงประตูเมืองแล้วนะเพคะ ขอทรงคลุมเฮราดด้วย ผ้าเฮราดที่พูดถึงนี่ก็คือผ้าคลุมหน้าที่ใช้เฉพาะผู้สูงศักดิ์สำหรับนครแห่งทะเลทรายเฮรอนนี้เท่านั้น

ไม่มีคำตอบใดๆ นอกจากปฏิบัติตาม อีกไม่กี่ชั่วยามต่อไปนี้แล้วสินะที่เขาจะได้พบ พบคนที่จะเป็นสวามีของตน จะพอเป็นไปได้มั้ยนะถ้าดวงใจดวงนี้จะมีรักอีกครั้ง มันจะพอมีที่ว่างในหัวใจสักเสี้ยวนึงไหมนะ

ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่อมันราก็ยิ่งทวีความตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น เสียงผู้คนโห่ร้องสรรเสริญยินดีดังระงงกึกก้องไปทั่วกำแพงหินที่ตั้งไว้โอบล้อมรอบเสมือนกับประตูเมือง ประชาชนของเชเฮราชาดนั้นนับว่ายิ่งใหญ่แล้วยังดูเล็กไปด้วยซ้ำเมื่อมาเจอเข้ากับจำนวนพลเมืองที่มากมายมหาศาล

งามเหลือเกิน เสียงทั้งหมดแทบจะกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเมื่อเด็กหนุ่มค่อยๆ โผล่หน้าออกไปมองจากบังลังค์ที่ปกคลุมไปด้วยผ้าม่านสีขาวบริสุทธิ์

พวกประชาชนดีใจมากเลยนะคะที่ท่านมาเป็นชายา ดูพวกเขาตื่นเต้นกันมากทีเดียว โอมาวมองยิ้มๆ

งั้นรึ เสียงใสตอบแบบไม่ค่อยใส่ใจนัก เมื่อขบวนมาหยุดลงที่หน้าพระราชวัง เหล่าทหารผู้กล้าต่างรอถวายความเคารพตั้งเรียงแถวกันอยู่ภายนอก นัยน์ตางามมองลอดผ่านผืนผ้าออกไปแล้วถอนหายใจ กวาดสายตาขึ้นมองดูความยิ่งใหญ่ของราชวังสมแล้วจริงๆ กับสมญานครที่ยิ่งใหญ่ว่าจักรแห่งเฮรอน

เชิญเพคะ ฝ่ามือเรียวของ 1 ในนางข้าหลวงผายออกรับเด็กหนุ่มให้ลงจากบัลลังก์ได้อย่างสะดวก

ท่านซามิลรา องค์สุลต่านทรงมองพระองค์อยู่เพคะ โอมาวกระซิบ ซามิลราแหงนหน้าขึ้นไปยังมุขที่สร้างยื่นออกมา ร่างสูงของคนๆ หนึ่งยืนอยู่ที่นั่นพร้อมเหล่าข้าราชบริพาร คล้ายกับความฝัน คล้ายดั่งมนต์สะกด คล้ายเวลาจะหยุดอยู่กับที่เมื่อสายตาของคนทั้งคู่ประสานกันนี่เขาฝันไปหรือไร

องค์สุลต่าน เสียงเรียกที่ปลุกภวังค์ของเด็กหนุ่มให้รู้สึกตัว คนทั้งหมดในที่นั้นต่างมอบลงกราบแนบศีรษะกับพื้นหมายความว่าท่านผู้นี้คือ!

ดวงตางามกระพริบปรับภาพที่มองเห็นให้เป็นปกติสักสองสามที ที่นี่มัน?ใบหน้าของชายหนุ่มเมื่อครู่แทรกขึ้นในสมองปรากฏเป็นภาพแก่สายตา ร่างเพรียวขยับลุกพรวดขึ้นทันที

อะ! องค์ชายโอ ขอบคุณอัลล่าห์ ท่านทรงปลอดภัยไม่เจ็บไม่ไข้อันใดนะเพคะ? โอมาวนางกำนัลร่างท้วมพูดทั้งน้ำตาขณะแตะไหล่เนียน

โอมาวนี่ข้า มือเล็กกุมขมับมึนงง อะไรกันก็เขาจำได้ว่าเมื่อครู่

ท่านสลบไปเพคะ ต่อหน้าท่านสุลต่าน พระองค์ทรงเข้าไปประคองร่างท่านแนบกับอกแทบไม่ทันเชียวนะเพคะ แหมทำเอาพวกข้านี่หน้าแดงไปตามๆ กัน ไม่ต้องพูดถึงหน้าแดงหรอก ทันทีที่ได้ยินผิวหน้าเนียนก็เริ่มรู้สึกถึงความร้อนขึ้นแล้วสลบ! เขาเนี่ยนะ?

หมอหลวงมาตรวจอาการท่านแล้ววินิจฉัยออกมาว่าทรงเหน็จเหนื่อยจากการเดินทางมานานร่างกายก็เลยอ่อนเพลียพาลจะเป็นลมเอา ทีหลังอย่าได้ทำแบบนี้นะเพคะ รู้ไหมว่าตอนที่ท่านสลบไปพวกข้านี่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

เอาชีวิตไม่รอด?

แหม นางหัวเราะคิกคักกับเหล่าสตรีที่อยู่ภายในห้องสักครู่ก่อนจะพูดต่อ ท่านชาเซนานนี่หน้าเครียดพาลจะประหารพวกกระหม่อมว่าดูแลไม่ดีน่ะสิเพคะ

ได้ฟังประโยคนี้เข้าใบหน้าสวยก็มีสีชมพูระเรื่อออกมาจนเห็นได้อย่างชัดเจน ..พูดบ้าๆ น่ะ ห่วงเนี่ยนะ กลับคนที่เพิ่งจะพบกันอย่างข้าเนี่ยนะ

แหมๆ ดูพระพักตร์ท่านสิ แดงยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกซะอีก ทำไมล่ะเพคะท่านที่จะเป็นถึงชายาในอนาคตอันสั้นรวมทั้งยังทรงมีสิริโฉมที่งดงามปานนี้มีหรือองค์สุลต่านจะไม่ทรงรัก

รักงั้นหรือ? คนอย่างข้าจะมีคนมารักงั้นรึ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงชาเซนานข้าคงจะมีความสุขไม่น้อยกลับการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ความฝันอันแสนหวานที่เขาเคยวาดไว้กับคามีล บางทีนะบางที เขาอาจจะร่วมสร้างมันขึ้นมาพร้อมกับชาเซนานก็เป็นได้

เด็กหนุ่มยิ้มรับการสนทนาที่ดำเนินต่อไปอย่างอารมณ์ดี โดยลืมที่จะนึกถึงเหตุการณ์ประหลาดและคำพูดที่ชายลึกลับนั้นได้เอ่ยไว้โดยสิ้น

ในความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย สุลต่านชาเซนานจะทรงรักซามิลราพระชายาของตนจริงๆ งั้นหรือ? แล้วซามิลราที่กำลังจะลืมคามีลไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อมีใครคนนึงเข้ามาแทนที่จะมีความสุขอย่างที่เขาคิดไว้หรือ แล้วตัวตนที่แท้จริงของชาเรลนั้นคือใคร คงจะมีแต่เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงทุกๆ อย่าง

ตอนที่ 4

ท่านซามิลราเดินทางมาถึงแล้ว นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขารู้ตอนนี้ อะไรจะเกิดขึ้นนะถ้าท่านรู้ว่าหัวหน้าองครักษ์คนใหม่เป็นใครและข้าคนนี้นั้นเป็นใคร

ท่านคามีล ชาเรลเอ่ยเรียกชื่อเมื่อเห็นชายหนุ่มยืนเหม่อนิ่งอยู่ ทำไมเมื่อกี้นี้เขาเหมือนกับ

เห็นความเศร้าลึกอยู่ในแววตาครู่นี้นะ คงจะคิดไปเองน่า

อ่าแบบว่า เอ่อข้าจะมาชวนท่านไปเฝ้าท่านซามิลราน่ะ ชาเรลรีบหาเหตุผลแก้เก้อแทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายหันมามองเชิงถาม

ร่างสูงแสดงใบหน้าอย่างคนกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ดูท่าท่านคงจะยังไม่ทราบกระมังว่าองค์เหนือหัวซามิลราตอนนี้พักพิงอยู่ ณ ที่ใด

คิ้วเรียวขมวดเข้าแทนคำตอบ ที่ใดงั้นเหรอ?

ภายในเขตต้องห้ามแห่งราชฐาน สิ่งหมายถึงว่าจะมิมีบุรุษเพศใดจะสามารถกล้ำกลายนอกเสียจากองค์เฮรอน

ตำหนักในงั้นรึ ชาเรลเกาหัวแกรกๆ ไปมา เออสินะ นี่เขามึนชั่วขณะเหลือไงที่ๆ สุลตาน่าจะประทับอยู่ก็มีเพียงแห่งเดียวนี่หว่ายังมีหน้าไปชวนเค้าอีก

ริมฝีปากเรียวส่งยิ้มเอ็นดูในท่าทาง นี่นะหรือคนที่จะมาเป็นองครักษ์ดูไม่ออกเอาซะเลย

อะไรมองหน้าหาเรื่องข้าอีกแล้วนะ เอามือท้าวสะเอวปั้นท่าทางไม่พอใจ

ห๋า? เออ..เอ้อ..เปล่าข้าเพียงแต่คิดว่าท่านนี่ช่างแสนงอนไม่เหมาะกับตำแหน่งเท่านั้นเอง เหมือนประโยคนี้จะตีแสกหน้าคนฟังเข้าอย่างจัง เด็กหนุ่มคาเขียวปัดส่งสายตาอาฆาตเข้าหาทันใด ท่านคา..

ชาเรล เสียงทุ้มที่ดังจากด้านหลังเรียกให้คนทั้งสองหันกลับไปมองชายหนุ่มในชุดสบายๆ เดินเข้ามาใกล้พวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ท่านจายาส ทั่งคู่ย่อเข่าลงแสดงความเคารพ

อะไรกัน ดูพวกเจ้าสิ คืนนี้จะมีการต้อนรับองค์ชายจากแดนไกลแท้ๆ ทำไมไม่ไปเตรียมตัวได้แล้วนะเดี๋ยวก็สายเสียเปล่าๆ จายาสเอ่ย อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะถึงเวลางานแล้วแท้ๆ ยังจะมาเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ได้เจ้าพวกนี้นี่

ท่านหมายถึงงานเลี้ยงต้อนรับ? ชาเรลถามขณะลุกขึ้นยืน

ใช่

ทั้งๆ ที่ท่านสุลต่านไม่อยู่เนี่ยนะ

?ใครบอกเจ้าว่าพระองค์ไม่อยู่

อ้าวก็เห็นเจ้าพวกบ้านั่นบอกว่าพระองค์ไปว่าราชการที่ชายแดนอีก 2-3 วันจะกลับ

ใช่ไปราชการชายแดนน่ะถูก แต่พอทรงรู้ว่าท่านซามิลราจะมาในวันนี้ก็รีบกลับมาชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดเลยล่ะ หัวเราะขำไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าเนียน

รีบกลับ? ท่านสุลต่านน่ะนะ อย่าบอกนะว่าเพื่อท่านซามิลรา ไม่อยากจะเชื่อ การสนทนาโต้เถียงกันไปมาระหว่างชาเรลและจายาสดำเนินไปโดยดูเหมือนว่าจะลืมชายหนุ่มข้างๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ชาเซนานท่านคิดจะทำการใดกันแน่นะ ข้าเดาไม่ออกเลยจริงๆ

ท้องพระโรงใหญ่แห่งเดิมที่ใช้ประชุมกิจต่างๆ ของทุกวันหากในค่ำคืนนี้กลับถูกประดับไปด้วยหมู่เหล่าดอกไม้ ผ้าม่านหลากสี ใจกลางที่พื้นที่ว่างโรยด้วยกลีบดอกกุกลาบสีแดงสด บังลังค์เบาะนวมหนาที่ทอดยาวขึ้นไปก็ตกแต่งให้ดูหรูหราต่างออกไปจากเดิม

เหล่าขุนนางต่างมานั่งประจำกันที่ด้านข้างของสระน้ำเกือบจะเต็มเหล่า เสียงหัวเราะเฮฮาดังขึ้นไม่ขาดสาย เหล่านางรำมากมายต่างออกมาอวดวาดลีลากันในชุดที่แสนจะยั่วยวน

ท่านสุลต่านเสด็จแล้ว เสียงแตรเป่าพร้อมเสียงประกาศก้อง

องค์จักรแห่งเฮรอน ทั้งหมดในห้องโถงโค้งศีรษะลงจรดพื้นรอจนกว่าร่างสง่านั้นจะก้าวผ่านพ้น

สัญลักษณ์การขยับมือขึ้นเป็นการบอกให้ทุกคนกลับเข้ามาอยู่ในท่าปกติ ชาเซนานเสมององครักษ์หนุ่มทั้งสองชั่วครู่แล้วจึงกวักนิ้วเรียกทาสสาวเข้ามากระซิบกระซาบบางอย่าง หล่อนโค้งให้ก่อนจะเดินจากออกไปเงียบๆ

ท่านสุลต่าน องค์ชายซามิลราได้ทางมาถึงหน้าประตูแล้ว จายาสเดินเข้ามาบอกเบาๆ ข้างใบหู สีหน้าเข้มเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นก่อนจะปรับเปลี่ยนให้เป็นปกติ เรียกเข้ามา ขุนนางหนุ่มโค้งให้แสดงความเคารพตามมารยาทแล้วจึงเอี้ยวตัวออกไป

ใกล้แล้วสินะ ทั้งคามีลและชาเรลที่ยืนอยู่เคียงข้างกันมีอาการตื่นเต้นจนเห็นได้หากแต่คนละสถานภาพ ชาเรลนั้นตื่นเต้นเพราะจะได้เห็นเจ้านายของตน ส่วนคามีลนั้นตื่นเต้นเพราะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ทั้งหมดโปรดสงบเชิญเสด็จ จายาสผายมือออกให้ร่างบางในชุดประจำชาติสีเขียวอ่อนก้าวนำ

ใบหน้าสวยที่ถูกปกปิดไว้ด้วยผ้าคลุม เส้นผมสีดำดุจใยไหม ผิวสีน้ำผึ้งนวลที่เห็นได้จากชายผ้าที่แหวกขึ้นบางส่วนช่างดูเนียนเรียบน่าสัมผัส แค่นี้ก็สามารถจะสะกดทุกคนให้อยู่ในภวังค์ได้ทันทีที่ร่างตรงหน้าก้าวเข้ามา แม้นจะไม่สามารถเห็นใบหน้าที่แท้จริงได้ชัดเจนแต่พวกเขาก็รู้ รู้ว่าองค์สุลตาน่าของตนนั้นงดงามยิ่ง!

ชาเซนานมองค้างจนกระทั่งซามิลรานั้นมาหยุดนั่งลงข้างๆ ตน ไม่นึกเลยว่าชายาของเขาจะงดงามสมกับคำล่ำลือได้ถึงขนาดนี้ ไม่สิไม่ ยิ่งกว่าเสียอีก ถึงแม้ว่าเมื่อตอนกลางวันนั้นเขาจะเคยเจอมาแล้วแต่ครานั้นเขาเห็นแค่นัยน์ตาที่โผล่พ้นออกมาไม่เหมือนกับตอนนี้ที่เป็นเพียงแค่เฮราดสีฟ้าอ่อนจางๆ

ท่านชาเซนาน? เสียงใสเอ่ยเรียกเบาๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าของชื่อยังคงจ้องตนอยู่ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกหันควับกลับมามองเหล่าเสนาตนที่นั่งยิ้มหยาดเยิ้มกับผลงานในการเลือกคนที่จะขึ้นมาชายาของตน

แหมองค์สุลต่าน ท่านซามิลรางดงามขนาดนั้นเชียวหรือพระองค์ หนึ่งในนั้นตะโกนแซวอย่างไม่เกรงอาญา เสียงหัวเราะคิกคักดังลอดให้ได้ยินถึงใบหูเล็ก ผิวหน้าเนียนแดงผะผ่าวขึ้นมาทันที

ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ซามิลราพูดแก้เขินหันไปขอความเห็นกับชาเซนานที่จ้องมองมายังตนอยู่แล้ว

ไม่เค้าพูดถูกแล้ว เจ้าช่างงามนัก งามซะจนข้า ซามิราแทบจะมุดดินหนีเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากชายหนุ่มแต่ก็ไม่กล้าเพราะนัยน์ตาคมที่ตรึงไว้

อะแฮ่ม! จายาสกระแอมเพราะดูท่าว่าสุลต่านและพระชายาในอนาคตจะอยู่กันแค่ในโลกส่วนตัวซะแล้ว

ท่านสุลต่านข้ารู้ว่าท่านกำลังตะลึงแต่อย่างน้อยช่วยเปิดงานก่อนแล้วค่อยมองต่อจะได้ไหม ซามิลราหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกขึ้นอีกเท่าตัวรีบสะบัดหน้าควับไปอีกด้านไม่กล้าจะสบตา ชาเซนานมองอาการนั้นยิ้มๆ ก่อนจะเปิดงานและร่วมสังสรรค์ไปพร้อมๆ กับเหล่าเสนา

เหล้ายาปลาปิ้งมากมายยังคงยกขึ้นมาไม่ขาดตอน บรรดานักแสดงต่างออกมาวาดลีลาโชว์เรียกความบันเทิงทั้งการพ่นไฟ การระบำยักย้ายส่ายสะโพกไปมาตามจังหวะดนตรี

เสียงปรบมือดังขึ้นให้ทุกอย่างหยุดลงเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกคนหันไปมองต้นเหตุเป็นจุดเดียว ชาเซนานหันไปมองหน้าร่างเพรียวที่สบตากับตนอยู่

ข้าอยากจะแนะนำคนๆ นึงให้เจ้าและทุกๆ คนในที่นี้ได้รู้จักกันน่ะ เขาเอ่ยเฉลยความ เด็กหนุ่มรับคำอย่างสงสัย

มือแกร่งกวักเรียกให้บุคคลทั้งสองก้าวออกมา นัยน์ตางามเบิกกว้าง คามีล! ทำไมทำไมถึงยังอยู่ที่นี่! อาการทุกอย่างไม่สามารถพ้นไปจากสายตาของชาเซนาน หากเขาทำเหมือนกับว่ามองไม่เห็นอะไร

ชาเรล ร่างโปร่งก้าวออกมาก้าวนึงพร้อมโค้งถวายความเคารพ

ซามิลรานั่นคือหัวหน้าองครักษ์คนใหม่ของเจ้า

แล้ว กระแสเสียงเริ่มจะสั่นพร่า ชี้นิ้วเรียวเล็กไปยังชายหนุ่มข้างๆ อีกคน คามีลก้าวออกมาด้วยกิริยาเดียวกับชาเรล ข้ามาเป็นที่ปรึกษา พระองค์

ซามิลราหันควับไปมองชาเซนาน ที่ปรึกษา!?

ใช่ที่ปรึกษา เจ้ามีปัญหาใดข้องใจอย่างนั้นหรือ? ศีรษะเล็กสั่นปฏิเสธ ฝ่ามือแกร่งจึงปัดออกให้คนทั้งคู่กลับเข้าที่เช่นเดิม

เป็นอะไรไปซามิลราสีหน้าเจ้าดูไม่ดีเลยนะ เสียงทุ้มทอดกระแสห่วงใยเอื้อมมือเข้าจะโอบไหล่บาง

ปละเปล่าพระองค์..ไม่มีไม่มีอะไรข้าเพียงแต่เพลียนิดหน่อยเท่านั้น เคลื่อนตัวหลบลำแขนแกร่งก่อนขยับมือเข้ากุมเสื้อที่อก

งั้นรึ จริงสินะเจ้าเดินทางมาเหนื่อย ข้านี่แย่จริงๆ บังคับให้เจ้ามางานเลี้ยงนี่ได้อีก

ไม่ไม่จริงพระองค์ งานเลี้ยงนี่สนุกมาก ข้าเพียงแต่เหนื่อยอยากพักผ่อน หากทรงจะกรุณา.. ใช่ท่านชาเซนานไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เขาจะมาทำความกังวลให้แก่ท่านไม่ได้

ตามใจเจ้าเถอะนะแล้วพรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยม ร่างสูงดึงมือเด็กหนุ่มอีกข้างเข้ามาจุมพิตแต่เพียงสัมผัสแค่ผิวเผินซามิลราก็ชักกลับด้วยใบหน้าแดงก่ำอีกรอบ

ขะข้าขอตัว ลุกขึ้นก้าวออกไปยังทางออกด้านข้างพร้อมเหล่าข้าทาสนางกำนัล กุมมือข้างนั้นไว้แน่น เพียงแค่แผ่วเบาเขายังร้อนผ่าวได้ขนาดนี้.ชาเซนาน ท่านร่ายมนต์วิเศษอันใดทิ้งไว้กันนะ

เมื่อซามิลราลุกขึ้นจากไป ชายหนุ่มที่มองส่งจนลับตาก็หันกลับมายกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เขย่ามองน้ำสีอำพันที่กระเพื่อมไปมาด้วยสีหน้าเย็นชา

ooooooooooooooooooooo